[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | ^ เลือกหน้า | All contents
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ

 
โรคแก้วมังกรต้นจุด และผลเน่า
โรคแก้วมังกรต้นจุด และผลเน่า
โรคแก้วมังกรต้นจุด และผลเน่า
ฤดูฝนอากาศมีความชื้นสูง เอื้อต่อการระบาดของโรคพืชจากเชื้อรา กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรเฝ้าระวังการระบาดของโรคลำต้นจุดสีน้ำตาลและผลเน่า

พบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของแก้วมังกร เริ่มแรกจะแสดงอาการที่กิ่งหรือผลมีจุดสีเหลือง จากนั้นพัฒนาเป็นตุ่มนูนเล็กสีน้ำตาลคล้ายสีสนิมเหล็ก บางครั้งพบแผลสีเหลืองฉ่ำน้ำ หากอาการรุนแรง

แผลจะเน่า ถ้าเป็นที่กิ่งจะทำให้เนื้อเยื่อตรงแผลหลุดเห็นเป็นรูหรือเว้าแหว่ง สำหรับผลที่มีอาการรุนแรง จะทำให้กลีบผลไหม้แห้งเป็นสีดำ และผลเน่าในที่สุด

การป้องกันโรค ให้เกษตรกรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แข็งแรงปลอดโรค และลดการให้ปุ๋ยไนโตรเจน เพราะจะทำให้แก้วมังกรซึ่งเป็นพืชอวบน้ำอ่อนแอต่อโรคได้ง่ายขึ้น และให้หมั่นสำรวจทำความสะอาดกำจัดวัชพืชโคนต้น เก็บกวาดเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคใต้ต้นออกไปทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความชื้นที่จะทำให้เชื้อราระบาด

หากพบโรคให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคอย่างระมัดระวัง ให้เกิดแผลน้อยที่สุด เพราะแผลจะเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าทำลายได้ง่าย ควรตัดตรงส่วนที่เป็นรอยต่อข้อระหว่างกิ่ง และนำส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลงปลูก และควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ทางการเกษตรให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้ง

พร้อมทั้งควรให้น้ำแก้วมังกรเฉพาะในช่วงเช้า ไม่ควรให้น้ำในช่วงบ่ายหรือเย็น เพื่อลดการสะสมความชื้นในทรงต้น

กรณีมีการระบาดมาก หลังจากตัดแต่งกิ่ง ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช

อ้างอิง http://www.farmkaset..link..

สินค้าจากเรา
ไอเอส สารอินทรีย์ ป้องกัน กำจัด โรคแก้วมังกรต้นจุด โรคแก้วมังกรผลเน่า
กำจัดเพลี้ยด้วย แมลงช้างปีกใส กำจัดเพลี้ย เพลี้ยแป้ง ตัวอ่อนเพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้ ไรแดง แมลงหวี่ขาว แมลงช้างปีกใสจัดการเรียบ
กำจัดเพลี้ยด้วย แมลงช้างปีกใส กำจัดเพลี้ย เพลี้ยแป้ง ตัวอ่อนเพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้ ไรแดง แมลงหวี่ขาว แมลงช้างปีกใสจัดการเรียบ
ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง แมลงช้างปีกใส

ชื่อทั่วไป : แมลงช้างปีกใส (Green lacewing)
วงศ์ (Family) : Chrysopidae
อันดับ (Order) : Neuroptera

เป็นแมลงห้ำที่มีบทบาทในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยตัวอ่อนของแมลงช้างปีกใส เป็นตัวห้ำที่กินศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่นเพลี้ยอ่อย เพลี้ยแป้ง ตัวอ่อนเพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ เพลี้ยไก่แจ้ส้ม ไรแดง ไร 2 จุด และตัวอ่อนแมลงหวี่ขาว เป็นต้นทำให้แมลงช้างปีกใสเป็น เป็นตัวห้ำสำคัญที่ช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืชในแปลงเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจในประเทศ

ตัวเต็มวัยเพศเมีย หลังจากผสมพันธุ์ 2-3 วัน ก็จะเริ่มวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ ระยะไข่ใช้เวลา 3-4 วัน ระยะตัวอ่อนมี 3 วัย ตัวอ่อนวัยที่ 1_ 2 และ 3 ใช้เวลา 4-5 วัน 3-4 วัน และ 3-5 วัน ตามลําดับ รวมระยะตัวอ่อน 11-13 วัน ระยะดักแด้ 9-11 วัน ตัวเต็มวัยเพศผู้มีอายุ 14-30 วัน สําหรับเพศ เมียมีอายุ 19-58 วัน เพศเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ 180-345 ฟอง

วงจรชีวิตของแมลงช้างปีกใส

รูปร่างลักษณะ

ไข่ มีลักษณะเป็นทรงยาวรี ขนาดเล็ก ความยาวเฉลี่ย 0.98 มิลลิเมตร ความกว้างเฉลี่ย 0.24 มิลลิเมตร เป็นฟองเดี่ยวๆ อยู่บนก้านสีขาวใส วางเป็นระเบียบเป็นแถวรอบใบพืช ไข่วางใหม่ๆ มีสีเขียวอ่อน เมื่อใกล้ฟักจะเปลี่ยนเป็นสีเทาดํา เมื่อฟักแล้วจะเป็นสีขาว มีอายุประมาณ 3-4 วัน

ตัวอ่อน มีลักษณะลําตัวกลมแบน เห็นชัดเจนในระยะที่ 3 โดยรอบลําตัวมีปุ่มขน ปากมีกรามโค้งยาวยื่นไปด้านหน้าคล้ายเคียว ใช้ดูดกินเหยื่อ เมื่อฟักเป็นตัวอ่อนวัยที่ 1 จะเป็นตัวห้ำทันที มีการลอกคราบเปลี่ยนวัย ตัวอ่อนทั้งหมด 3 วัย

ตัวอ่อนวัยที่ 1 เมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ๆ มีสีน้ำตาลอ่อน ลําตัวเรียวเล็ก ว่องไว จะไต่ลงมาทางก้านชูไข่ ความยาวลําตัวเฉลี่ย 1.56 มิลลิเมตร ความกว้างโดยเฉลี่ย 0.48 มิลลิเมตร

ตัวอ่อนวัยที่ 2 รอบลําตัวเริ่มมีซากของเพลี้ยแป้งเกาะ ความยาวลําตัวเฉลี่ย 3.25 มิลลิเมตร ความกว้างโดยเฉลี่ย 2.32 มิลลิเมตร

ตัวอ่อนวัยที่ 3 ขนาดลําตัวโตอย่างรวดเร็วเห็นได้ชัดกว่าระยะอื่นๆ กินอาหารเก่ง รอบลําตัวมีผงแป้งเกาะ คล้ายเพลี้ยแป้งมาก ความยาวลําตัวเฉลี่ย 7.23 มิลลิเมตร ความกว้างโดยเฉลี่ย 3.40 มิลลิเมตร

ดักแด้ มีรูปร่างกลม ตัวอ่อนวัย 3 จะขดตัวสร้างเส้นใยสีขาวปกคลุมลําตัว จะเข้าดักแด้ติดกับใบพืช ความกว้างของดักแด้โดยเฉลี่ย 3.02 มิลลิเมตร ความยาวโดยเฉลี่ย 4.67 มิลลิเมตร

