[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | ^ เลือกหน้า | All contents
3517 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 7 รายการ

 
มารู้จักกัญชา กันเถอะ!!!
มารู้จักกัญชา กันเถอะ!!!
กัญชา เป็นพืชที่เราคุ้นชื่อมานานและรู้จักในนามของพืชต้องห้ามเพราะกฎหมายจัดว่าเป็นยาเสพติด ส่วนกัญชง ก่อนหน้านี้เราไม่คุ้นชื่อกันเท่าไหร่ แต่ช่วงหลัง ๆ ก็เริ่มได้ยินบ่อยจนคุ้นหูมากแล้วเหมือนกัน เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันได้ปลดล็อกให้ใช้ประโยชน์มากมายของพืช 2 ชนิดนี้ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ

คำว่า ปลดล็อก ไม่ได้หมายความว่า พืช 2 ชนิดนี้ถูกถอดออกจากรายชื่อยาเสพติดแล้ว แต่หมายถึงการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ภายใต้กรอบกฎหมาย

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวง เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ให้บางส่วนของต้นกัญชาและกัญชงไม่จัดเป็นยาเสพติด

ส่วนต่าง ๆ ของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกินร้อยละ 0.2% และกากที่เหลือจากการสกัดกัญชา ซึ่งต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

ส่วนต่าง ๆ ของกัญชงที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกิน 0.2% เมล็ด น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ด และกากที่เหลือจากการสกัดกัญชง ซึ่งต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

ประชาชน เอกชน สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนเหล่านี้ของกัญชาและกัญชงได้ แต่มีข้อกำหนดว่าต้องได้มาจากสถานที่ปลูกหรือผลิตในประเทศ ซึ่งได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น กรณีการนำเข้าสามารถนำเข้าได้ โดยขออนุญาตเป็นยาเสพติด ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง และเส้นใยแห้ง ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดตามประกาศนี้

กรณีกัญชงนั้นก้าวหน้าไปก่อนกัญชาแล้ว เพราะกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563 ให้ขออนุญาตปลูก ผลิต ส่งออก จำหน่าย ครอบครองได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 ส่วนการนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงเข้ามาปลูกจะสามารถทำได้ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่กฎกระทรวงฉบับนี้บังคับใช้

ทราบเรื่องทางกฎหมาย-การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์กันแล้ว เรามาทำความรู้จักกัญชากับกัญชงกันต่อซิว่า มีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร

อย่างที่เราเห็นกันว่า กัญชา กัญชง มีความคล้ายความเหมือนทั้งชื่อและรูปร่างหน้าตา จริง ๆ แล้ว กัญชาและกัญชงเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากพืชชนิดเดียวกัน คือ Cannabis sativa L. ในวงศ์ Cannabidaceae จึงทำให้ลักษณะภายนอกแตกต่างกันน้อยมาก แต่หลังจากที่มีการนำพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยในอดีตกัญชาถูกใช้เป็นยารักษาโรคและเพื่อการสันทนาการ ขณะที่กัญชงเป็นพืชที่นำเส้นใยมาใช้สำหรับการถักทอ จึงมีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีสุด ทำให้กัญชงและกัญชามีความแตกต่างกันเกิดขึ้น

กัญชา (Marijuana) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica ต้นสูงไม่มากหากเทียบกับกัญชง โดยมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร มีลักษณะเป็นต้นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาค่อนข้างมาก ลำต้นเป็นปล้องหรือข้อสั้น ใบสีเขียวจัด มี 5-7 แฉก โดยจะเรียงชิดกัน จะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน และช่อดอกมียางมาก

กัญชง (Hemp) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa โดยทั่วไปจะมีลำต้นสูงกว่ากัญชา หรือสูงมากกว่า 2 เมตร มีลักษณะลำต้นสูงเรียว แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ปล้องหรือข้อยาว ใบสีเขียวอ่อน มีประมาณ 7-11 แฉก โดยใบมีการเรียงสลับค่อนข้างห่างอย่างชัดเจน กัญชงจะออกดอกเมื่ออายุมากกว่า 4 เดือน และช่อดอกมียางไม่มาก

การจะแยกแยะพืชสองพี่น้องนี้ด้วยตาเปล่า เราต้องจำลักษณะสำคัญของมันว่า กัญชาต้นเตี้ยและใบอ้วน ส่วนกัญชงต้นสูงและใบเรียว

นอกจากลักษณะทางกายภาพที่ค่อนข้างต่างกันแล้ว สารสกัดที่ได้จากพืชทั้ง 2 ชนิดก็มีปริมาณที่ต่างกันด้วย กัญชงและกัญชามีสารที่เรียกว่า THC (Tetrahydrocannabinol) และ CBD (Cannabidiol) ซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวแบ่งแยกพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ออกจากกัน

THC เป็นสารที่ทำให้เมาหรือเคลิบเคลิ้ม พบได้มากในกัญชา โดยมีประมาณ 1-20% ส่วนกัญชงมีสารชนิดนี้น้อยกว่า 1% ในทางการแพทย์สาร THC มีประโยชน์ช่วยลดอาการปวด ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร รักษาผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัด แต่การใช้สารชนิดนี้ในการรักษาก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยปากแห้ง ตาแห้ง หรือการตอบสนองช้าลงได้

ส่วนสาร CBD ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในกัญชงมากกว่ากัญชา คือพบประมาณ 2% แต่ในกัญชามีสารชนิดนี้อยู่น้อยมาก เมื่อเสพสารชนิดนี้เข้าไปจะไม่มีอาการเมาหรือเคลิบเคลิ้มเหมือนกัญชา คุณสมบัติทางการแพทย์ของ CBD มีหลากหลาย ช่วยลดอาการปวด แก้อาการนอนไม่หลับ แก้อาการโรคลมชัก แม้จะใช้ในปริมาณมากก็ไม่มีผลข้างเคียง และสารนี้ยังนิยมนำมาใช้ในเครื่องสำอางและสกินแคร์ต่าง ๆ ด้วย

อีกประโยชน์หนึ่งของกัญชง คือ เป็นพืชที่ให้เส้นใยยาว เส้นใยมีความละเอียดใกล้เคียงกับลินิน มีความเหนียวทนทาน และมีความเงางาม ครบถ้วนคุณสมบัติเส้นใยชั้นดี จึงเป็นเส้นใยชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกันมาเป็นเวลายาวนานแล้ว ในปัจจุบันผ้าที่ทอจากเส้นใยกัญชงมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการมาก

ประโยชน์ของกัญชา

1.1การใช้กัญชาเพื่อบรรเทาหอบหืด ยาแก้หอบหืดทุกตัวมีข้อเสียคือมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เนื่องจากกัญชาขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม

1.2การใช้กัญชาในการรักษาต้อหิน คือ การรักษาตาต้อหิน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ คนตาบอดในสหรัฐ คนอเมริกาเกือบล้านที่ป่วยด้วยต้อหินที่รักษาได้ด้วยกัญชา กัญชาทำให้ความดัน ภายในลูกนัยน์ตาลดลงได้ดีหลายชั่วโมงในคนปกติและในคนที่ความดันลูกนัยน์ตาสูงจากต้อหิน การให้กัญชาทางปากหรือทางหลอดเลือดดำให้ผลเหมือนกัน ซึ่งขึ้นกับชนิดอนุพันธ์กัญชามากกว่า จะเกิดจากฤทธิ์กล่อมประสาทของกัญชา กัญชาไม่ได้รักษาโรคขาด แต่ช่วยยับยั้งการบอดไม่ให้เป็นมากขึ้น เมื่อยาทั่วไปไม่อาจช่วยได้ และการผ่าตัดเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป

1.3อนุพันธ์กัญชามีประโยชน์หลายอย่างในการบำบัดมะเร็ง อาจใช้เป็นสารกระตุ้นความ อยากอาหาร กัญชาจะช่วยชะลอน้ำหนักลดในผู้ป่วยมะเร็ง กัญชายับยั้งการเติบโตของเซลมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ผลยังไม่เป็นที่สรุป และอนุพันธ์กัญชาอีกชนิดคือ cannabidiol ดูจะทำให้มะเร็งโตเร็วขึ้น บางทีกัญชาเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันการโตของมะเร็ง แต่สิ่งที่กัญชาช่วยได้แน่ในการบำบัดมะเร็งคือการป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด เกือบครึ่งของผู้ป่วยที่รับยาต้านมะเร็งต้องทุกข์จากการคลื่นไส้อาเจียนอย่างแรง ประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 ของผู้ป่วยเหล่านี้ ยาแก้อาเจียนทั่วไปใช้ไม่ได้ผล อาการคลื่นไส้อาเจียนไม่เพียงแต่ ไม่น่าพอใจแต่ยังรบกวนประสิทธิภาพการบำบัดรักษาด้วย การอาเจียนอาจทำให้เกิดการฉีกขาด ของหลอดอาหารและซี่โครงหัก ทำให้ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และสูญเสียน้ำ

