[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | ^ เลือกหน้า | All contents
3517 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 7 รายการ

 
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคใบจุด ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคใบจุด ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคใบจุด ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
โรคใบจุดเป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับต้นทุเรียนโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและฝนตกชุก โรคเชื้อรานี้เรียกอีกอย่างว่า phyllosticta leaf spot เกิดจากเชื้อรา Phyllosticta Durianensis

อาการของโรคใบจุด ได้แก่ จุดสีน้ำตาลหรือสีดำรูปร่างกลมผิดปกติบนใบของต้นทุเรียน จุดเหล่านี้มีขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ และมักจะล้อมรอบด้วยรัศมีสีเหลือง ในกรณีที่รุนแรง รอยด่างอาจทำให้ใบไม้เหี่ยวเฉาและร่วงหล่น ซึ่งอาจลดความสามารถในการสังเคราะห์แสงของต้นไม้และทำให้สุขภาพโดยรวมอ่อนแอลง

เพื่อป้องกันโรคใบจุดสิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติสุขอนามัยที่ดีในสวนทุเรียน ซึ่งรวมถึงการกำจัดและทำลายใบไม้ที่ติดเชื้อและเศษซากพืชอื่นๆ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการรดน้ำเหนือศีรษะที่สามารถแพร่กระจายเชื้อราได้ นอกจากนี้ การใช้สารฆ่าเชื้อราที่มีทองแดงเป็นส่วนประกอบสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้

หากมีโรคใบจุดอยู่แล้ว การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อราสามารถช่วยควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อราและปกป้องสุขภาพของต้นไม้ได้ สิ่งสำคัญคือต้องตัดกิ่งที่ติดเชื้อออกเพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศและลดโอกาสในการติดเชื้อเพิ่มเติม

สรุปได้ว่าโรคใบจุดเป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับต้นทุเรียนและสามารถสร้างความเสียหายอย่างมากหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา การปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดีและการใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราที่เหมาะสม จะสามารถป้องกันและควบคุมโรคนี้และปกป้องสุขภาพของต้นทุเรียนได้

ไตรโคเร็กซ์ : เชื้อไตรโคเดอร์มา

ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นใบเหลือง รากเน่า
โคนเน่า ไฟท้อปเธอร่าในทุเรียนโรคแคงเกอร์ในส้ม - มะนาว
โรคทลายปาล์มเน่าโรคแอนแทรกโนสใน มะละกอ แตงโม แตงกวาโรคใบจุด ใบแห้ง
โรคกาบใบเน่า โรคกาบใบแห้งโรคไหม้ในข้าว โรคกุ้งแห้งในพริก
โรคผลเน่าไตรโคเร็กซ์

ใช้อย่างไร1. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณกิ่ง ก้าน ใบ
หรือราดบริเวณโคนต้น2. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อปุ๋ยอินทรีย์ 20
กก.ในการปลูกหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก*
ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อบิวเวอร์เรียและเมธาไรเซียม ควรฉีดสลับกันทุก 7-10
วัน *

ผลิตภัณฑ์ของเราดีกว่าอย่างไร
1.มีห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อจุลินทรีย์
- คัดสายพันธุ์เฉพาะ ผ่านการทดสอบ/วิจัย
- สายพันธุ์เชื้อผ่านการตรวจจาก วว.และ สวทช
2.เชื้อจุลินทรีย์เลี้ยงในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- มีตู้บ่มเชื้อควบคุมอุณหภูมิ
- ได้เชื้อจุลินทรีย์สมบูรณ์ แข็งแรง
3.มีห้องสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์
- เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างการเพาะเชื้อ
- ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสง
4.ควบคุมคุณภาพเชื้อจุลินทรีย์ตลอดการผลิต