ตัวเต็มวัย มีปีก 2 คู่ เป็นปีกแบบบางอ่อน (membrane) เนื้อปีกใส มีเส้นปีกจํานวนมาก ลําตัวสีเขียวอ่อน เพศผู้ มีสีลําตัวจางกว่าเล็กน้อย และตัวเล็กกว่าเพศเมีย ความกว้างลําตัวเพศเมีย เฉลี่ย 2.25 มิลลิเมตร ความยาวลําตัว โดยเฉลี่ย 10.53 มิลลิเมตร ความกว้างลําตัวเพศผู้เฉลี่ย 1.55 มิลลิเมตร ความยาวลําตัวโดยเฉลี่ย 10.01 มิลลิเมตร ตัวเต็มวัยมีกลิ่นเฉพาะตัวค่อนข้างแรง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กรมวิชาการเกษตร
kubotasolutions.com/ knowledge/cassava/detail/455
อ่าน:3308
ปุ๋ยน้ำสำหรับมะละกอ ปุ๋ยมะละกอ ปุ๋ยฉีดพ่นมะละกอ ปลูกเยอะใช้ FK-1 ปลูกน้อยใช้ FKธรรมชาตินิยม
ปุ๋ยน้ำสำหรับมะละกอ ปุ๋ยมะละกอ ปุ๋ยฉีดพ่นมะละกอ ปลูกเยอะใช้ FK-1 ปลูกน้อยใช้ FKธรรมชาตินิยม
ปุ๋ยทางใบสำหรับมะละกอ ฉีดพ่นมะละกอ เสริมสร้างความสมบูร์ แข็งแรง แก้ปัญหาต้นแคระ โตช้า ใบเหลือง ขาดธาตุ ฉีดพ่น ปุ๋ย FK เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มความสมบูรณ์ สังเคราะห์แสงได้ดี แตกยอดใบ ติดดอก ออกผล

ปลูกน้อย ใช้ FKธรรมชาตินิยม ปลูกเยอะ ใช้ FK-1

FKธรรมชาตินิยม และ FK-1 เป็นอาหารพืชทางใบ สำหรับเลี้ยง ดูแล พืชพันธุ์นานาชนิด ส่งเสริมการเจริญเติบโต เสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรง ด้วย ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ที่ประกอบอยู่ในผลิตภัณฑ์

อัตราส่วนการใช้

FKธรรมชาตินิยม ผสม 1 ฝา ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ

FK-1 แกะกล่องออกมา มีสองถุง ต้องใช้พร้อมกัน ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร คนให้แตกตัวละลายเข้ากับน้ำ ฉีดพ่นทางใบ (ถุงแรกเป็นธาตุหลัก ถุงที่สอง เป็นธาตุเสริม และสารจับใบ)

เคมีธาตุอาการพืช เป็น อาหารพืชโดยตรง ไม่ได้อันตรายเหมือน ยาเคมี ที่เป็นสารเคมีอันตราย ซึ่งหลายครั้งถูกเข้าใจผิดไปอย่างมาก เนื่องจาก เคมีธาตุอาหารพืชนั้น เป็นธาตุอาหารโดยตรง ที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตพืชได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูง

ยกตัวอย่างเคมีธาตุอาหารพืช ที่จำเป็นอย่างมาก ต่อการเจริญเติบโตของพืช
ธาตุ N หรือ ไนโตรเจน
ธาตุ P หรือ ฟอสฟอรัส
ธาตุ K หรือ โพแตสเซียม
ธาตุ Mg หรือ แมกนีเซียม
ธาตุ Zn หรือ ซิงค์ หรือ สังกะสี
และยังมีอีกหลายธาตุ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

---
ข้อมูล FKธรรมชาตินิยม

อาหารเสริมเพืชทางใบ ซึ่งประกอบด้วย ธาตุหลัก ธาตุรอง และธาตุเสริม จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และถูกดึงออกจากดินในทุกๆรอบการปลูกพืช หากไม่เคยเติมธาตุเหล่านี้ ซึ่งธาตุรองธาตุเสริมที่ขาด จะกลายเป็นข้อจำกัดการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจาก "พืชจะเจริญเติบโตได้มากที่สุด เท่ากับธาตุอาหารที่มีต่ำที่สุด" ตามกฎ Liebig s law of the minimum_ FKธรรมชาตินิยม ประกอบด้วย ธาตุรอง ธาตุเสริม ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช จึงทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เกิดอาการขาดธาตุ ซึ่งบางอย่าง เป็นธาตุที่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่สามารถให้ได้

เมื่อพืช ได้รับธาตุอาหารที่ขาดไป ธาตุอาหารพืชต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในดิน ที่พืชไม่เคยดูดกินไปใช้ประโยชน์ได้ ก็สามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจาก ธาตุบางตัว เป็นตัวนำพาธาตุอื่นๆ จึงทำให้พืช ใช้ประโยชน์ จากการปลดปล่อยธาตุอาหารเดิมที่มีอยู่ รวมกับธาตุอาหารที่ได้รับเข้าไปใหม่ ได้อย่างเต็มที่

---
ข้อมูล FK-1

ปุ๋ยน้ำตรา FK ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์การใช้งาน แตกต่างกับปุ๋ยโดยทั่วไป ซึ่งปุ๋ย FK ถูกออกแบบมา เพื่อบำรุงพืชโดยตรง ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงดินหรือเพิ่มจุลินทรีย์ให้กับดิน เพื่อให้ดินดูแลพืช ซึ่งวิธีปรับปรุงดินนี้จะทำให้พืชตอบสนองได้ช้า และอาจจะไม่ได้ผลผลิตดีในรอบการปลูกปัจจุบัน การใช้ปุ๋ยน้ำ FK นั้นจึงเป็นการป้อน ธาตุหลัก(Primary nutrient) ธาตุรอง(Secondary nutrient) ธาตุเสริม(Micronutrient) ให้กับพืชโดยตรง

FK-1 คือปุ๋ยน้ำความเข้มข้นสูง ในรูปแบบผงละลายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ในหนึ่งกล่อง 2 กิโลกรัม ประกอบด้วย สองถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม (ต้องใช้พร้อมกันทั้งสองถุง ผสมกัน ถุงแรก 50กรัม ถุงที่สอง 50กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร)

คุณสมบัติ FK-1

ประกอบด้วยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแตสเซียม อย่างละ 20% ซึ่งนับว่าเป็นธาตุหลักที่สูงมาก เมื่อเทียบกับปุ๋ยในท้องตลาดทั่วไป จึงเรียกได้ว่า FK-1 คือปุ๋ยที่มีความเข้มข้นสูง นอกจากนั้นแล้ว ยังมีธาตุรองและธาตุเสริม ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช คลอบคุมถึงบางธาตุ ที่เกิดขึ้นเองไม่ได้ซึ่งถูกดึงออกจากดินในทุกๆรอบปลูก

FK Fertilizer - ประสิทธิภาพ

FK-1 เป็นปุ๋ยความเข้มข้นสูง สูตร 20-20-20 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป เป็นเหตุผลที่ทำให้ในช่วงวันที่ 1-7 ปุ๋ยตรา FK1 มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงกว่าปุ๋ยเคมีโดยเฉลี่ย