ด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย ใช้งานได้เกือบทุกส่วน จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งกัญชาและกัญชงกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ในระดับรายย่อยเท่านั้น ได้ข่าวว่าบริษัทใหญ่ ๆ ก็กำลังสนใจโอกาสใหม่นี้เช่นกัน


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
ยาฆ่าหนอน ใน ต้น ฝรั่ง และพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอกี้-บีที และ FK-T(ใช้ได้ทุกพืช)โดย FK
ยาฆ่าหนอน ใน ต้น ฝรั่ง และพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอกี้-บีที และ FK-T(ใช้ได้ทุกพืช)โดย FK
ยาฆ่าหนอน ใน ต้น ฝรั่ง และพืชทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ ไอกี้-บีที และ FK-T(ใช้ได้ทุกพืช)โดย FK
สารกำจัดหนอน: Aiki-BT - สารอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดตัวอ่อนและแมลงในต้นฝรั่ง

ชาวสวนฝรั่งมักเผชิญกับความท้าทายในการจัดการกับปัญหาการแพร่ระบาดของหนอนในต้น ซึ่งอาจทำให้ผลเสียหายอย่างมากและทำให้ผลผลิตลดลง ยาฆ่าแมลงแบบดั้งเดิมอาจมีประสิทธิภาพ แต่ก็สามารถทำลายสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภคได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีวิธีแก้ปัญหาที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการกำจัดหนอนและแมลงศัตรูพืชอื่นๆ ในขณะที่เป็นสารอินทรีย์และปลอดภัยต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้ - Aiki-BT

Aiki-BT เป็นสารกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพซึ่งควบคุมคุณสมบัติตามธรรมชาติของแบคทีเรียเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืชในต้นฝรั่ง สารออกฤทธิ์ใน Aiki-BT คือ Bacillus thuringiensis (BT) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งผลิตสารพิษเมื่อถูกสัตว์รบกวนกินเข้าไป สารพิษนี้มุ่งเป้าไปที่ระบบย่อยอาหารของศัตรูพืชโดยเฉพาะ ทำให้ร่างกายของพวกมันเหี่ยวเฉาและตายภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากสัมผัส การดำเนินการที่ตรงเป้าหมายนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าแมลงศัตรูพืชจะถูกกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์อื่น ๆ หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

ข้อได้เปรียบที่สำคัญประการหนึ่งของ Aiki-BT คือประสิทธิภาพในการควบคุมหนอนซึ่งเป็นศัตรูพืชทั่วไปในต้นฝรั่ง สารพิษที่ผลิตโดยแบคทีเรีย BT ใน Aiki-BT นั้นมีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านหนอนหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงหนอนผลไม้ หนอนชอนใบ และหนอนม้วนใบ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าสร้างความเสียหายให้กับผลและใบของฝรั่ง ความสามารถของ Aiki-BT ในการกำหนดเป้าหมายหนอนเหล่านี้โดยเฉพาะทำให้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับเกษตรกรฝรั่งในการปกป้องต้นไม้และเพิ่มผลผลิตให้ได้สูงสุด

นอกจากนี้ Aiki-BT ยังเป็นสารละลายอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้ Aiki-BT ไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายในดินหรือน้ำ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกร ผู้บริโภค หรือแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้งและผีเสื้อ ซึ่งแตกต่างจากสารเคมีกำจัดแมลงแบบดั้งเดิม ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อดีอีกอย่างของ Aiki-BT คือใช้งานง่าย สามารถใช้เป็นสเปรย์ได้ทำให้สะดวกต่อเกษตรกรในการนำไปใช้กับต้นฝรั่ง สามารถใช้เป็นมาตรการป้องกันหรือรักษาเมื่อตรวจพบการระบาดของศัตรูพืช Aiki-BT ยังเข้ากันได้กับแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์อื่น ๆ ทำให้เป็นโซลูชันที่หลากหลายสำหรับกลยุทธ์การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM)

นอกจากประสิทธิภาพและความปลอดภัยแล้ว Aiki-BT ยังมีประโยชน์อื่นๆ ให้กับชาวสวนฝรั่งอีกด้วย ด้วยการควบคุมการแพร่ระบาดของหนอนอย่างมีประสิทธิภาพ Aiki-BT สามารถช่วยเกษตรกรเพิ่มศักยภาพของต้นฝรั่งเพื่อผลิตผลที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้นและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาฆ่าแมลงซ้ำ ช่วยประหยัดเวลาและเงินของเกษตรกรในระยะยาว

สรุปได้ว่า Aiki-BT เป็นสารละลายอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับชาวสวนฝรั่งในการกำจัดหนอนและแมลงอื่นๆ ในต้นฝรั่ง โหมดการทำงานที่ไม่เหมือนใครโดยใช้แบคทีเรีย Bacillus thuringiensis ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการควบคุมศัตรูพืชโดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมหรือผู้ใช้ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับการจัดการแมลงศัตรูพืชในสวนฝรั่งอย่างยั่งยืน ด้วย Aiki-BT เกษตรกรฝรั่งสามารถปกป้องต้นไม้ของพวกเขา เพิ่มศักยภาพในการให้ผลผลิต และมีส่วนร่วมในระบบนิเวศการทำฟาร์มที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืนมากขึ้น

FK-T (FK ธรรมชาตินิยม) ปลอดภัย อาหารเสริมพืชชั้นเลิศ ลดต้นทุนปุ๋ย ได้ผลผลิตเพิ่ม พืชฟื้นตัวได้เร็ว
ขนาด 1 ลิตร อัตราผสม 50 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นทางใบ

แนะนำให้ผสม ไอกี้ และ FK-T ฉีดพ่นไปพร้อมกัน
อัตราผสม สำหรับการฉีดพ่นพร้อมกัน
ไอกี้ 25 กรัม และ FK-T 50ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ ทุก 3-5วัน ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง หมั่นสังเกตุอาการ

การผสมฉีดพ่นไปพร้อมกันส่งผลให้..

เมื่อพืช ถูกโรคหรือแมลงศัตรูพืชต่างๆเข้าทำลาย พืชจะมีความอ่อนแอ ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูได้ต่ำกว่าปกติ
การที่เราใช้เฉพาะตัวยา ตัวยาจะช่วยหยุดโรค หรือกำจัดแมลง แต่พืชของเรานั้นจะยังทรงตัว ฟื้นตัวจากโรค หรือฟื้นตัวจากความเสียหายของการเข้าทำลายของแมลงได้ช้า

เปรียบได้คล้ายกับคนป่วย หากได้รับแต่เฉพาะยา ไม่ทานอาหาร ไม่บำรุง ร่างกายก็จะฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิมได้ช้า
พืชก็เช่นกัน หากเราให้ยา และให้อาหารเสริมพืชทางใบหรือ FK-T ไปพร้อมกัน พืชจะได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นไปพร้อมกับยารักษาโรคหรือยาปราบศัตรูพืช จึงช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาให้ผลผลิตดีดังเดิม

สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. ช้อปปี้ http://ไปที่..link.. และ ติ๊กต็อก ช้อป http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
ระวัง! เนื้อวัวดิบ อันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้
ระวัง! เนื้อวัวดิบ อันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้
เนื้อวัว เป็นเนื้อที่เราอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าสามารถกินดิบได้ เพราะเนื้อวัวนั้นไม่มีพยาธิแบบเนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งบ้านเราก็มีเมนูเนื้อวัวดิบอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ลาบเนื้อวัว ซอยจุ๊ เมนูซาชิมิเนื้อวัวที่มีการหั่นจิ้มกับแจ่ว หลายคนก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าตกลงแล้วการ กินเนื้อวัวดิบ นั้นปลอดภัยจริงเหมือนที่เคยเชื่อมาหรือไม่

Hello คุณหมอ จะพาทุกคนไปหาคำตอบของคำถามที่ว่า กินเนื้อวัวดิบปลอดภัยหรือไม่

เชื้อที่อาจปนเปื้อนมากับการกินเนื้อวัวดิบ
แม้ว่าการรับประทานเนื้อวัวดิบนั้นจะไม่มีความเสี่ยงเท่ากับการรับประทานเนื้อหมู เนื้อไก่ แต่เนื้อวัวดิบก็มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายปนเปื้อนมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น

ซาลโมเนลลา (Salmonella)
เป็นแบคทีเรียที่มักมีการปนเปื้อนมากับอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยด้วยกัน 2 แบบคือ หนึ่งคือโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมักจะมีอาการอาเจียน ท้องร่วง สองคือมีไข้ ปวดหัว บางครั้งก็อาจจะมีผื่นขึ้น