ป้องกันกำจัดโรคพืช
-โรคใบเหลือง ใบเหี่ยว
-โรคใบจุด ราน้ำค้าง
-โรคราแป้ง
-โรคราสีชมพู กาบใบแห้ง
-โรคผลเน่า ในพริกทุเรียน
-โรคใบไหม้
-โรคเหี่ยวเขียว เหี่ยวเหลือง
-โรครากเน่าโคนเน่า
-โรคเมล็ดเน่า

กลไกการป้องกันโรคพืช
1.เจริญเติบโต แข่งขัน แย่งอาหาร น้ำ และที่อยู่กับเชื้อราสาเหตุโรคพืช จึงทำให้เชื้อโรคลดปริมาณ ลงอย่างรวดเร็ว
2.การสร้างสารปฏิชีวนะ มาทำลายผนังเซลล์เชื้อราโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อราโรคพืชเกิดการไหม้ และตาย 
3.เป็นปรสิต สร้างเส้นใยพันรัดน้ำเลี้ยงจากเชื้อโรคพืช ทำให้เส้นใยสลายลดการขยาย เผ่าพันธุ์ลง



สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคราดำ ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคราดำ ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
ราดำเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่สามารถเติบโตได้บนพื้นผิวต่างๆ รวมถึงผลไม้ เช่น ทุเรียน เมื่อราดำขึ้นบนทุเรียนอาจทำให้ผลเน่ากินไม่ได้ ในบางกรณี การบริโภคทุเรียนที่มีการปนเปื้อนอาจนำไปสู่อาหารเป็นพิษและปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ทุเรียนเป็นผลไม้เมืองร้อนที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นที่นิยมทั่วทั้งภูมิภาค ทุเรียนมีเปลือกนอกเป็นหนามแหลมหนาและเนื้อในเป็นครีมนุ่ม

ราดำมักพบบนวัสดุที่ชื้นหรือเน่าเปื่อย และเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและชื้น สิ่งนี้ทำให้ทุเรียนซึ่งมีความชื้นสูงและสภาพการปลูกที่อบอุ่น เป็นตัวเต็งสำหรับการเจริญเติบโตของราดำ

เกิดจาก เชื้อรา Meliola durionis Hans S. เข้าทำลายที่ผลทุเรียน ทำให้ผลมีสีดำเป็นปื้น โดยเฉพาะบริเวณไหล่ผล และร่องผล ทำให้มีราคาต่ำ แพร่ระบาดโดย เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง หรือเพลี้ยไก่แจ้

เมื่อราดำขึ้นบนทุเรียน อาจทำให้ผลเปลี่ยนสีและมีกลิ่นเหม็นอับได้ รายังทำให้เนื้อทุเรียนนิ่มและเละทำให้กินไม่ได้

การบริโภคทุเรียนที่ปนเปื้อนอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ ซึ่งเป็นโรคทั่วไปที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน อาการของอาหารเป็นพิษ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง ในกรณีที่รุนแรง อาหารเป็นพิษอาจนำไปสู่การขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพอื่นๆ

เพื่อป้องกันโรคราดำในทุเรียน สิ่งสำคัญคือต้องเก็บผลไม้ไว้ในที่แห้งและเย็น และตรวจดูสัญญาณการเจริญเติบโตของราอย่างสม่ำเสมอ หากคุณสังเกตเห็นราบนทุเรียนของคุณ ทางที่ดีควรทิ้งผลไม้นั้นไปเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น

สรุปได้ว่าราดำสามารถเติบโตบนทุเรียนและทำให้กินผลไม่ได้ การบริโภคทุเรียนที่ปนเปื้อนอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษและปัญหาสุขภาพอื่นๆ เพื่อป้องกันโรคราดำในทุเรียน สิ่งสำคัญคือต้องเก็บผลไม้อย่างถูกต้องและตรวจดูสัญญาณการเจริญเติบโตของราอย่างสม่ำเสมอ