ปุ๋ย FK ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา (FK Fertilizer is designed to solve this problem)

ธาตุรอง และธาตุเสริม จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และถูกดึงออกจากดินในทุกๆรอบการปลูกพืช ซึ่งปุ๋ยทั่วๆไป ไม่เคยเติมธาตุเหล่านี้ ซึ่งธาตุรองธาตุเสริมที่ขาด จะกลายเป็นข้อจำกัดการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจาก "พืชจะเจริญเติบโตได้มากที่สุด เท่ากับธาตุอาหารที่มีต่ำที่สุด" ตามกฎ "Law of the minimum" ปุ๋ยตรา FK ประกอบด้วย ธาตุรอง ธาตุเสริม ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช จึงทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เกิดอาการขาดธาตุ ซึ่งบางอย่าง เป็นธาตุที่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่สามารถให้ได้

การใช้งาน
ผสมปุ๋ยบัวแก้ว 50 กรัม และ F1 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
ผสมปุ๋ยบัวแก้ว 500 กรัม และ F1 500 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร
ฉีดพ่นพืชที่ปลูก ทุกๆ 7-30 วัน ตามความเหมาะสม

ข้อควรระวัง (สำคัญมาก)
ต้องฉีดพ่นในช่วงเวลาที่ไม่มีแดดจัด มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดอาหารใบลวกได้ เช่นฉีดพ่นให้เสร็จสิ้น ก่อน 6 โมงเช้า หรือทำการฉีดพ่นหลัง 5 โมงเย็น หลังจากที่แดดร่มแล้ว หรือฉีดพ่นได้ทั้งวัน ในวันที่แน่ใจว่าแดดไม่แรง

Law of the Minimum (กฎต่ำสุด)
ไม่ว่าจะให้ปุ๋ยมากแค่ไหน พืชจะโตได้เท่ากับ ธาตุหลัก ธาตุรอง ที่ไม่เคยให้กับพืชและดิน ธาตุอาหารที่มีอยู่น้อยที่สุด จะจำกัดการโตของพืชเป็นข้อบกพร่องเล็กๆ ที่ทำให้ดูเหมือนว่า ใส่ปุ๋ยไปมากเท่าไร ก็ยังไม่ได้ผล

ปุ๋ยตรา FK จากฟาร์มเกษตร เราตระหนักถึงเรื่อง Law of the Minimum หรือ กฎต่ำสุด จึงออกแบบปุ๋ยตรา FK ใน 1 กล่อง ให้ประกอบด้วย สองถุง ด้านใน คือ ปุ๋ยธาตุหลักหนึ่งถุง และ F1 ธาตุรอง ธาตุเสริม อีกหนึ่งถุง ที่ผ่านการคำนวณสัดส่วนเพื่อผสมใช้ไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว เพื่อนำพาพืชของท่าน ให้เจริญเติบโต ด้วยธาตุหลัก ธาตุรองที่ครบถ้วน และไม่เคยได้ถูกเติมเต็ม จากการใช้ปุ๋ยทั่วๆไปตามท้องตลาด ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารต่างๆมากมาย และเติมเต็มส่วนที่ขาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

---


การสั่งซื้อ

โทร 090-592-8614

ไลน์ไอดี http://www.farmkaset..link..

สั่งซื้อกับ ฟาร์มเกษตร http://www.farmkaset..link..

สั่งซื้อกับ ช้อปปี้ http://www.farmkaset..link..

สั่งซื้อกับ ลาซาด้า http://www.farmkaset..link..
โรคจุดสีน้ำตาลแก้วมังกร
โรคจุดสีน้ำตาลแก้วมังกร
โรคจุดสีน้ำตาลแก้วมังกร
แก้วมังกร จะพบโรคจุดสีน้้าตาลระบาด อาการเริ่มแรกที่กิ่งและผลเป็นจุดสีเหลือง จากนั้นจะพัฒนาเป็นตุ่มนูนเล็กๆ สีน้้าตาลคล้ายสีสนิมเหล็ก บางครั้งพบแผลสีเหลืองฉ่้าน้้า เมื่ออาการรุนแรงแผลจะเน่า โดยถ้าเป็นที่กิ่งจะท้าให้เนื้อเยื่อตรงแผลหลุดเห็นเป็นรูหรือเว้าแหว่ง ส้าหรับผลถ้าอาการรุนแรงจะท้าให้กลีบผลไหม้แห้งเป็นสีดำและผลเน่าในที่สุด

สาเหตุหลักเกิดจากดินแปลงที่ท้านามาก่อน หรือดินไม่ได้ยกร่อง หรือดินมีการระบายน้้าไม่ดี และเกษตรกรที่ชอบใช้ปุ๋ยยูเรียจ้านวนมาก หรือใส่แต่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ท้าให้เกิดโรคได้ง่าย เพราะแก้วมังกรเป็นพืชอวบน้้า

อ้างอิง http://www.farmkaset..link..

สินค้าจากเรา
ไอเอส สารอินทรีย์ ป้องกันและยับยั้งโรค ราสนิมแก้วมังกร โรคจุดสีน้ำตาลแก้วมังกร
เวียดนาม ราคาส่งออกยางพาราพบปัญหา ราคาตก
เวียดนาม ราคาส่งออกยางพาราพบปัญหา ราคาตก

การส่งออกของอุตสาหกรรมยางของประเทศเวียดนามมีการเติบโตอย่างแข็งแรง แต่ประสบปัญหาราคาส่งออกตกต่ำใน 2 เดือนแรกของ ค.ศ. 2019

.

กรมศุลกากรของเวียดนามกล่าวว่า ประเทศได้เงินกว่า 305 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการส่งออกยางพารากว่า 237,000 ตัน ไปยังต่างประเทศในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ คิดเป็นมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 11.5 และปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

.

ราคายางพาราเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 1,322 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงขึ้นร้อยละ 4 จากเดือนก่อนหน้า แต่ตกลงร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี ค.ศ. 2018

.

ผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดในช่วงดังกล่าวยังคงเป็นประเทศจีน โดยมีการใช้จ่ายมากกว่า 196 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการซื้อยางพาราของเวียดนาม 153,190 ตัน คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 และปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.7 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคายางพาราตกลงร้อยละ 12.1 จากปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 1,279 เหรียญสหรัฐต่อตัน

.

ประเทศอินเดียซึ่งเป็นผู้บริโภคยางพาราของเวียดนามรายใหญ่ลำดับ 2 ราคายางพาราก็ตกลงเช่นกัน ยางพาราขายอยู่ในตลาดที่ตันละ 1,339 เหรียญสหรัฐ ตกลงจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 12.14 โดยในช่วง 2 เดือน เวียดนามส่งออกยางพาราไปยังประเทศในเอเชียใต้ 21,100 ตัน เป็นเงิน 28.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณขึ้นร้อยละ 42.87 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.99

.