เชื้อลิสทีเรีย (Listeria)
เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เป็นเชื้อที่มีความรุนแรงจนอาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เชื้อลิสทีเรียเป็นเชื้อที่มักทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบประสาท อย่างเช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ติดเชื้อนี้จะติดผ่านการรับประทานอาหาร ผู้ที่ติดส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งอาการของผู้ที่ติดเชื้อชนิดนี้จะเพียงอาการไข้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือหากติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้เกิดลำไส้อักเสบได้

เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter)
เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เป็นเชื้อที่สามารถพบได้ในทางเดินอาหารของสัตว์ เช่น วัว หมู ไก่ เป็ด แพะ แกะ แมว สัตว์น้ำเค็ม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบเชื้อชนิดนี้ในทางเดินอาหารของวัวและไก่ ซึ่งหากมีการปรุงเนื้อสัตว์ไม่สุกหรือดื่มน้ำนมดิบ ก็อาจมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียชนิดนี้มาได้ หากร่างกายได้รับเชื้อชนิดนี้อาจทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ ซึ่งจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้ บางครั้งอาจมีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย

เชื้ออีโคไล (E. coli)
เชื้ออีโคไลเป็นเชื้อที่สร้างสารพิษทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งคนนั้นสามารถติดเชื้อนี้ได้จากการรับประทานเนื้อดิบ เนื้อที่ปรุงไม่สุก หรือเนื้อที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ นอกจากติดโดยการรับประทานเนื้อดิบแล้วยังสามารถติดได้ผ่านการสัมผัสกับอุจจาระของสัตว์ที่มีเชื้อได้อีกด้วย โดยผู้ที่ได้รับเชื้อนี้ไปประมาณ 1-2 วัน จะมีอาการปวดท้อง เป็นตะคริว และมีอาการท้องร่วง บางครั้งอาจมีเลือดปน

วิธีการกินเนื้อวัวดิบอย่างปลอดภัย
เชื้อแบคทีเรียเป็นเชื้อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาหารเป็นพิษ ซึ่งวิธีเก่าแก่สำหรับการรับประทานเนื้อดิบอย่างปลอดภัยคือ การรับประทานเนื้อดิบที่มีความสด ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน อย่างเช่น ในเลบานอน หากจะทำเมนู Kibbe จะต้องเชือดคอแกะแล้วนำเนื้อมาปรุงในทันที เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณปลิดภัยสำหรับการบริโภคเนื้อดิบคือ เลือกซื้อในร้านที่มีความสะอาด ปลอดภัย มีมาตรฐานรับรอง เมื่อซื้อแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งเนื้อไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป ควรแช่ตู้เย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการก่อตัวและการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แต่อย่างไรก็ตามการบริโภคเนื้อที่ปรุงสุกนั้นจะมีความปลอดภัยต่อสุขภาพมากที่สุด


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
พริกไทย โตไว ใบเขียว เม็ดใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่าเพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
พริกไทย โตไว ใบเขียว เม็ดใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่าเพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
พริกไทย โตไว ใบเขียว เม็ดใหญ่ ผลผลิตดี ฉีดพ่นปุ๋ย FK-1 ต้นทุนต่อไร่ถูกกว่าปุ๋ยเม็ด 4เท่าเพิ่มผลผลิตสูงสุด 20เปอร์เซ็นต์
การปลูกพริกไทยให้ได้ผลผลิตสูงสุด: บทบาทของปุ๋ย

พริกไทยเป็นพืชผักที่นิยมปลูกในส่วนต่างๆ ของโลก ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำอาหารเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดจากต้นพริกไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมซึ่งให้สารอาหารที่จำเป็นแก่พืช ในบทความนี้จะกล่าวถึงความสำคัญของการใช้ปุ๋ยสำหรับการปลูกพริกไทยและประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1

ต้นพริกไทยต้องการสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่สมดุลเพื่อให้เติบโตแข็งแรงและให้ผลผลิตสูง สารอาหารที่จำเป็นเหล่านี้ ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี สารอาหารแต่ละชนิดมีบทบาทเฉพาะในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ตัวอย่างเช่น ไนโตรเจนมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางใบ ในขณะที่ฟอสฟอรัสจำเป็นต่อการพัฒนารากและการติดผล โพแทสเซียมมีความสำคัญต่อการควบคุมสมดุลของน้ำและปรับปรุงความต้านทานโรคของพืช แมกนีเซียมจำเป็นต่อการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และสังกะสีจำเป็นต่อการพัฒนาผลไม้

แม้ว่าสารอาหารเหล่านี้สามารถหาได้จากดิน แต่ความพร้อมใช้งานอาจมีจำกัดเนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของดิน ระดับค่า pH และสภาพอากาศ นอกจากนี้ การใส่ปุ๋ยมากเกินไปยังส่งผลเสียต่อพืช ทำให้การเจริญเติบโตแคระแกร็น ผลผลิตลดลง และแม้แต่พืชตายได้ ดังนั้นการใช้ปุ๋ยให้ถูกประเภทและใช้ในเวลาที่เหมาะสมและในปริมาณที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มผลผลิตสูงสุด

หนึ่งในปุ๋ยที่ใช้ได้ผลดีที่สุดสำหรับการปลูกพริกไทยคือ FK-1 ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ ปุ๋ยนี้มีส่วนผสมของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และสารลดแรงตึงผิวที่สมดุล สารลดแรงตึงผิวช่วยปรับปรุงการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ใบพืช ทำให้มั่นใจได้ว่าสารลดแรงตึงผิวจะถูกขนส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 เมื่อแกะกล่องออกมาจะพบสองถุง บรรจุถุงละ 1 กก. ต้องผสมใช้พร้อมกัน ให้ผสมถุงแรก 50 กรัมกับถุงที่สอง 50 กรัมในน้ำ 20 ลิตร แล้วฉีดพ่น ปุ๋ยนี้สามารถใช้ได้ในระยะต่างๆ ของการเจริญเติบโตของพืช ตั้งแต่ระยะพืชจนถึงระยะออกผล

ประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 มีมากมาย ประการแรก ให้สารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่สมดุลซึ่งพืชดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแรงและผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ประการที่สอง สารลดแรงตึงผิวในปุ๋ยช่วยให้แน่ใจว่าสารอาหารได้รับการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพไปยังทุกส่วนของพืช รวมทั้งราก ซึ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตที่เหมาะสม ประการที่สาม ปุ๋ยใช้ง่าย ทำให้สะดวกสำหรับผู้ปลูกพริกไทยทั้งรายย่อยและรายใหญ่

สรุปได้ว่าการปลูกพริกต้องใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ FK-1 เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ปลูกพริกไทย เนื่องจากให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างสมดุลและใช้งานง่าย การปฏิบัติตามอัตราการใช้และระยะเวลาที่แนะนำ เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยสามารถมีการเจริญเติบโตของพืชที่สมบูรณ์และให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีกำไรสูงขึ้น

สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. ช้อปปี้ http://ไปที่..link.. และ ติ๊กต็อก ช้อป http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังให้สูงสุดด้วยเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม
การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังให้สูงสุดด้วยเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม
มันสำปะหลัง ทนแล้งและสามารถเติบโตได้ในดินหลากหลายชนิดเท่านั้น การปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิตสูงสุด สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิตสูง:

1. เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม: มันสำปะหลังมีหลายพันธุ์ แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป บางชนิดมีความทนทานต่อศัตรูพืชและโรค ในขณะที่บางชนิดให้ผลผลิตสูงกว่า เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพดินในท้องถิ่นของคุณ

2. ปลูกในเวลาที่เหมาะสม: มันสำปะหลังเป็นพืชเมืองร้อน ดังนั้นมันจึงเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่อบอุ่น ในพื้นที่ส่วนใหญ่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปลูกมันสำปะหลังคือช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่มีน้ำเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของพืช อย่างไรก็ตาม อย่าลืมหลีกเลี่ยงการปลูกในช่วงที่ร้อนที่สุดและแห้งแล้งที่สุดของปี เพราะจะทำให้พืชเครียดและให้ผลผลิตลดลง

3. ใช้วัสดุปลูกที่ดีต่อสุขภาพของมันสำปะหลัง: มันสำปะหลังขยายพันธุ์ผ่านการตัดลำต้น ดังนั้นการใช้วัสดุปลูกที่สะอาด และปลอดโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญ หลีกเลี่ยงการใช้กิ่งที่มีแมลงศัตรูพืชหรือโรคระบาด เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของการปลูกได้ง่าย

4. การเว้นระยะห่างที่เหมาะสม: มันสำปะหลังต้องการพื้นที่มากในการเจริญเติบโตและพัฒนา ปลูกให้ห่างกันอย่างน้อย 1.5 เมตร (5 ฟุต) เพื่อให้แน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับกางออก

5. ใช้การเตรียมดินที่เหมาะสม: มันสำปะหลังไม่ใช่พืชที่พิถีพิถันในเรื่องดิน แต่ชอบดินที่ระบายน้ำดีและอุดมสมบูรณ์ ก่อนปลูก ให้พรวนดินด้วยส้อมและผสมในปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและความอุดมสมบูรณ์ของดิน

6. น้ำอย่างสม่ำเสมอ: มันสำปะหลังสามารถทนแล้งได้ แต่ก็ยังต้องการน้ำที่สม่ำเสมอเพื่อให้เติบโตและให้ผลผลิตสูง การให้น้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น

เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ คุณจะสามารถเพิ่มผลผลิตจากการปลูกมันสำปะหลังได้สูงสุด และเพลิดเพลินกับการเก็บเกี่ยวพืชผลที่มีคุณค่าทางโภชนาการและหลากหลายมากมาย
กะหล่ำดอก โตไว ใบเขียว ดอกใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
กะหล่ำดอก โตไว ใบเขียว ดอกใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
อะมิโนโปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการเจริญเติบโตของพืช โปรตีนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนพืช ซึ่งมีหน้าที่ในกระบวนการทางสรีรวิทยาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อะมิโนโปรตีนมีความจำเป็นต่อพืช 18 ชนิด รวมทั้งกะหล่ำดอก ซึ่งต้องอาศัยโปรตีนเหล่านี้อย่างมากเพื่อการเจริญเติบโตที่เหมาะสม

หน้าที่หลักประการหนึ่งของอะมิโนโปรตีนในพืชคือการควบคุมการผลิตฮอร์โมน โปรตีนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการสังเคราะห์ออกซิน ไซโตไคนิน และจิบเบอเรลลิน ซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ตัวอย่างเช่น ในกะหล่ำดอก อะมิโนโปรตีนมีหน้าที่ในการผลิตออกซิน ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างและการขยายตัวของเซลล์เนื้อเยื่อ

นอกจากบทบาทในการผลิตฮอร์โมนแล้ว อะมิโนโปรตีนยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาส่วนต่างๆ ของพืชอีกด้วย ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก ลำต้น ใบ และดอก ช่วยให้พืชเจริญเติบโตเต็มที่และดึงศักยภาพสูงสุดออกมา สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในพืชผล ซึ่งผลผลิตและคุณภาพของการเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช

อะมิโนโปรตีนยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการเมแทบอลิซึมต่างๆ ในพืช เช่น การตรึงไนโตรเจนและการสังเคราะห์ด้วยแสง โปรตีนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนไนโตรเจนในบรรยากาศให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพวกมัน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการดูดซึมและการใช้สารอาหาร เช่น ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

แม้จะมีความสำคัญ แต่อะมิโนโปรตีนก็ไม่ได้มีอยู่ในปริมาณที่เพียงพอในดินเสมอไป สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การเติบโตแคระแกรน ผลผลิตลดลง และพืชผลมีคุณภาพต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เกษตรกรจำนวนมากใช้ปุ๋ยที่มีอะมิโนโปรตีนหรือสารประกอบที่อุดมด้วยไนโตรเจนอื่นๆ ปุ๋ยเหล่านี้ช่วยให้แน่ใจว่าพืชสามารถเข้าถึงสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มที่

โดยสรุป อะมิโนโปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช พวกมันมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมน การสร้างเนื้อเยื่อ และกระบวนการเมแทบอลิซึม ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชจะเติบโตเต็มที่และมีศักยภาพสูงสุด ในพืชผล เช่น กะหล่ำดอก อะมิโนโปรตีนมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วยให้มั่นใจได้ผลผลิตสูงและการเก็บเกี่ยวที่มีคุณภาพ เมื่อเข้าใจบทบาทของอะมิโนโปรตีนในพืช เกษตรกรและนักวิจัยสามารถทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและปรับปรุงผลผลิตพืชผล

วิธีการใช้
ผสมน้ำฉีดพ่น
พืชผัก 10-20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร
นาข้าว พืชไร่ ไม้ผล 20-40 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร
ผสมระบบน้ำหยด 500 มล.ต่อ 1 ไร่
ควรฉีดพ่น 2 ครั้งต่อเดือน
ไม่ควรฉีดพ่นระยะพืชออกดอก


สั่งซื้อ
โทร 097-918-3530
facebook โรงงานปุ๋ยไดโนเร็กซ์
ไลน์ janemini1112
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link..
ลิ้นจี่ โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
ลิ้นจี่ โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
อะมิโนโปรตีนเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช โปรตีนเหล่านี้ช่วยในการผลิตฮอร์โมนพืชซึ่งมีหน้าที่สร้างและขยายเซลล์เนื้อเยื่อในพืชชนิดต่างๆ ในความเป็นจริงพบว่าอะมิโนโปรตีนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นลิ้นจี่ ช่วยให้พวกมันเติบโตอย่างรวดเร็วและให้ผลขนาดใหญ่และแข็งแรง

มีพืช 18 ชนิดที่ต้องการอะมิโนโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสม สายพันธุ์เหล่านี้รวมถึงผลไม้และผักหลายชนิด เช่น แอปเปิ้ล กล้วย มะเขือเทศ และแตงกวา อะมิโนโปรตีนมีความสำคัญอย่างยิ่งในต้นลิ้นจี่ ซึ่งช่วยในการผลิตฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน ฮอร์โมนนี้มีหน้าที่ทำให้เซลล์ในลำต้นและใบของพืชยืดออก ทำให้พืชเติบโตอย่างรวดเร็วและพัฒนาใบสีเขียวที่สมบูรณ์

นอกจากบทบาทในการเจริญเติบโตของพืชแล้ว อะมิโนโปรตีนยังช่วยในการพัฒนาส่วนต่างๆ ของพืชอีกด้วย ตัวอย่างเช่นพวกมันมีความสำคัญในการสร้างรากของพืชช่วยให้พวกมันเติบโตได้ลึกและแข็งแรง พวกเขายังช่วยในการพัฒนาดอกไม้ของพืชเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามีสุขภาพดีและมีชีวิตชีวา

ประโยชน์ที่สำคัญประการหนึ่งของอะมิโนโปรตีนคือความสามารถในการเพิ่มผลผลิตของพืช พืชที่ได้รับอะมิโนโปรตีนสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลขนาดใหญ่และแข็งแรง นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรและผู้ปลูกที่พึ่งพาผลผลิตพืชสูงในการดำรงชีวิต ด้วยการใช้อะมิโนโปรตีน พวกเขาสามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงสุดและมั่นใจได้ว่าพืชผลของพวกเขาแข็งแรงและให้ผลกำไร

ประโยชน์อีกประการของอะมิโนโปรตีนคือความสามารถในการปรับปรุงสุขภาพของพืช พืชที่ได้รับอะมิโนโปรตีนมีโอกาสน้อยที่จะได้รับผลกระทบจากศัตรูพืชและโรคต่างๆ และสามารถต้านทานแรงกดดันจากสิ่งแวดล้อม เช่น ภัยแล้งและอุณหภูมิที่ร้อนจัดได้ดีกว่า เนื่องจากอะมิโนโปรตีนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของพืช ทำให้สามารถต่อสู้กับโรคและแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสรุป อะมิโนโปรตีนเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ช่วยในการผลิตฮอร์โมนพืชซึ่งมีหน้าที่สร้างและขยายเซลล์เนื้อเยื่อในพืชชนิดต่างๆ อะมิโนโปรตีนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นลิ้นจี่ ช่วยให้พวกมันเติบโตอย่างรวดเร็วและให้ผลขนาดใหญ่และแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยในการพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของพืช เพิ่มผลผลิตพืช และปรับปรุงสุขภาพของพืช สำหรับเกษตรกรและผู้ปลูก อะมิโนโปรตีนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลผลิตพืชผลสูงสุดและรับประกันพืชผลที่สมบูรณ์และให้ผลกำไร

วิธีการใช้
ผสมน้ำฉีดพ่น
พืชผัก 10-20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร
นาข้าว พืชไร่ ไม้ผล 20-40 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร
ผสมระบบน้ำหยด 500 มล.ต่อ 1 ไร่
ควรฉีดพ่น 2 ครั้งต่อเดือน
ไม่ควรฉีดพ่นระยะพืชออกดอก


สั่งซื้อ
โทร 097-918-3530
facebook โรงงานปุ๋ยไดโนเร็กซ์
ไลน์ janemini1112
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link..
ทุเรียน ราชาแห่งไม้ผล เน้นตลาดส่งออก
ทุเรียน ราชาแห่งไม้ผล เน้นตลาดส่งออก
ทุเรียน จัดเป็นราชาไม้ผล ที่ใครๆ ต่างยกให้เป็นที่หนึ่ง มีความต้องการในการบริโภคสูง อีกทั้งมีตลาดรองรับทั้งภายในประเทศและตลาดส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพื้นที่ปลูกทุเรียนทั่วประเทศ มีประมาณ 1_199_895.64 ไร่ (ข้อมูลระบบสารสนเทศการผลิตทางด้านการเกษตร วันที่ 22 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2565)

โดยทุเรียนมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2564 ประเทศไทยมีการส่งออกทุเรียนสูงถึง 925,855 ตัน (ข้อมูล:กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ข่าว : มิถุนายน 65) โดยประเทศจีนเป็นตลาดหลัก ตามด้วย ฮ่องกง เวียดนาม ไต้หวัน มาเลเซีย และอีกหลาย ๆ ประเทศ

ทุเรียนเกรดส่งออก คุณภาพดี

ทุเรียนเกรดส่งออกจะแบ่งเป็น เกรดเอ บี และซี สำหรับทุเรียนที่ตกเกรดจะไม่สามารถส่งออกได้ จึงจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น ดังนั้นพี่น้องชาวสวนทั้งมือเก่าและมือใหม่ควรให้ความสำคัญเรื่องการจัดการและพัฒนาการเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี เกรดเอ มีจำนวน 4-5 พูเต็ม ตรงตามสเปคทุเรียนส่งออก เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวสวนทุเรียน

สวนทุเรียนคุณภาพ ที่มีการจัดการอย่างมืออาชีพ

เทคนิคการปลูกทุเรียนให้ได้คุณภาพดี อย่างมืออาชีพ

1. สภาพดินที่เหมาะกับการปลูกทุเรียน

ทุเรียนเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขัง ดินที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกควรเป็นดินร่วนที่สามารถระบายน้ำได้ดี มีค่าความเป็นกรดด่าง(pH) ประมาณ 5.5 - 6.5 สำหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตควรอยู่ในช่วง 25-30 องศาเซลเซียส โดยมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศประมาณ 75 - 85 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรมีแหล่งน้ำที่เพียงพอในการเพาะปลูกตลอดปี การวางแปลงปลูกทุเรียน ระยะ 8x10 เมตร

2. การจัดเตรียมพื้นที่ และการดูแลต้นทุเรียนปลูกใหม่

การเตรียมพื้นที่ปลูกทุเรียนควรเริ่มจากการปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ หรือมีความลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี เนื่องจากต้นทุเรียนไม่ชอบน้ำขัง ส่วนระยะห่างระหว่างแถวที่เหมาะสมคือ 8X10 เมตร และระหว่างต้น (บนหลังเต่า) คือ 8X8 เมตร โดยการจัดระยะห่างแบบนี้ จะสามารถนำรถและเครื่องจักร รวมถึงเทคโนโลยีในการเพาะปลูกทางการเกษตรมาใช้ เพื่อทุ่นแรงและให้ง่ายต่อการทำงานมากยิ่งขึ้น

สำหรับทุเรียนปลูกใหม่ เมื่อเตรียมแปลงเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ปลูกแบบยกโคก เพื่อช่วยให้ต้นทุเรียนที่พึ่งลงปลูกใหม่โตเร็ว การปลูกแบบยกโคกคือ การพูนดินขึ้นให้สูงกว่าระนาบ จะช่วยให้รากของต้นทุเรียนอยู่ที่ดินชั้นบนๆ เมื่อใส่ปุ๋ยลงไปจะช่วยให้รากดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญจะช่วยให้น้ำระบายได้ดี ไม่ท่วมขังบริเวณโคนต้น ที่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ควรเตรียมวางแผนเรื่องระบบน้ำ ไปพร้อมกับการเตรียมพื้นที่ลงปลูก เพื่อง่ายต่อการจัดการ ส่วนในขั้นตอนการเลือกต้นกล้าทุเรียน ควรเลือกต้นที่มีระบบรากดี ไม่ขดงอหรืออยู่ในถุงเพาะชำเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ต้นทุเรียนโตช้า และควรสร้างร่มเงาหรือพรางแสงให้ต้นทุเรียนปลูกใหม่ โดยเฉพาะในช่วงทุเรียนระยะต้นเล็กไม่ให้รับแสงมากจนเกินไป

สำหรับการบำรุงทุเรียนปลูกใหม่ ช่วงอายุระหว่าง 1-3 ปี แนะนำใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-16 อัตรา 500 กรัม ต่อ 1 ต้น ใส่เดือนละครั้ง โดยสามารถใส่ปุ๋ยในอัตราที่เพิ่มขึ้น ตามการเจริญเติบโตของลำต้น และทรงพุ่ม เพื่อบำรุงให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์

การบำรุงทุเรียนตามระยะการเจริญเติบโต

ขั้นตอนการบำรุงต้นทุเรียนทางดิน ให้ ทุเรียน ได้คุณภาพดี เกรดเอ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต

ระยะฟื้นต้นหลังเก็บผลผลิต และทำชุดใบให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์

หลังจากเก็บผลผลิตทุเรียนเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการฟื้นต้นให้สมบูรณ์ เนื่องจากต้นทุเรียนจะถูกดึงธาตุอาหารต่างๆ ไปใช้ในการเลี้ยงผล จึงจำเป็นต้องบำรุงต้นให้กลับมาสมบูรณ์ ก่อนเข้าสู่ระยะทำใบชุดแรก โดยจะทำใบทั้งหมด 3 ชุด โดยแต่ละชุด ใช้เวลาประมาณ 45 วัน เพื่อให้ต้นทุเรียนให้สมบูรณ์ที่สุด แนะนำใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-16 อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุกๆ 20-30 วัน เม็ดปุ๋ยละลายง่าย ช่วยฟื้นต้นได้ไว และทำให้ใบกว้าง ใบเขียวเข้มและเขียวนาน

ระยะสะสมอาหารในต้นทุเรียน

การบำรุงระยะที่ 2 เป็นระยะที่ต้นทุเรียนสะสมอาหาร โดยต้นจะสะสมอาหารไว้ เมื่อสภาพอากาศมีอุณภูมิที่เหมาะสม ความชื้นที่พอดี ต้นก็จะแตกตาดอก ถือเป็นช่วงสำคัญของการทำสวนทุเรียน จึงควรเน้นบำรุงธาตุฟอสฟอรัส(P) และธาตุโพแทสเซียม(K) พร้อมกันในระยะนี้ โดยแนะนำใส่ปุ๋ยสูตร 9-25-25 อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ต้น ความถี่ทุกๆ 15-20 วัน เพื่อช่วยสะสมอาหาร เพิ่มความสมบรูณ์ของต้น ในการสร้างตาดอก และออกดอกที่สมบูรณ์ต่อไป

ระยะติดดอกของต้นทุเรียน

หลังจากที่ต้นแตกตาดอก ก็จะเข้าสู่ช่วงการติดดอกทุเรียน จะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาหลายระยะในช่วงดอก เป็นช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ อาจเกิดปัญหาดอกร่วง ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ ติดดอกไม่สมบูรณ์ พรืออากาศแปรปรวน แนะนำใส่ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 9-25-25 อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุกๆ 15-20 วัน เพื่อสะสมอาหาร ให้ต้นทุเรียน มีความสมบูรณ์ เพิ่มความแข็งแรง ให้ดอกทุเรียนมีการพัฒนาและเจริญเติบโตได้ดี

ระยะทุเรียนติดผลเล็ก (อายุ 30 วัน)

หลังจากที่ดอกทุเรียนมีการผสมเกสรเรียบร้อย ดอกทุเรียนจะเหลือแต่เกสรตัวเมียที่ติดอยู่ที่ต้น ปลายเกสรจะเริ่มแห้งเหมือนไหม้ หรือที่เรียกว่าดอกทุเรียนระยะหางแย้ จะเข้าสู่การติดผลเล็ก และจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนถึงระยะผลไข่ไก่ แนะนำเริ่มบำรุงเมื่อทุเรียนอายุ 30 วัน โดยใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-24 อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุกๆ 15 วัน เพื่อช่วยบำรุงผลทุเรียนให้สมบูรณ์

ระยะทุเรียนขยายผล (อายุ 45-90 วัน)

ผลทุเรียนจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนเข้าสู่ระยะกระป๋องนม ต้องเร่งการบำรุงโดยเน้นการขยายผล สร้างเนื้อ เบ่งพู ให้ทุเรียนมีคุณภาพ แนะนำใส่ปุ๋ยย สูตร 15-9-20 อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุกๆ 15 วัน เพื่อพัฒนาให้เป็นทุเรียนเกรดเอ ได้ไซด์ ทรงสวย พูเต็มต่อไป

ระยะทุเรียนก่อนเก็บเกี่ยว (อายุ 90-120 วัน)