ไตรโคเร็กซ์ : เชื้อไตรโคเดอร์มา

ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นใบเหลือง รากเน่า โคนเน่า ไฟท้อปเธอร่าในทุเรียนโรคแคงเกอร์ในส้ม - มะนาว โรคทลายปาล์มเน่าโรคแอนแทรกโนสใน มะละกอ แตงโม แตงกวาโรคใบจุด ใบแห้ง โรคกาบใบเน่า โรคกาบใบแห้งโรคไหม้ในข้าว โรคกุ้งแห้งในพริก โรคผลเน่าไตรโคเร็กซ์

ใช้อย่างไร1. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณกิ่ง ก้าน ใบ หรือราดบริเวณโคนต้น2. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อปุ๋ยอินทรีย์ 20 กก.ในการปลูกหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก* ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อบิวเวอร์เรียและเมธาไรเซียม ควรฉีดสลับกันทุก 7-10 วัน *

ผลิตภัณฑ์ของเราดีกว่าอย่างไร
1.มีห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อจุลินทรีย์
- คัดสายพันธุ์เฉพาะ ผ่านการทดสอบ/วิจัย
- สายพันธุ์เชื้อผ่านการตรวจจาก วว.และ สวทช
2.เชื้อจุลินทรีย์เลี้ยงในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- มีตู้บ่มเชื้อควบคุมอุณหภูมิ
- ได้เชื้อจุลินทรีย์สมบูรณ์ แข็งแรง
3.มีห้องสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์
- เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างการเพาะเชื้อ
- ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสง
4.ควบคุมคุณภาพเชื้อจุลินทรีย์ตลอดการผลิต

ป้องกันกำจัดโรคพืช
-โรคใบเหลือง ใบเหี่ยว
-โรคใบจุด ราน้ำค้าง
-โรคราแป้ง
-โรคราสีชมพู กาบใบแห้ง
-โรคผลเน่า ในพริกทุเรียน
-โรคใบไหม้
-โรคเหี่ยวเขียว เหี่ยวเหลือง
-โรครากเน่าโคนเน่า
-โรคเมล็ดเน่า

กลไกการป้องกันโรคพืช
1.เจริญเติบโต แข่งขัน แย่งอาหาร น้ำ และที่อยู่กับเชื้อราสาเหตุโรคพืช จึงทำให้เชื้อโรคลดปริมาณ ลงอย่างรวดเร็ว
2.การสร้างสารปฏิชีวนะ มาทำลายผนังเซลล์เชื้อราโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อราโรคพืชเกิดการไหม้ และตาย 
3.เป็นปรสิต สร้างเส้นใยพันรัดน้ำเลี้ยงจากเชื้อโรคพืช ทำให้เส้นใยสลายลดการขยาย เผ่าพันธุ์ลง



สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
ปุ๋ยยางพารา FK-1 และ FK-3 กับบทบาทหน้าที่ ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการเพิ่มน้ำยางพารา
ปุ๋ยยางพารา FK-1 และ FK-3 กับบทบาทหน้าที่ ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการเพิ่มน้ำยางพารา
ปุ๋ยยางพารา FK-1 และ FK-3 กับบทบาทหน้าที่ ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการเพิ่มน้ำยางพารา
ปุ๋ย FK-1 และ FK-3 ใช้ฉีดพ่นยางพารา เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต และส่งเสริมกระบวนการสร้างน้ำยางพารา FK-1 ให้ฉีดพ่นเพื่อเร่งโต เร่งการแตกยอดใบ ทำให้โตไว ใบเขียว เสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้กับต้นยางพารา ส่วน FK-3 เน้นไปที่ธาตุโพแทสเซียม (K) สูง เพื่อส่งเสริมการสร้างน้ำยางให้มากขึ้นเป็นพิเศษ

บทบาทการทำงานของธาตุอาหารในปุ๋ย FK ซึ่งประกอบด้วย ธาตุ Mg_ Zn_ N_ P_ K สารสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และสารจับใบ ทำงานอย่างไร ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และเพิ่มผลผลิตยางพารา เรามาดูรายละเอียดของบทบาทในแต่ละธาตุอาหารที่ประกอบในปุ๋ย FK