การส่งออกไปสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ในช่วงดังกล่าว ในขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ และเยอรมนี หดตัวร้อยละ 6 และร้อยละ 13.1 ตามลำดับ -VNA

.

source: rubber.oie.go.th/Article.aspx?aid=58911

อ่าน:3308
โรคพืช โรคในมะละกอ โรคในมะพร้าว โรคต่างๆจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส แก้ได้
โรคพืช โรคในมะละกอ โรคในมะพร้าว โรคต่างๆจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส แก้ได้
โรคพืช โรคในมะละกอ โรคในมะพร้าว โรคต่างๆจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส แก้ได้
โรคพืชของพืช มะละกอ พบโรคแอนแทรคโนสบนผลสาเหตุเกิดจาก Colletotrichum gloeosporioides โรคผลเน่าสาเหตุเกิดจาก Lasiodiplodia theobromae โรคจุดดำสาเหตุเกิดจาก Asperisporium caricae โรคใบจุดสาเหตุเกิดจาก Alternaria alternate, Corynespora cassiicola, Cercospora, Phoma และ Mycosphaerella โรครากเน่าโคนเน่าสาเหตุเกิดจาก Phytophthora plamivora โรคราแป้งสาเหตุเกิดจาก Oidium โรคจุดวงแหวนสาเหตุเกิดจาก Papaya ringspot virus

.

มะพร้าวหอม โรคใบจุดสาเหตุเกิดจาก Pestalotiopsis โรคใบจุดสาหร่ายสาเหตุเกิดจาก Cephaleuros virescens โรคเปลือกแตกยางไหลสาเหตุเกิดจากรา Ceratocystis paradoxa โรคยอดเน่าและผลเน่าสาเหตุเกิดจาก Phytophthora palmivora โรครากเน่าสาเหตุเกิดจากรา Ganoderm

.

ข้อมูลจาก http://doa.go.th/research/showthread.php?tid=26&pid=26

.

ไอเอส เป็นสารอินทรีย์สำหรับป้องกันและยับยั้ง เชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย โรคใบไหม้ ใบแห้ง ใบจุดสีน้ำตาล ใบจุดตากบ แคงเกอร์ ไฟท็อปโธร่า และโรคต่างๆที่มีสาเหตุจากเชื้อรา สกัดจากพืช ปลอดภัยต่อทั้งผู้ใช้และผู้บริโภค ปลอดสารพิษ ไม่มีสารตกค้าง ใช้ฉีดพ่นเพื่อป้องกันและยับยั้งโรคพืชทุกชนิด ที่มีสาเหตุมากจากเชื้อรา

.

สนใจ โทรสั่งซื้อ 090-592-8614

ไลน์ไอดี FarmKaset หรือ ไอดี PrimPB

สั่งทางเฟสบุ๊คได้เช่นกัน https://www.facebook.com/farmkaset

หรือลาซาด้า https://www.lazada.co.th/products/fk-3-i388594842-s754764572.html

อ่าน:3308
ประเทศไทย ปลูกพืชอะไรมากที่สุด?
ประเทศไทย ปลูกพืชอะไรมากที่สุด?
เกษตรกรทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่เป็นประเทศเกษตรกรรม โดยมีการปลูกข้าวเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามมีพืชหลายชนิดที่เป็นพืชนิมปลูกในพื้นที่ต่างๆ โดยแบ่งตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การปลูกพืช ภูมิอากาศ พืชที่นิยมปลูกในแต่ละภูมิภาคอาจแบ่งได้ดังนี้

1. พืชนิยมปลูกภาคเหนือของประเทศไทย

ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงมีการปลูกพืชระบบหมุนเวียนตามฤดูกาล ปัจจุบันการผลิตข้าวนาขั้นบันไดเป็นระบบการเกษตรที่ยั่งยืนบนพื้นที่สูงในเขตภาคเหนือตอนบน และสามารถสร้างผลผลิตสูงกว่าการปลูกข้าวไร่ โดยจะมีการปลูกข้าวอยู่ในระดับปานกลาง เพียงร้อยละ 10.3 ของพื้นที่การปลูกข้าวบนที่สูง การปลูกพืชหมุนเวียนเป็นระบบการปลูกพืชที่สามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินในช่วงเวลาหนึ่งลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคและแมลงและเป็นรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรได้ และมีการปลูก ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโพด ฝ้าย ข้าวฟ่าง ข้าวโพด และอื่นๆ รวมถึงผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง เป็นต้น การปลูกพืชแบบผสมผสานในพื้นที่ จึงทำให้มีความหลากหลายของพืชพรรณต่างๆ ด้วยพื้นที่ชลประทาน 10% ในช่วงฤดูแล้งเกษตรกรจึงนิยมปลูก โดยจะการปลูกข้าวที่ใช้ปลูกในฤดูแล้ง หรือ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ยาสูบ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดอ่อน หอมหัวใหญ่ กระเทียม มะเขือเทศ แตงโม เป็นต้น ดังนั้นการปลูกพืชโดยทั่วไปในพื้นที่นี้จึงเป็นการปลูกข้าวและการปลูกไม้ผลเป็นหลัก

2.พืชนิยมปลูกภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (ภาคอีสาน)

การเพาะปลูก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำการเพาะปลูกมากที่สุด แต่ผลผลิตต่อไร่ต่ำสุด เนื่องจากดินไม่อุดมสมบูรณ์ เช่น การปลูกข้าว พืชไร่ที่สำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ปอ ฝ้าย โดยพบว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.เกิดปัญหาดินเค็ม ขาดความอุดมสมบูรณ์ 2.ขาดแคลนน้ำมากที่สุด เนื่องจากดินเป็นดินปนทรายไม่อุ้มน้ำ 3.การบุกรุกป่าไม้ของประชากรเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการเพาะปลูก หรือเพื่อการค้า ทรัพยากรธรรมชาติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรัพยากรดิน ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินทรายและขาดธาตุอาหาร ใต้ดินมีเกลือหินทำให้ดินเค็มและแห้ง ไม่เหมาะในการเพาะปลูกพืช และทำนา ดังนั้นไร่เทพจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยปรับปรุงดิน ทำให้โครงสร้างของดินดี ดินโปร่ง ร่วนซุย น้ำและอากาศถ่ายเทสะดวก รากพืชแผ่ขยายได้ง่าย ผสมน้ำราดโคนต้น จะช่วยปรับสภาพดินเหนียวให้คลายตัวออก สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารที่ถูกตรึงไว้ในดินให้พืชกลับนำมาใช้ใหม่ได้ใหม่อย่างเต็มที่ในดินทรายจะช่วยอุ้มน้ำ รักษาความเป็นกรด ด่าง ไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็ว เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินปนทรายไม่สามารถอุ้มน้ำได้ จึงทำให้ขาดแคลนน้ำเป็นสำคัญ จึงต้องอาศัยการชลประทานเข้ามาช่วยมีการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อเก็บกักน้ำ

3. พืชนิยมปลูกภาคกลางของประเทศไทย

รูปแบบการทำเกษตรกรรมในภาคกลางเป็นทำการเกษตรกรรมแบบผสมผสานคือมีการปลูกพืชและเลี้ยงปศุสัตว์ควบคู่กัน สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูก ค่อนข้างสูง สำหรับกลุ่มพืชไร่ที่เพาะปลูกในภาคกลางที่สำคัญประกอบด้วย ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย สับปะรด ทานตะวัน และข้าวฟ่าง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทั้งภาค ดังนี้ อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรด และข้าวฟ่าง