การบำรุงช่วงสุดท้ายก่อนทำการเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นช่วงที่เน้นการบำรุงเพื่อเพิ่มคุณภาพให้ทุเรียน แนะนำใส่ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 13-13-24 อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ทุกๆ 15 วัน เพื่อช่วยเรื่องรสชาติที่อร่อย การเข้าสีสวย พูเต็ม ได้น้ำหนักดี ตามที่ตลาดต้องการ

การปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตเกรดเอ เน้นตลาดส่งออกเพื่อเพิ่มมูลค่านั้น ต้องมีการดูแลและเอาใจใส่ทุกขั้นตอนที่สำคัญ ตั้งแต่การเตรียมแปลง การดูแลต้นทุเรียนปลูกใหม่ ตลอดจนการบำรุงธาตุอาหารทางดินให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อให้ต้นได้นำไปเลี้ยงลูกทุเรียนได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ทุเรียนเกรดเอ คุณภาพดี ตามที่ตลาดส่งออกต้องการ


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
ยารักษาโรคพืช กำจัดโรคแอนแทรคโนส ในมะม่วง โรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นไอเอสใช้ได้กับพืชทุกชนิด(ขนาด 3 ลิตร ใช้ได้15 ไร่) ผสมน้ำได้ 1,200ลิตร
ยารักษาโรคพืช กำจัดโรคแอนแทรคโนส ในมะม่วง โรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นไอเอสใช้ได้กับพืชทุกชนิด(ขนาด 3 ลิตร ใช้ได้15 ไร่) ผสมน้ำได้ 1,200ลิตร
ยารักษาโรคพืช กำจัดโรคแอนแทรคโนส ในมะม่วง โรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นไอเอสใช้ได้กับพืชทุกชนิด(ขนาด 3 ลิตร ใช้ได้15 ไร่) ผสมน้ำได้ 1,200ลิตร
IS: สารต้านเชื้อราอินทรีย์สำหรับการควบคุมโรคแอนแทรกโนสอย่างมีประสิทธิภาพในสารสกัดจากมะม่วง

โรคแอนแทรกโนสซึ่งเกิดจากเชื้อราก่อโรค เป็นปัญหาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมมะม่วง โรคทำลายล้างนี้ไม่เพียงแต่ลดคุณภาพและผลผลิตของผลมะม่วงเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกรและความสามารถในการทำกำไรของอุตสาหกรรมโดยรวมอีกด้วย เพื่อต่อสู้กับความท้าทายนี้ การวิจัยและพัฒนาอย่างกว้างขวางได้นำไปสู่การค้นพบ IS ซึ่งเป็นสารต้านเชื้อราอินทรีย์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่กำจัดโรคแอนแทรคโนสได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด

IS ย่อมาจาก "Inhibitor of Spores" ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมและยับยั้งเชื้อราด้วยวิธีการทางเทคโนโลยีขั้นสูง โซลูชั่นที่ก้าวล้ำนี้ทำงานโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยบนพื้นผิวของใบพืช ป้องกันการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคแอนแทรคโนส ด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพที่ผิวใบ IS กำหนดเป้าหมายที่ต้นตอของโรค โดยนำเสนอแนวทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการควบคุมโรคในผลมะม่วง

ข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างหนึ่งของ IS คือประสิทธิภาพสูงในการดับเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคแอนแทรกโนส จากการวิจัยและพัฒนาอย่างพิถีพิถัน นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุสารประกอบออกฤทธิ์เฉพาะที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อราที่มีศักยภาพ ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์เหล่านี้ได้รับการคิดค้นสูตรอย่างพิถีพิถันและปรับให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดโรคแอนแทรคโนส

นอกจากนี้ IS ยังแสดงคุณสมบัติการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม ทำให้สามารถอยู่บนพื้นผิวใบพืชได้เป็นระยะเวลานาน คุณลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันการติดเชื้อราที่ยาวนาน ซึ่งแตกต่างจากสารเคมีกำจัดเชื้อราทั่วไปที่อาจถูกชะล้างได้ง่ายโดยสายฝนหรือการชลประทาน IS สร้างเกราะป้องกันบนผิวใบ ปกป้องพืชจากสปอร์ของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของ IS คือธรรมชาติอินทรีย์ ด้วยการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด IS จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนการใช้สารเคมีฆ่าเชื้อราแบบดั้งเดิม ลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการส่งเสริมแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรแบบยั่งยืนและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสารประกอบสังเคราะห์ เกษตรกรและผู้บริโภคสามารถได้รับประโยชน์จากการใช้ IS เนื่องจากไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายบนผลมะม่วงหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้

การพัฒนา IS นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการควบคุมโรคแอนแทรคโนสในสารสกัดจากมะม่วง วิธีการที่ไม่เหมือนใครในการกำหนดเป้าหมายเชื้อราที่ก่อโรคที่ผิวใบ เมื่อรวมกับองค์ประกอบอินทรีย์ทำให้แตกต่างจากสารฆ่าเชื้อราทั่วไป ด้วยการให้ประสิทธิภาพระดับสูง การยึดเกาะที่ยาวนาน และความปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม IS นำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่มีแนวโน้มสำหรับเกษตรกรที่ต้องการต่อสู้กับโรคแอนแทรคโนสอย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่อุตสาหกรรมมะม่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การดำเนินมาตรการควบคุมโรคที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ด้วยการกำเนิดของ IS เกษตรกรมะม่วงสามารถใช้พลังแห่งธรรมชาติเพื่อปกป้องพืชผลของพวกเขาจากผลกระทบร้ายแรงของโรคแอนแทรคโนส สารต้านเชื้อราอินทรีย์นี้ไม่เพียงรับประกันผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนความสามารถในการผลิตมะม่วงในระยะยาว ซึ่งส่งผลดีต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมโดยรวมในที่สุด

ไอเอส ขนาด 3 ลิตร
อัตรส่วนการใช้ 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
1 แกลลอน ผสมน้ำได้ 1200 ลิตร ใช้ได้ 15 ไร่


สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
กำจัดแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าเพลี้ยไฟ ในมันฝรั่ง และ พืชทุกชนิด บิวทาเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
กำจัดแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าเพลี้ยไฟ ในมันฝรั่ง และ พืชทุกชนิด บิวทาเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
Beauveria mix Methharicium หรือที่รู้จักในชื่อ Butarex เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสำหรับการป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟในมันฝรั่ง เพลี้ยไฟเป็นแมลงขนาดเล็กเรียวที่สามารถทำลายมันฝรั่งได้อย่างรุนแรง ทำให้ผลผลิตและคุณภาพลดลง พวกมันกินน้ำเลี้ยงของใบไม้และดอกไม้ ทำให้พวกมันเปลี่ยนสีและผิดรูป

Beauveria mix Methharicium เป็นส่วนผสมของเชื้อรา 2 ชนิด ได้แก่ Beauveria bassiana และ Metarhizium anisopliae เชื้อราเหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีความสามารถในการติดเชื้อและฆ่าแมลงศัตรูพืชหลายชนิดรวมถึงเพลี้ยไฟ พวกเขาทำเช่นนี้โดยการเจาะหนังกำพร้าของแมลงและเติบโตภายในร่างกายของมันซึ่งนำไปสู่ความตาย

Butarex ยี่ห้อ Beauveria ผสม Methharicium ใช้งานง่ายและสามารถใช้เป็นมาตรการป้องกันหรือเพื่อกำจัดการรบกวนของเพลี้ยไฟที่มีอยู่ นำมาทำเป็นละอองละเอียดหรือฉีดพ่น และเมื่อเพลี้ยไฟมาสัมผัสก็จะติดเชื้อและตายในที่สุด จากนั้นเชื้อราจะยังคงแพร่กระจายไปทั่วประชากร ลดจำนวนเพลี้ยไฟโดยรวมและป้องกันความเสียหายต่อพืชมันฝรั่ง

การใช้บิวเวอเรียผสมเมธาริเซียมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชแบบดั้งเดิม ไม่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์หรือสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์ได้ นอกจากนี้ เพลี้ยไฟยังไม่แสดงความต้านทานต่อผลิตภัณฑ์นี้ ทำให้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่เชื่อถือได้และยั่งยืนสำหรับการจัดการเพลี้ยไฟในมันฝรั่ง

สรุปได้ว่า Beauveria mix Methharicium (ยี่ห้อ Butarex) เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับการป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟในมันฝรั่ง ความสามารถในการควบคุมเพลี้ยไฟโดยไม่ทำอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์อื่นๆ สุขภาพของมนุษย์ หรือสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับชาวไร่มันฝรั่ง