แมกนีเซียมและสังกะสีเป็นธาตุอาหารรองที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ในสวนยาง องค์ประกอบเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางสรีรวิทยาหลายอย่างที่สนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นไม้

แมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบของโมเลกุลคลอโรฟิลล์ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ฮอร์โมนพืชและการสร้างผนังเซลล์ ดังนั้นการขาดแมกนีเซียมอาจทำให้การเจริญเติบโตลดลงและคลอโรซีส (สีเหลือง) ของใบ

ในทางกลับกันสังกะสีมีบทบาทในการทำงานของเอนไซม์และการสังเคราะห์โปรตีนและฮอร์โมน นอกจากนี้ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบรากของพืชและการสร้างเซลล์ใหม่ การขาดธาตุสังกะสีอาจทำให้การเจริญเติบโตแคระแกร็นและผลผลิตลดลง

เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเจริญเติบโตและผลผลิตที่เหมาะสม ผู้จัดการสวนยางจำเป็นต้องให้ความสนใจกับระดับของแมกนีเซียมและสังกะสีในดิน การทดสอบดินสามารถใช้เพื่อกำหนดระดับของธาตุอาหารรองเหล่านี้และพิจารณาว่าจำเป็นต้องฉีดพ่นปุ๋ยเพิ่มหรือไม่

นอกจากการให้สารอาหารที่จำเป็นเหล่านี้แล้ว แมกนีเซียมและสังกะสียังมีบทบาทในการต้านทานโรคอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การขาดสังกะสีสามารถทำให้พืชติดเชื้อราได้ง่าย ในขณะที่การขาดแมกนีเซียมสามารถทำให้พืชอ่อนแอต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ผู้จัดการสวนสามารถช่วยรักษาต้นไม้ให้แข็งแรงและให้ผลผลิตได้โดยการรักษาระดับสารอาหารรองเหล่านี้ให้เหมาะสม

สรุปได้ว่าแมกนีเซียมและสังกะสีเป็นธาตุอาหารรองที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของสวนยางที่ดี พวกมันมีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์แสง การสังเคราะห์ฮอร์โมน และการต้านทานโรค และต้องรักษาระดับของสารอาหารเหล่านี้ให้เพียงพอในดินเพื่อรองรับการเจริญเติบโตและผลผลิตที่เหมาะสม

ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเป็นธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งต้นยาง องค์ประกอบเหล่านี้เรียกว่า NPK มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสวนยาง

ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสีที่ช่วยให้พืชเปลี่ยนแสงแดดเป็นพลังงานผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของกรดอะมิโนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีน ในสวนยาง ไนโตรเจนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นไม้อย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการผลิตยางคุณภาพสูง

ฟอสฟอรัสเป็นธาตุที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับพืช เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการถ่ายเทพลังงานภายในพืช มีส่วนร่วมในการสังเคราะห์ ATP ซึ่งเป็นโมเลกุลที่เก็บและขนส่งพลังงานภายในเซลล์ ในสวนยาง ฟอสฟอรัสมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของรากที่เหมาะสม รวมทั้งการผลิตดอกและผลที่สมบูรณ์

โพแทสเซียมเป็นธาตุที่จำเป็นสำหรับพืช เนื่องจากมีส่วนในกระบวนการทางสรีรวิทยาที่สำคัญหลายอย่าง ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำภายในพืช ตลอดจนการขนส่งสารอาหารและการสังเคราะห์โปรตีน ในสวนยาง โพแทสเซียมมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นไม้อย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการผลิตยางคุณภาพสูง

นอกจากหน้าที่ที่สำคัญเหล่านี้แล้ว NPK ยังมีบทบาทต่อสุขภาพโดยรวมของสวนยางอีกด้วย ด้วยการให้สารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช NPK ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของต้นไม้และเพิ่มความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้นและผลกำไรที่ดีขึ้นสำหรับพื้นที่เพาะปลูก

โดยรวมแล้ว บทบาทและหน้าที่ของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสวนยาง ด้วยการให้สารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช NPK ช่วยให้มั่นใจในสุขภาพและผลผลิตของต้นไม้ ซึ่งนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้นและผลกำไรที่ดีขึ้นสำหรับพื้นที่เพาะปลูก

สั่งซื้อ

โทร 090-592-8614

ไลน์ไอดี @FarmKaset

ลาซาด้า http://ไปที่..link..