4.พืชนิยมปลูกภาคใต้ของประเทศไทย

พืชเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคใต้ ได้แก่ ยางพารา มะพร้าว กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ข้าวและไม้ผล ต่าง ๆ แม้ว่าข้าวจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอสำหรับบริโภค ส่วนพืชไร่และพืชผัก ต่าง ๆ มีปลูกกันน้อย เช่นเดียวกันกับการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น โค กระบือ ก็ยังมีเป็นส่วนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดการถือครองพื้นที่การเกษตร อย่างไรก็ตาม บริเวณพื้นที่ที่น่าจับตามองว่าจะเป็นแหล่งที่จะพัฒนาการเลี้ยงโคได้ดี เนื่องจากมีศักยภาพทางด้านพื้นที่และความพร้อมของประชากร หากได้รับการสนับสนุนทางด้านปัจจัยการผลิต เงินทุน อัตรา ดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระหนี้นานจากรัฐบาล น่าจะทำให้การพัฒนาการเลี้ยงโค-กระบือในภาคใต้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ความต้องการโค-กระบือของตลาดทั้งภายในประเทศและนอกประเทศยังอยู่ในระดับสูง

ข้อมูลจาก http://www.farmkaset..link..
อ่าน:3308
กุหลาบ โตไว ใบเขียว ดอกสวย แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
กุหลาบ โตไว ใบเขียว ดอกสวย แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
พืชต้องการสารอาหารที่สมดุลและครบถ้วนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างเหมาะสม ในบรรดาสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช กรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมต่างๆ ในบทความนี้ เราจะพูดถึงกรดอะมิโนจำเป็น 18 ชนิดที่จำเป็นต่อพืชและความสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโตและการพัฒนา

1.อะลานีน: ช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์และเพิ่มภูมิต้านทานโรคของพืช
2.อาร์จินีน: ส่งเสริมการพัฒนาของราก ปรับปรุงการดูดซึมไนโตรเจน และเพิ่มการผลิตดอกไม้และผลไม้
3.แอสพาราจีน: อำนวยความสะดวกในการขนส่งสารอาหารและการเก็บรักษา ส่งเสริมความแข็งแรงของพืช และเพิ่มการงอกของเมล็ด
4.กรดแอสปาร์ติก: ควบคุมการสังเคราะห์เอนไซม์และฮอร์โมน เสริมการสังเคราะห์แสง และสนับสนุนการเจริญเติบโตของพืช
5.Cysteine ​​: ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ปรับปรุงการดูดซึมสารอาหาร และสนับสนุนการสร้างเมล็ด
6.กรดกลูตามิก: อำนวยความสะดวกในการดูดซึมสารอาหาร ปรับปรุงความต้านทานของพืชต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณภาพของผลไม้
7.กลูตามีน: สนับสนุนการเจริญเติบโตของพืช เพิ่มการดูดซึมไนโตรเจนและสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ และควบคุมสมดุลของน้ำ
8.Glycine: เพิ่มภูมิคุ้มกันของพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของดอกและผล และเพิ่มความทนทานต่อความแห้งแล้งและความเครียดของเกลือ
9.ฮิสทิดีน: มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์ DNA ช่วยเพิ่มการงอกของเมล็ด และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
10.ไอโซลิวซีน: ช่วยเพิ่มการตรึงไนโตรเจน ปรับปรุงการสังเคราะห์โปรตีน และส่งเสริมการพัฒนาของพืช
11.Leucine: ส่งเสริมการสร้างคลอโรฟิลล์ ปรับปรุงการสังเคราะห์ด้วยแสง และปรับปรุงความทนทานของพืชต่อความเครียดจากความร้อน
12.ไลซีน: ปรับปรุงการดูดซึมสารอาหารและการเคลื่อนย้าย เพิ่มการผลิตเมล็ดพันธุ์ และเพิ่มภูมิคุ้มกันของพืช
13.เมไธโอนีน: ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนและเอนไซม์ ส่งเสริมการพัฒนาของราก และเพิ่มความทนทานต่อความเป็นพิษของโลหะหนักของพืช
14.Phenylalanine: ช่วยเพิ่มความต้านทานของพืชต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของดอกและผล และสนับสนุนการเจริญเติบโตของพืช
15.Proline: ปรับปรุงความทนทานของพืชต่อความแห้งแล้งและความเครียดจากเกลือ ปรับปรุงการผลิตดอกไม้และผลไม้ และส่งเสริมการงอกของเมล็ด
16.Serine: ควบคุมการเจริญเติบโตและการพัฒนาของพืช ปรับปรุงการสังเคราะห์ด้วยแสง และเพิ่มความต้านทานของพืชต่อเชื้อโรค
17.ธรีโอนีน: เพิ่มการดูดซึมไนโตรเจน ส่งเสริมการพัฒนาของราก และเพิ่มความต้านทานของพืชต่อความเครียดจากความร้อน
18.วาลีน: ปรับปรุงความทนทานของพืชต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม เพิ่มการตรึงไนโตรเจน และส่งเสริมการงอกของเมล็ด

ในดอกกุหลาบ กรดอะมิโนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตฮอร์โมนพืช ซึ่งส่งเสริมการสร้างและขยายเซลล์เนื้อเยื่อ กรดอะมิโนยังช่วยพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของพืชให้เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ หากต้องการใช้กรดอะมิโน ให้ผสมกับน้ำฉีดพ่นแล้วฉีดพ่นทางใบ ปริมาณที่แนะนำสำหรับพืชผักคือ 10-20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร ในขณะที่นาข้าว พืชไร่ และไม้ผลต้องการ 20-40 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร ถ้าใช้ระบบน้ำหยด ผสม 500 มล. ต่อ 1 ไร่ ควรฉีดพ่นกรดอะมิโนเดือนละ 2 ครั้ง แต่ไม่ควรฉีดพ่นในช่วงที่พืชออกดอก

โดยสรุปแล้ว กรดอะมิโนเป็นสารอาหารที่จำเป็นซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ช่วยในการผลิตฮอร์โมนพืช เพิ่มการดูดซึมธาตุอาหาร และปรับปรุงความทนทานของพืชต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้กรดอะมิโนเป็นส่วนหนึ่งของสูตรโภชนาการพืช คุณสามารถปรับปรุงสุขภาพ ผลผลิต และคุณภาพของพืชผลของคุณ

สั่งซื้อ
โทร 097-918-3530
facebook โรงงานปุ๋ยไดโนเร็กซ์
ไลน์ janemini1112
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link..
โรคเชื้อราในฟักทอง คู่มือป้องกันและกำจัดโรคฟักทอง
โรคเชื้อราในฟักทอง คู่มือป้องกันและกำจัดโรคฟักทอง
ฟักทองเป็นพืชยอดนิยมและมีคุณค่าทางโภชนาการที่อ่อนแอต่อโรคเชื้อราต่างๆ โรคเหล่านี้อาจทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก ลดคุณภาพของผลไม้ และส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของพืช

โรคเชื้อราที่พบบ่อยในฟักทอง
โรคเชื้อราที่ส่งผลต่อฟักทองสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ โรคทางใบและผลเน่า โรคทางใบที่พบบ่อย ได้แก่ โรคราแป้ง โรคราน้ำค้าง และโรคแอนแทรคโนส โรคราแป้งปรากฏเป็นแป้งสีขาวหรือสีเทาเติบโตบนใบ ลำต้น และผลของต้นฟักทอง โรคราน้ำค้างทำให้ใบเหลืองและอาจทำให้ใบร่วงได้ โรคแอนแทรคโนสมีลักษณะเป็นแผลสีน้ำตาลชุ่มน้ำบนใบและผล ซึ่งสามารถเน่าและยุบได้ในที่สุด

ผลไม้เน่าเกิดจากเชื้อราที่ติดเชื้อในผลฟักทองโดยตรง เหล่านี้รวมถึงราสีเทา โรคเน่าดำ และเชื้อราไฟทอฟธอร่า ราสีเทาปรากฏบนผิวของผลไม้เป็นสีเทาจางๆ ในขณะที่ราสีดำทำให้เกิดรอยโรคที่ยุบตัวกลายเป็นสีดำและแห้ง Phytophthora fruit rot ทำให้เกิดการเน่าเปื่อยแบบน้ำที่สามารถนำไปสู่การสลายตัวของผลไม้ได้

การป้องกันโรคเชื้อราในฟักทอง
วิธีป้องกันโรคเชื้อราในฟักทองที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมที่ดี ซึ่งรวมถึงการปลูกพันธุ์ที่ต้านทานโรค ระยะห่างของต้นไม้อย่างเพียงพอเพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของอากาศที่ดี และหลีกเลี่ยงการรดน้ำเหนือศีรษะ สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดและทำลายเศษพืชที่ติดเชื้อทันที และทำให้สวนสะอาดและปราศจากวัชพืช

การรักษาโรคเชื้อราด้วย IS และ FK-1
IS เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดเชื้อราสาเหตุโรคในพืช เมื่อผสมน้ำแล้ว (50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร) ฉีดพ่นทางใบได้โดยตรงเพื่อป้องกันและรักษาโรคเชื้อรา IS ไม่เป็นพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยสำหรับใช้กับพืชที่กินได้ เช่น ฟักทอง

FK-1 เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่มีสารอาหารที่จำเป็น เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้พืชเติบโตแข็งแรงและแข็งแรง ซึ่งทำให้ต้านทานโรคเชื้อราได้ดีขึ้น เมื่อผสมกับน้ำ (50 กรัมของถุงแรกและ 50 กรัมของถุงที่สองในน้ำ 20 ลิตร) สามารถใช้เป็นสเปรย์ทางใบเพื่อบำรุงและปกป้องต้นฟักทองได้

บทสรุป
โรคเชื้อราเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อต้นฟักทอง แต่สามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยการใช้ IS และ FK-1 ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่ดีและใช้สารอินทรีย์เหล่านี้ ผู้ปลูกฟักทองสามารถปกป้องพืชผลของตนและเพลิดเพลินกับการเก็บเกี่ยวฟักทองที่ดีต่อสุขภาพและอร่อยมากมาย
อ่าน:3308
การป้องกันกำจัดโรคใบไหม้ในขนุน และป้องกันขนุนผลเน่า ป้องกันขนุนผลไหม้
การป้องกันกำจัดโรคใบไหม้ในขนุน และป้องกันขนุนผลเน่า ป้องกันขนุนผลไหม้
ขนุนผลเน่า ผลไหม้ เมื่อเป็นแล้วก็คือผลผลิตเสียหาย แก้ไขไม่ได้ เราควรป้องกันเชื้อราสาเหตุ ก่อนที่จะเกิด การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ส่วนอาการใบไหม้ เมื่อพบต้องเร่งป้องกัน กำจัด หากปล่อยไว้เชื้อรานี้จะเป็นสาเหตุของโรคขนุนผลเน่า ผลไหม้ โดยตรง

ขนุนเป็นไม้ผลเมืองร้อนที่มีการปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ เป็นแหล่งอาหารและรายได้ที่สำคัญของเกษตรกรและชุมชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับไม้ผลอื่นๆ ขนุนก็มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย หนึ่งในนั้นคือโรคใบไหม้ การติดเชื้อราที่อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และคุณภาพของขนุน โรคใบไหม้เกิดจากเชื้อรา Phytophthora infestans ซึ่งเป็นเชื้อราก่อโรคที่ใบและผลของขนุน ทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่สีน้ำตาลที่แช่น้ำ โรคนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายอย่างมากต่อต้นขนุน ทำให้ผลผลิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจลดลง

เพื่อป้องกันและกำจัดโรคใบไหม้ในขนุน สิ่งสำคัญคือต้องใช้วิธีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปลอดภัยต่อทั้งพืชและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในวิธีการเหล่านี้คือการใช้สารประกอบอินทรีย์ IS ซึ่งเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคพืชต่างๆ รวมถึงโรคใบไหม้ ทำงานโดยสร้างสภาพแวดล้อมบนใบพืชที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา

เพื่อให้ได้ผลของ IS สูงสุด ขอแนะนำให้ผสมกับ FK-1 ซึ่งเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชที่มีสารอาหารที่จำเป็นและสารลดแรงตึงผิว ได้แก่ แมกนีเซียม สังกะสี ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม สารอาหารเหล่านี้จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของขนุน และสารลดแรงตึงผิวช่วยปรับปรุงการดูดซึมและการใช้ประโยชน์ของสารอาหาร

เมื่อฉีดพ่น IS และ FK-1 ร่วมกันบนขนุน พวกมันทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันและกำจัดโรคใบไหม้และส่งเสริมการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช IS กำจัดโรคโดยทำให้สภาพแวดล้อมบนพืชเป็นศัตรูต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา ในขณะที่ FK-1 เร่งการงอกใหม่ของพืชจากการทำลายของโรคและหล่อเลี้ยงและส่งเสริมการเจริญเติบโตและผลผลิตที่ดีขึ้น

โดยสรุป การใช้สารอินทรีย์ IS ร่วมกับ FK-1 เป็นวิธีป้องกันและกำจัดโรคใบไหม้ในขนุนที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและส่งเสริมการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช IS และ FK-1 สามารถช่วยปรับปรุงผลผลิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจของขนุน

เลือกซื้อ ไอเอส และ FK-1 เลื่อนลงล่างอีกนิดนะคะ
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ
|-Page 27 of 352-|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 | 303 | 304 | 305 | 306 | 307 | 308 | 309 | 310 | 311 | 312 | 313 | 314 | 315 | 316 | 317 | 318 | 319 | 320 | 321 | 322 | 323 | 324 | 325 | 326 | 327 | 328 | 329 | 330 | 331 | 332 | 333 | 334 | 335 | 336 | 337 | 338 | 339 | 340 | 341 | 342 | 343 | 344 | 345 | 346 | 347 | 348 | 349 | 350 | 351 | 352 |


กลุ่มทางใบปุ๋ยประสิทธิภาพสูง
*โปรดอ่าน ใช้ FK-1 ในช่วงแรก เพื่อเร่งโต เร่งราก เร่งดอก จับคู่กับ FK-3 ในช่วงเร่งผลผลิต พืชออกผลทุกชนิด ใช้ FK-1 กับ FK-3, นาข้าว ใช้ FK-1 กับ FK-3R (Rice), ไร่อ้อย ใช้ FK-1 กับ FK-3S (Sugarcane), มันสำปะหลัง ใช้ FK-1 กับ FK-3C (Cassava)