เชื้อบิวเวอร์เรีย + เมธาไรเซียม
เป็นผลิตภัณฑ์ผ่านการคัดสรรจุลินทรีย์ 2 ชนิดมี คุณสมบัติโดดเด่นมาผสมผสานใช้ในการป้องกัน กำจัดแมลงศัตรูพืช ด้วงหนวดยาว ด้วงมะพร้าว ปลวก เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไรแดง แมลงหวี่ขาว และหนอน เป็นต้น

บิวทาเร็กซ์ : ใช้อย่างไร?
1. ผสมเชื้อ 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณ กิ่ง ก้าน ใบ หรือบริเวณที่แมลงระบาด
2. ฉีดพ่นได้ทุก 7-10 วัน

* ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อไตรโคเดอร์มา และ ยากำจัดเชื้อรา หากต้องการใช้ร่วมควรเว้น ระยะฉีดพ่น 7-10 วัน *

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย บิวทาเร็กซ์..
ผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช
เชื้อดีที่สุดสำหรับชาวเกษตรกร
ปริมาณเชื้อที่ดีและได้ผล
ให้อาหารเฉพาะของเชื้อแต่ละตัว

เชื้อจะไปเติบโตในแมลง ปกคลุมตัวแมลง ทำให้แมลงแห้งตายในที่สุด
ปลอดภัยไม่มีสารเคมี
แมลงดื้อยา ใช้ได้ต่อเนื่อง
เป็นยาเย็น ใช้ได้ทุกพืช และทุกช่วงอายุของพืช

สั่งซื้อ
โทร 097-918-3530
facebook โรงงานปุ๋ยไดโนเร็กซ์
ไลน์ janemini1112
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link..
3517 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 7 รายการ
|-Page 317 of 352-|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 | 303 | 304 | 305 | 306 | 307 | 308 | 309 | 310 | 311 | 312 | 313 | 314 | 315 | 316 | 317 | 318 | 319 | 320 | 321 | 322 | 323 | 324 | 325 | 326 | 327 | 328 | 329 | 330 | 331 | 332 | 333 | 334 | 335 | 336 | 337 | 338 | 339 | 340 | 341 | 342 | 343 | 344 | 345 | 346 | 347 | 348 | 349 | 350 | 351 | 352 |


กลุ่มทางใบปุ๋ยประสิทธิภาพสูง
*โปรดอ่าน ใช้ FK-1 ในช่วงแรก เพื่อเร่งโต เร่งราก เร่งดอก จับคู่กับ FK-3 ในช่วงเร่งผลผลิต พืชออกผลทุกชนิด ใช้ FK-1 กับ FK-3, นาข้าว ใช้ FK-1 กับ FK-3R (Rice), ไร่อ้อย ใช้ FK-1 กับ FK-3S (Sugarcane), มันสำปะหลัง ใช้ FK-1 กับ FK-3C (Cassava)

FK-1
สั่ง FK-1 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3
สั่ง FK-3 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3S
สั่ง FK-3S กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3R
สั่ง FK-3R กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3C
สั่ง FK-3C กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มอินทรีย์ ปุ๋ย ยาปราบฯ
ที่ขายดีที่สุดบน ลาซาด้า

FKT250-IS250-499B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 1ลิตร
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 3ลิตร
สั่งไอเอส3ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
มาคา
สั่งมาคากับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอกี้-บีที
สั่งไอกี้-บีทีกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L
สั่ง FK-T 1ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK ธรรมชาตินิยม
สั่งFK-T 250ซีซี กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 250ซีซี
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-IS1L-970B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-MAKA-980B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-AiKi-990B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มเคมียาปราบฯประสิทธิภาพสูง

invet
สั่ง อินเวท กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
metalaxyl
สั่ง เมทาแลคซิล กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
carron
สั่ง คาร์รอน กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มปุ๋ยทางใบผสมสูตรเองได้
เว็บระบบคำนวณการผสมปุ๋ย


starfer 30-20-5
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 10-40-10
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 15-5-30
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
maxza
สั่ง แม็กซ่า กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้



บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด
Central Laboratory (Thailand) Co.,Ltd.

ให้บริการตรวจวิเคราะห์
ตรวจฉลากโภชนาการ
ตรวจสารสำคัญกัญชา/กัญชง
ตรวจน้ำใช้ในกระบวนการผลิต
ฟอร์มขอใบเสนอราคา
สำหรับตรวจวิเคราะห์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (ตรวจวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง) โปรดกรอก ฟอร์มขอใบเสนอราคา
ตรวจขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี
ตรวจสารพิษตกค้างเพื่อการส่งออก
ตรวจผักสดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ E. coli, Salmonella spp.
ส่งตัวอย่างมะละกอ เพื่อการทดสอบการดัดแปลงพันธุกรรม
ส่งตัวอย่างเพื่อทดสอบ ปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลัก ลูกเดือย และพริกแห้ง เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
Hardline Test Application
ปุ๋ยคุณภาพสูง
พืชทุกชนิด | ปุ๋ยทุเรียน | ปุ๋ยมันสำปะหลัง | ปุ๋ยสำหรับไร่อ้อย | ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยยางพารา | ปุ๋ยมะพร้าว | ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์ม | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยถั่วเหลือง | ปุ๋ยพริกไทย | ปุ๋ยกาแฟ | ปุ๋ยมะนาว | ปุ๋ยส้ม | ปุ๋ยลำไย | ปุ๋ยลิ้นจี่ | ปุ๋ยหน่อไม้ฝรั่ง | ปุ๋ยกระเจี๊ยบเขียว | ปุ๋ยมังคุด | ปุ๋ยมันฝรั่ง | ปุ๋ยหอมหัวใหญ่ | ปุ๋ยกระเทียม | ปุ๋ยหอมแดง | ปุ๋ยมะเขือเทศ | ปุ๋ยกล้วยไม้ | ปุ๋ยอินทผลัม | ปุ๋ยน้อยหน่า | ปุ๋ยชมพู่ | ปุ๋ยเงาะ | ปุ๋ยมะม่วง | ปุ๋ยมะขาม | ปุ๋ยพริก
ยาอินทรีย์แก้โรคพืช
โรคใบไหม้ | ทุเรียนใบติด | มันสำปะหลังใบไหม้ | โรคอ้อยใบไหม้ | ข้าวใบไหม้ | ยางพาราใบไหม้ | โรคมะพร้าวใบไหม้ | โรคราน้ำค้างข้าวโพด | ปาล์มใบไหม้ | โรคสับปะรด | โรคราน้ำค้างถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟใบไหม้ | ราสนิมมะนาว | ส้มใบไหม้ | ลำไยใบไหม้ | ลิ้นจี่ใบไหม้ | หน่อไม้ฝรั่งลำต้นไหม้ | กระเจี๊ยบเขียวฝักลาย | โรคใบจุดมังคุด | มันฝรั่งใบใหม้ | โรคหอมเลื้อย | โรคใบจุดกระเทียม | โรคหอมแดง | ราแป้งมะเขือเทศ | โรคจุดสนิมกล้วยไม้ | อินทผลัมใบไหม้ | น้อยหน่าดอกร่วง | ชมพู่ใบไหม้ | เงาะใบไหม้ | มะม่วงใบไหม้ | ราแป้งมะขาม | โรคพริก
ยาเคมี กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยทุเรียน | เพลี้ยมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยข้าว | เพลี้ยยางพารา | เพลี้ยมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยสับปะรด | เพลี้ยถั่วเหลือง | เพลี้ยพริกไทย | เพลี้ยกาแฟ | เพลี้ยมะนาว | เพลี้ยส้ม | เพลี้ยลำไย | เพลี้ยลิ้นจี่ | เพลี้ยหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยมังคุด | เพลี้ยมันฝรั่ง | เพลี้ยหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยกระเทียม | เพลี้ยหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยกล้วยไม้ | เพลี้ยอินทผาลัม | เพลี้ยน้อยหน่า | เพลี้ยชมพู่ | เพลี้ยเงาะ | เพลี้ยมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยพริก
ยาเคมี กำจัดโรคพืช
โรคใบไหม้ | โรคทุเรียน | โรคมันสำปะหลัง | โรคอ้อย | โรคข้าว | โรคยางพารา | โรคมะพร้าว | โรคข้าวโพด | โรคปาล์ม | โรคสับปะรด | โรคถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟ | โรคมะนาว | โรคส้ม | โรคลำไย | โรคลิ้นจี่ | โรคหน่อไม้ฝรั่ง | โรคกระเจี๊ยบเขียว | โรคมังคุด | โรคมันฝรั่ง | โรคหอม | โรคกระเทียม | โรคหอมแดง | โรคมะเขือเทศ | โรคกล้วยไม้ | โรคอินทผาลัม | โรคน้อยหน่า | โรคชมพู่ | โรคเงาะ | โรคมะม่วง | โรคมะขาม | โรคพริก
ยาอินทรีย์ กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน | เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยศัตรูข้าว | เพลี้ยแป้งยางพารา | เพลี้ยศัตรูมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยอ่อนปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยแป้งสับปะรด | เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง | เพลี้ยแป้งพริกไทย | เพลี้ยแป้งกาแฟ | เพลี้ยไฟมะนาว | เพลี้ยไฟส้ม | เพลี้ยแป้งลำไย | เพลี้ยแป้งลิ้นจี่ | เพลี้ยไฟหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยจักจั่นฝ้ายกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยไฟมังคุด | เพลี้ยจักจั่นมันฝรั่ง | เพลี้ยไฟหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยไฟกระเทียม | เพลี้ยไฟหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยไฟกล้วยไม้ | เพลี้ยแป้งอินทผาลัม | เพลี้ยแป้งน้อยหน่า | เพลี้ยไฟชมพู่ | เพลี้ยแป้งเงาะ | เพลี้ยจักจั่นมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยไฟพริก
สารชีวินทรีย์ กำจัดหนอนต่างๆ
กำจัดหนอนศัตรูพืช | กำจัดหนอนทุเรียน | กำจัดหนอนมันสำปะหลัง | กำจัดหนอนกออ้อย | กำจัดหนอนในนาข้าว | กำจัดหนอนในสวนยางพารา | กำจัดหนอนมะพร้าว | กำจัดหนอนข้าวโพด | กำจัดหนอนปาล์มน้ำมัน | กำจัดหนอนสับปะรด | กำจัดหนอนถั่วเหลือง | กำจัดหนอนพริกไทย | กำจัดหนอนกาแฟ | กำจัดหนอนมะนาว | กำจัดหนอนส้ม | กำจัดหนอนลำไย | กำจัดหนอนลิ้นจี่ | กำจัดหนอนหน่อไม้ฝรั่ง | กำจัดหนอนกระเจี๊ยบเขียว | กำจัดหนอนมังคุด | กำจัดหนอนมันฝรั่ง | กำจัดหนอนหอมหัวใหญ่ | กำจัดหนอนกระเทียม | กำจัดหนอนหอมแดง | กำจัดหนอนมะเขือเทศ | กำจัดหนอนกล้วยไม้ | กำจัดหนอนอินทผาลัม | กำจัดหนอนน้อยหน่า | กำจัดหนอนชมพู่ | กำจัดหนอนเงาะ | กำจัดหนอนมะม่วง | กำจัดหนอนมะขาม | กำจัดหนอนพริก
โรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ย OEM/ODM เป็นแบรนด์สินค้าของคุณ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเม็ด ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม จุลินทรีย์ย่อยสลาย ยาปราบฯ สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยเคมี ทำได้ทุกชนิด
เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท
ปุ๋ยยาฯ จุลินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยน้ำต่างๆ ปุ๋ยน้ำอะมิโน ไตรโคฯ ประเภทน้ำ ประเภทผง บรรจุขวด บรรจุซอง ทุกชนิด ฯลฯ
เริ่มต้นเพียง 45,000 บาท
ปุ๋ยเม็ดทุกชนิด บรรจุกระสอบ 50 กิโลกรัม บิ๊กแบ็ค 1 ตันเพื่อส่งออก กระสอบ 25 กิโลกรัม ทำได้ทุกชนิด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สารปรับสภาพดิน อะมิโนเม็ดสกัด ฮิวมิค ฯลฯ
โทร 090-592-8614
iLab.work ผู้ใช้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารใน ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช กากอุตสาหกรรม มาตฐาน ISO/IEC 17025