ช้อปปี้ http://ไปที่..link..

เซ็นทรัล http://ไปที่..link..
อ่าน:3303
ปุ๋ยสละ FK-1 และ FK-3 กับบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการเพิ่มผลผลิตได้อย่างดีเยี่ยม
ปุ๋ยสละ FK-1 และ FK-3 กับบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการเพิ่มผลผลิตได้อย่างดีเยี่ยม
ปุ๋ยสละ FK-1 และ FK-3 กับบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการเพิ่มผลผลิตได้อย่างดีเยี่ยม
FK-1 เป็นปุ๋ยสำหรับส่งเสริมการเจริญเติบโตของสละ ส่วน FK-3 นั้นเป็นปุ๋ยเพิ่มผลผลิตสละ ใช้ฉีดพ่นเมือสละเริ่มติดผลแล้ว บทบาทสำคัญของธาตุหลัก ธาตุรอง ทีประกอบอยู่ใน FK-1 และ FK-3 มีรายละเอียดดังนี้

ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นสละ ธาตุเหล่านี้หรือที่เรียกว่าธาตุอาหารหลักมีบทบาทสำคัญในสุขภาพโดยรวมและผลผลิตของต้นสละ

ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงและผลิตพลังงานจากแสงแดด หากไม่มีธาตุไนโตรเจนเพียงพอ ต้นสละจะใบเหลืองและแคระแกรน ไนโตรเจนยังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากที่แข็งแรงและการพัฒนาของใบและกิ่งใหม่

ฟอสฟอรัสเป็นธาตุที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับต้นสละ มีบทบาทในการผลิตคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ฟอสฟอรัสยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบรากที่แข็งแรงและการออกดอกและติดผลของต้นสลัก

โพแทสเซียมยังเป็นธาตุอาหารหลักที่สำคัญสำหรับต้นสละอีกด้วย ช่วยควบคุมความสมดุลของน้ำภายในพืช ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากที่แข็งแรง และเพิ่มความต้านทานต่อโรคของพืช โพแทสเซียมยังมีความสำคัญต่อการสังเคราะห์โปรตีนและกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ซึ่งจำเป็นต่อกระบวนการเมแทบอลิซึมของพืช

โดยรวมแล้ว การใช้ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมอย่างเหมาะสมสามารถช่วยปรับปรุงผลผลิตของต้นสละได้ เพื่อให้แน่ใจว่าองค์ประกอบที่จำเป็นเหล่านี้มีอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ผู้ปลูกสละสามารถช่วยให้ต้นไม้ของพวกเขาเติบโตแข็งแรงและแข็งแรง และให้ผลผลิตที่อร่อยมากมาย

แมกนีเซียมและสังกะสีเป็นสารอาหารที่จำเป็น 2 ชนิดที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของพืช รวมทั้งสละด้วย แร่ธาตุเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางสรีรวิทยาต่างๆ ของพืช และการได้รับแมกนีเซียมและสังกะสีในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลสละได้

ประโยชน์หลักประการหนึ่งของแมกนีเซียมในการปลูกสละคือช่วยควบคุมการดูดซึมและการใช้สารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม แมกนีเซียมยังมีส่วนร่วมในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ซึ่งช่วยให้พืชเปลี่ยนแสงแดดเป็นพลังงานผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง

ในทางกลับกัน สังกะสีมีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์ใหม่และการเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงโดยรวมของต้นสละ

การให้แมกนีเซียมและสังกะสีในปริมาณที่เพียงพอแก่ต้นสละสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมและผลผลิตได้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้ปุ๋ยที่มีแร่ธาตุเหล่านี้ หรือโดยการใส่ลงในดินโดยตรง นอกจากนี้ ต้นสละยังได้รับประโยชน์จากการใช้อินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก ซึ่งสามารถช่วยปรับปรุงโครงสร้างโดยรวมและปริมาณธาตุอาหารของดิน

สรุปได้ว่าแมกนีเซียมและสังกะสีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการปลูกสละ การให้แร่ธาตุเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพและผลผลิตของต้นสละ ส่งผลให้ผลผลิตสูงขึ้นและผลไม้มีคุณภาพดีขึ้น

สนใจสั่งซื้อ

ลาซาด้า http://ไปที่..link..

ช้อปปี้ http://ไปที่..link..

โทร 090-592-8614

ไลน์ไอดี @FarmKaset
อ่าน:3354
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคเน่า หรือไฟทอปทอร่า ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคเน่า หรือไฟทอปทอร่า ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
โรคเน่าไฟทอฟธอร่า (Phytophthora rot) หรือที่เรียกกันว่า โรครากเน่า เป็นโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อต้นทุเรียนและส่งผลกระทบต่อสุขภาพและผลผลิตของผลทุเรียนอย่างรุนแรง โรคนี้เกิดจากราน้ำชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Phytophthora ซึ่งเจริญเติบโตในดินที่เปียกชื้นและโจมตีรากของพืช

อาการของไฟทอฟธอร่าเน่าในต้นทุเรียน ได้แก่ ใบเหลืองและเหี่ยว ผลผลิตลดลง และในที่สุดต้นตาย โรคนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยากทำให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนกังวลเป็นอย่างมาก

เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ Phytophthora เน่า สิ่งสำคัญคือต้องปลูกต้นทุเรียนในดินที่มีการระบายน้ำดีและหลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไป การตัดแต่งกิ่งและการฆ่าเชื้อเครื่องมืออย่างเหมาะสมสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้ ในกรณีที่เกิดการระบาด ต้นไม้ที่ได้รับผลกระทบสามารถรักษาด้วยสารฆ่าเชื้อราได้ แต่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและอาจไม่ได้ผลเสมอไป

เนื่องจากผลกระทบที่เป็นไปได้ของ Phytophthora เน่าต่อผลผลิตทุเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ปลูกที่จะต้องระมัดระวังและดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบต้นไม้อย่างสม่ำเสมอเพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อและดำเนินการทันทีหากตรวจพบโรค เกษตรกรผู้ปลูกสามารถช่วยให้ต้นทุเรียนมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาวได้

ไตรโคเร็กซ์ : เชื้อไตรโคเดอร์มา

ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นใบเหลือง รากเน่า โคนเน่า ไฟท้อปเธอร่าในทุเรียนโรคแคงเกอร์ในส้ม - มะนาว โรคทลายปาล์มเน่าโรคแอนแทรกโนสใน มะละกอ แตงโม แตงกวาโรคใบจุด ใบแห้ง โรคกาบใบเน่า โรคกาบใบแห้งโรคไหม้ในข้าว โรคกุ้งแห้งในพริก โรคผลเน่าไตรโคเร็กซ์

ใช้อย่างไร1. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณกิ่ง ก้าน ใบ หรือราดบริเวณโคนต้น2. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อปุ๋ยอินทรีย์ 20 กก.ในการปลูกหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก* ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อบิวเวอร์เรียและเมธาไรเซียม ควรฉีดสลับกันทุก 7-10 วัน *