FK-1
สั่ง FK-1 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3
สั่ง FK-3 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3S
สั่ง FK-3S กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3R
สั่ง FK-3R กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3C
สั่ง FK-3C กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มอินทรีย์ ปุ๋ย ยาปราบฯ
ที่ขายดีที่สุดบน ลาซาด้า

FKT250-IS250-499B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 1ลิตร
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 3ลิตร
สั่งไอเอส3ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
มาคา
สั่งมาคากับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอกี้-บีที
สั่งไอกี้-บีทีกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L
สั่ง FK-T 1ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK ธรรมชาตินิยม
สั่งFK-T 250ซีซี กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 250ซีซี
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-IS1L-970B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-MAKA-980B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-AiKi-990B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มเคมียาปราบฯประสิทธิภาพสูง

invet
สั่ง อินเวท กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
metalaxyl
สั่ง เมทาแลคซิล กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
carron
สั่ง คาร์รอน กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มปุ๋ยทางใบผสมสูตรเองได้
เว็บระบบคำนวณการผสมปุ๋ย


starfer 30-20-5
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 10-40-10
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 15-5-30
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
maxza
สั่ง แม็กซ่า กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้



บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด
Central Laboratory (Thailand) Co.,Ltd.

ให้บริการตรวจวิเคราะห์
ตรวจฉลากโภชนาการ
ตรวจสารสำคัญกัญชา/กัญชง
ตรวจน้ำใช้ในกระบวนการผลิต
ฟอร์มขอใบเสนอราคา
สำหรับตรวจวิเคราะห์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (ตรวจวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง) โปรดกรอก ฟอร์มขอใบเสนอราคา
ตรวจขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี
ตรวจสารพิษตกค้างเพื่อการส่งออก
ตรวจผักสดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ E. coli, Salmonella spp.
ส่งตัวอย่างมะละกอ เพื่อการทดสอบการดัดแปลงพันธุกรรม
ส่งตัวอย่างเพื่อทดสอบ ปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลัก ลูกเดือย และพริกแห้ง เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
Hardline Test Application
ปุ๋ยคุณภาพสูง
พืชทุกชนิด | ปุ๋ยทุเรียน | ปุ๋ยมันสำปะหลัง | ปุ๋ยสำหรับไร่อ้อย | ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยยางพารา | ปุ๋ยมะพร้าว | ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์ม | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยถั่วเหลือง | ปุ๋ยพริกไทย | ปุ๋ยกาแฟ | ปุ๋ยมะนาว | ปุ๋ยส้ม | ปุ๋ยลำไย | ปุ๋ยลิ้นจี่ | ปุ๋ยหน่อไม้ฝรั่ง | ปุ๋ยกระเจี๊ยบเขียว | ปุ๋ยมังคุด | ปุ๋ยมันฝรั่ง | ปุ๋ยหอมหัวใหญ่ | ปุ๋ยกระเทียม | ปุ๋ยหอมแดง | ปุ๋ยมะเขือเทศ | ปุ๋ยกล้วยไม้ | ปุ๋ยอินทผลัม | ปุ๋ยน้อยหน่า | ปุ๋ยชมพู่ | ปุ๋ยเงาะ | ปุ๋ยมะม่วง | ปุ๋ยมะขาม | ปุ๋ยพริก
ยาอินทรีย์แก้โรคพืช
โรคใบไหม้ | ทุเรียนใบติด | มันสำปะหลังใบไหม้ | โรคอ้อยใบไหม้ | ข้าวใบไหม้ | ยางพาราใบไหม้ | โรคมะพร้าวใบไหม้ | โรคราน้ำค้างข้าวโพด | ปาล์มใบไหม้ | โรคสับปะรด | โรคราน้ำค้างถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟใบไหม้ | ราสนิมมะนาว | ส้มใบไหม้ | ลำไยใบไหม้ | ลิ้นจี่ใบไหม้ | หน่อไม้ฝรั่งลำต้นไหม้ | กระเจี๊ยบเขียวฝักลาย | โรคใบจุดมังคุด | มันฝรั่งใบใหม้ | โรคหอมเลื้อย | โรคใบจุดกระเทียม | โรคหอมแดง | ราแป้งมะเขือเทศ | โรคจุดสนิมกล้วยไม้ | อินทผลัมใบไหม้ | น้อยหน่าดอกร่วง | ชมพู่ใบไหม้ | เงาะใบไหม้ | มะม่วงใบไหม้ | ราแป้งมะขาม | โรคพริก
ยาเคมี กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยทุเรียน | เพลี้ยมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยข้าว | เพลี้ยยางพารา | เพลี้ยมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยสับปะรด | เพลี้ยถั่วเหลือง | เพลี้ยพริกไทย | เพลี้ยกาแฟ | เพลี้ยมะนาว | เพลี้ยส้ม | เพลี้ยลำไย | เพลี้ยลิ้นจี่ | เพลี้ยหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยมังคุด | เพลี้ยมันฝรั่ง | เพลี้ยหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยกระเทียม | เพลี้ยหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยกล้วยไม้ | เพลี้ยอินทผาลัม | เพลี้ยน้อยหน่า | เพลี้ยชมพู่ | เพลี้ยเงาะ | เพลี้ยมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยพริก
ยาเคมี กำจัดโรคพืช
โรคใบไหม้ | โรคทุเรียน | โรคมันสำปะหลัง | โรคอ้อย | โรคข้าว | โรคยางพารา | โรคมะพร้าว | โรคข้าวโพด | โรคปาล์ม | โรคสับปะรด | โรคถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟ | โรคมะนาว | โรคส้ม | โรคลำไย | โรคลิ้นจี่ | โรคหน่อไม้ฝรั่ง | โรคกระเจี๊ยบเขียว | โรคมังคุด | โรคมันฝรั่ง | โรคหอม | โรคกระเทียม | โรคหอมแดง | โรคมะเขือเทศ | โรคกล้วยไม้ | โรคอินทผาลัม | โรคน้อยหน่า | โรคชมพู่ | โรคเงาะ | โรคมะม่วง | โรคมะขาม | โรคพริก
ยาอินทรีย์ กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน | เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยศัตรูข้าว | เพลี้ยแป้งยางพารา | เพลี้ยศัตรูมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยอ่อนปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยแป้งสับปะรด | เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง | เพลี้ยแป้งพริกไทย | เพลี้ยแป้งกาแฟ | เพลี้ยไฟมะนาว | เพลี้ยไฟส้ม | เพลี้ยแป้งลำไย | เพลี้ยแป้งลิ้นจี่ | เพลี้ยไฟหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยจักจั่นฝ้ายกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยไฟมังคุด | เพลี้ยจักจั่นมันฝรั่ง | เพลี้ยไฟหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยไฟกระเทียม | เพลี้ยไฟหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยไฟกล้วยไม้ | เพลี้ยแป้งอินทผาลัม | เพลี้ยแป้งน้อยหน่า | เพลี้ยไฟชมพู่ | เพลี้ยแป้งเงาะ | เพลี้ยจักจั่นมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยไฟพริก
สารชีวินทรีย์ กำจัดหนอนต่างๆ
กำจัดหนอนศัตรูพืช | กำจัดหนอนทุเรียน | กำจัดหนอนมันสำปะหลัง | กำจัดหนอนกออ้อย | กำจัดหนอนในนาข้าว | กำจัดหนอนในสวนยางพารา | กำจัดหนอนมะพร้าว | กำจัดหนอนข้าวโพด | กำจัดหนอนปาล์มน้ำมัน | กำจัดหนอนสับปะรด | กำจัดหนอนถั่วเหลือง | กำจัดหนอนพริกไทย | กำจัดหนอนกาแฟ | กำจัดหนอนมะนาว | กำจัดหนอนส้ม | กำจัดหนอนลำไย | กำจัดหนอนลิ้นจี่ | กำจัดหนอนหน่อไม้ฝรั่ง | กำจัดหนอนกระเจี๊ยบเขียว | กำจัดหนอนมังคุด | กำจัดหนอนมันฝรั่ง | กำจัดหนอนหอมหัวใหญ่ | กำจัดหนอนกระเทียม | กำจัดหนอนหอมแดง | กำจัดหนอนมะเขือเทศ | กำจัดหนอนกล้วยไม้ | กำจัดหนอนอินทผาลัม | กำจัดหนอนน้อยหน่า | กำจัดหนอนชมพู่ | กำจัดหนอนเงาะ | กำจัดหนอนมะม่วง | กำจัดหนอนมะขาม | กำจัดหนอนพริก
โรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ย OEM/ODM เป็นแบรนด์สินค้าของคุณ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเม็ด ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม จุลินทรีย์ย่อยสลาย ยาปราบฯ สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยเคมี ทำได้ทุกชนิด
เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท
ปุ๋ยยาฯ จุลินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยน้ำต่างๆ ปุ๋ยน้ำอะมิโน ไตรโคฯ ประเภทน้ำ ประเภทผง บรรจุขวด บรรจุซอง ทุกชนิด ฯลฯ
เริ่มต้นเพียง 45,000 บาท
ปุ๋ยเม็ดทุกชนิด บรรจุกระสอบ 50 กิโลกรัม บิ๊กแบ็ค 1 ตันเพื่อส่งออก กระสอบ 25 กิโลกรัม ทำได้ทุกชนิด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สารปรับสภาพดิน อะมิโนเม็ดสกัด ฮิวมิค ฯลฯ
โทร 090-592-8614
iLab.work ผู้ใช้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารใน ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช กากอุตสาหกรรม มาตฐาน ISO/IEC 17025