ตรวจง่ายนับ 1 2 3 มาตฐาน ISO/IEC 17025
1.เลือกและคำนวณค่าตรวจที่หน้าเว็บ คลิก
2.ส่งดินเข้าห้อง LAB (ไปรษณีย์,เคอรี่,แฟรช)
3.อ่านผลออนไลน์ (เราจัดส่งต้นฉบับผลวิเคราะห์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้เช่นกัน)
→เริ่มกันเลย เลือกค่าที่ต้องการวิเคราะห์
[มีชุดโปรฯแนะนำลดพิเศษ หรือเลือกเองได้]
ดอกชบา การปลูกชบา การดูแล ป้องกันกำจัดโรค และแมลง
Update: 2564/03/27 00:40:19 - Views: 3437
การรดน้ำให้ต้นไม้ พืชที่เราปลูก ต้องรดน้ำมากน้อยเท่าไร จึงจะเหมาะสม
Update: 2565/08/16 18:22:10 - Views: 3429
ปุ๋ยสำหรับมะพร้าวน้ำหอม ตลอดช่วงอายุ
Update: 2567/03/14 09:25:06 - Views: 3365
การจัดการเพลี้ยในต้นกาแฟ: วิธีที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมและป้องกัน
Update: 2566/11/10 14:36:30 - Views: 3328
ยาแก้โรค ทุเรียนใบแห้ง ที่มีต้นเหตุจากเชื้อรา ยารักษาโรค ทุเรียนใบติด ทุเรียนใบไหม้ ใช้ ไอเอส ยับยั้งโรค และ ผสมด้วย FK-1 เพื่อเร่งฟื้นตัว
Update: 2563/07/04 09:19:08 - Views: 3519
การปลูกอ้อย เพิ่มผลผลิตอ้อยสูงสุดด้วยปุ๋ยตรา FK ปุ๋ยน้ำสำหรับอ้อย
Update: 2566/01/02 09:26:52 - Views: 3411
โรคราแป้ง ราน้ำค้าง โรคใบไหม้ เกิดได้กับหลายพืช เร่งควบคุม ป้องกัน กำจัด ลดความเสียหายต่อพืช
Update: 2566/11/04 09:41:04 - Views: 4418
การปลูกมันสำปะหลัง การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตดี
Update: 2563/06/05 10:07:34 - Views: 3377
โรคอ้อย โรคอ้อยยอดบิด (พกกะบอง) เมื่อโรครุนแรงยอดจะเน่าแห้งเป็นสีน้ำตาลแดง และใบที่ม้วนอยู่ถูกทำลาย ลำตายในที่สุด
Update: 2564/02/21 00:23:23 - Views: 3665
ถั่วฝักยาว ใบไหม้ โรคราสนิม ราแป้ง ราเขม่า โรคใบจุด โรคราต่างๆ ป้องกันกำจัดด้วย ไอเอส และเร่งฟื้นฟู ด้วย ปุ๋ย FK-T
Update: 2567/04/01 11:03:07 - Views: 3360
อ้อย ใบไหม้ ใบจุด โรคแส้ดำ รากเน่า เหี่ยวเน่าแดง ใบขีดแดง ยอดเน่า โรคราต่างๆ กำจัดด้วย ไอเอส และเร่งฟื้นฟูด้วย ปุ๋ย FK-T
Update: 2567/04/02 11:33:47 - Views: 3350
ยาแก้โรคเน่า ทานตะวันงอก ต้นอ่อนทานตะวัน โรคทานตะวันอ่อน ที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ
Update: 2563/06/25 09:41:19 - Views: 3357
ถาพนกที่ ฟาร์มเกษตร
Update: 2563/05/31 09:22:42 - Views: 3308
พืชใบเหลือง โตช้า ต้นโทรม ผลผลิตต่ำ ลอง ปุ๋ยทางใบ FK-1
Update: 2567/06/11 11:46:04 - Views: 93
ราสนิมขาวผักบุ้ง โรคผักบุ้งใบไหม้ และโรคราต่างๆ สร้างความเสียหายต่อผลผลิต ควบคุม ป้องกันกำจัดก่อนเกิดความเสียหาย
Update: 2566/11/04 09:56:30 - Views: 4676
ยากำจัดโรคราสีชมพู ใน ลองกอง โรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นไอเอสใช้ได้กับพืชทุกชนิด (ขนาด 3 ลิตร ใช้ได้15 ไร่)
Update: 2566/06/06 11:50:14 - Views: 3313
ปุ๋ยสำหรับทานตะวัน ปุ๋ยฉีด ต้นทานตะวัน FK-1 โตไว ใบเขียว ระบบรากแข็งแรง ดอกสวย ผลผลิตดี
Update: 2564/09/21 02:41:41 - Views: 3328
การใช้คาร์รอน (Diuron 80% WG) เพื่อควบคุมหญ้าและวัชพืชในสวนมะเขือเทศ
Update: 2567/02/13 09:18:43 - Views: 3314
ประโยชน์ของการปลูกพืชผสมผสานระหว่าง มันสำปะหลัง กับ พืชตระกูลถั่ว
Update: 2566/04/26 13:57:33 - Views: 4789
คู่มืองป้องกันและกำจัดโรคในลำไย โรคราต่างๆ ใบไหม้ ราแป้ง ราสนิม กิ่งแห้ง และราอื่นๆ
Update: 2566/04/30 08:55:27 - Views: 4946
GA4 © FarmKaset.ORG | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : 2022