ตรวจง่ายนับ 1 2 3 มาตฐาน ISO/IEC 17025
1.เลือกและคำนวณค่าตรวจที่หน้าเว็บ คลิก
2.ส่งดินเข้าห้อง LAB (ไปรษณีย์,เคอรี่,แฟรช)
3.อ่านผลออนไลน์ (เราจัดส่งต้นฉบับผลวิเคราะห์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้เช่นกัน)
→เริ่มกันเลย เลือกค่าที่ต้องการวิเคราะห์
[มีชุดโปรฯแนะนำลดพิเศษ หรือเลือกเองได้]
กรมปศุสัตว์ เผยข้อมูล ฟ้าทะลายโจร รักษาโรค ป้องกันโรค ใน สุกร (หมู) และ ลูกสุกร (ลูกหมู) ไก่ไข่ และไก่เนื้อ
Update: 2564/07/02 13:49:32 - Views: 3299
จัดการหนอนในต้นส้ม: วิธีป้องกันและทำลายศัตรูพืชที่คุณต้องรู้
Update: 2566/11/15 14:42:14 - Views: 3301
🐛หนอน!! ตาย ต่อกันถึงรัง ยาฆ่าหนอน ไอกี้-บีที ตายช้ากว่ายาเคมี แต่ตายยกรัง
Update: 2564/08/10 12:11:58 - Views: 3303
โรคจุดสีน้ำตาลแก้วมังกร
Update: 2564/08/19 07:11:23 - Views: 3308
ยากำจัดโรครากเน่า โคนเน่า ใน มะละกอ โรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นไอเอสใช้ได้กับพืชทุกชนิด (ขนาด 3 ลิตร ใช้ได้15 ไร่)
Update: 2566/06/01 14:58:39 - Views: 3299
แตงกวา ผลเน่า ใบจุด ใบไหม้ ราสนิม กำจัดเชื้อราในพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอเอส และ FK-T
Update: 2566/04/26 13:05:58 - Views: 3293
โรคพืช
Update: 2564/08/12 22:09:57 - Views: 3302
การจัดการกับเพลี้ยในต้นมะกรูด: วิธีป้องกันและกำจัด
Update: 2566/11/14 12:13:18 - Views: 3301
ปุ๋ยสตาร์เฟอร์ 0-0-60 : ตัวช่วยเพิ่มผลผลิตพริกไทยให้ใหญ่ ดก และมีคุณภาพ
Update: 2567/03/12 15:19:36 - Views: 3295
ข้าวแดง ข้าวลาย ข้าวหาง ข้าวดีด ข้าวเด้ง
Update: 2564/08/26 22:39:23 - Views: 3303
หนอนเจาะผลฝรั่ง หนอนฝรั่ง หนอนแมลงศัตรูฝรั่ง ใช้ ไอกี้-บีที จาก FK
Update: 2565/06/18 06:31:01 - Views: 3294
โรคพืชคืออะไร ?
Update: 2564/04/23 12:54:29 - Views: 3316
โรคไหม้ข้าว ระบาดโคราช 8 อำเภอ ข้าวใบไหม้ นับหมื่นไร่ ( ไอเอส + FK-1 )
Update: 2564/08/09 10:25:00 - Views: 3298
การป้องกันกำจัดโรคเชื้อราในลำไย
Update: 2566/05/04 09:53:42 - Views: 3289
ลำไย โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่า เพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
Update: 2566/04/22 09:58:24 - Views: 3291
การใช้คาร์รอน (Diuron 80% WG) เพื่อกำจัดหญ้าและวัชพืชในสวนองุ่น
Update: 2567/02/13 09:23:47 - Views: 3289
เคล็ดลับการใช้ปุ๋ยฉีดทางใบเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งการเจริญเติบโต ของ มะยงชิด และมะปราง
Update: 2566/11/11 13:10:39 - Views: 3293
มะพร้าวยอดเน่า มะพร้าวผลร่วง มะพร้าวใบไหม้ มะพร้าวยอดแห้ง โรครามะพร้าว ไอเอส จาก FK
Update: 2565/06/17 01:01:15 - Views: 3295
ปุ๋ยสตาร์เฟอร์ 0-0-60 : ตัวช่วยเพิ่มผลผลิตถั่วฝักยาวให้ใหญ่ ดก และมีคุณภาพ
Update: 2567/03/14 15:46:44 - Views: 3290
ปุ๋ยสตาร์เฟอร์ 0-0-60 : สูตรเร่งผลใหญ่ ผลดก เพิ่มคุณภาพผลผลิตสำหรับต้นลำไย
Update: 2567/03/06 13:10:29 - Views: 3289
GA4 © FarmKaset.ORG | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : 2022