ผลิตภัณฑ์ของเราดีกว่าอย่างไร
1.มีห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อจุลินทรีย์
- คัดสายพันธุ์เฉพาะ ผ่านการทดสอบ/วิจัย
- สายพันธุ์เชื้อผ่านการตรวจจาก วว.และ สวทช
2.เชื้อจุลินทรีย์เลี้ยงในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- มีตู้บ่มเชื้อควบคุมอุณหภูมิ
- ได้เชื้อจุลินทรีย์สมบูรณ์ แข็งแรง
3.มีห้องสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์
- เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างการเพาะเชื้อ
- ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสง
4.ควบคุมคุณภาพเชื้อจุลินทรีย์ตลอดการผลิต

ป้องกันกำจัดโรคพืช
-โรคใบเหลือง ใบเหี่ยว
-โรคใบจุด ราน้ำค้าง
-โรคราแป้ง
-โรคราสีชมพู กาบใบแห้ง
-โรคผลเน่า ในพริกทุเรียน
-โรคใบไหม้
-โรคเหี่ยวเขียว เหี่ยวเหลือง
-โรครากเน่าโคนเน่า
-โรคเมล็ดเน่า

กลไกการป้องกันโรคพืช
1.เจริญเติบโต แข่งขัน แย่งอาหาร น้ำ และที่อยู่กับเชื้อราสาเหตุโรคพืช จึงทำให้เชื้อโรคลดปริมาณ ลงอย่างรวดเร็ว
2.การสร้างสารปฏิชีวนะ มาทำลายผนังเซลล์เชื้อราโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อราโรคพืชเกิดการไหม้ และตาย 
3.เป็นปรสิต สร้างเส้นใยพันรัดน้ำเลี้ยงจากเชื้อโรคพืช ทำให้เส้นใยสลายลดการขยาย เผ่าพันธุ์ลง



สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
ปุ๋ยมังคุด FK-1 และ FK-3 เร่งการเจริญเติบโต เร่งผลผลิตมังคุด ด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน
ปุ๋ยมังคุด FK-1 และ FK-3 เร่งการเจริญเติบโต เร่งผลผลิตมังคุด ด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน
ปุ๋ยมังคุด FK-1 และ FK-3 เร่งการเจริญเติบโต เร่งผลผลิตมังคุด ด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน
ประโยชน์ของไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ต่อต้นมังคุดมีมากมาย สารอาหารที่จำเป็นเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ดี ปรับปรุงการผลิตผลไม้ และเพิ่มคุณภาพโดยรวมของผลมังคุด

ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารหลักที่ช่วยให้ต้นมังคุดเจริญเติบโตทางใบและลำต้นได้มากขึ้น สิ่งนี้มีความสำคัญเนื่องจากพืชที่แข็งแรงและแข็งแรงสามารถทนต่อความเครียดและโรคได้ดีกว่า และมีแนวโน้มที่จะผลิตพืชผลขนาดใหญ่และอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ไนโตรเจนยังจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำให้พืชสังเคราะห์แสงได้

ฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับต้นมังคุด มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาของรากและช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตที่แข็งแรงและแข็งแรง ฟอสฟอรัสยังมีความสำคัญต่อการผลิตดอกไม้และผลไม้ และมีส่วนในกระบวนการเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานที่พืชนำไปใช้ได้

โพแทสเซียมเป็นธาตุอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับต้นมังคุด ช่วยควบคุมสมดุลน้ำของพืชและจำเป็นสำหรับการผลิตเอนไซม์และโปรตีน โพแทสเซียมยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาของลำต้นที่แข็งแรง สุขภาพโดยรวมและความแข็งแกร่งของพืช

นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ปุ๋ย N-P-K ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพของผลมังคุดได้อีกด้วย พวกเขาสามารถเพิ่มขนาดของผลไม้ ความหวาน และคุณค่าทางโภชนาการโดยรวม สิ่งนี้มีความสำคัญเนื่องจากผลไม้คุณภาพสูงมีแนวโน้มที่จะดึงดูดผู้บริโภคและควบคุมราคาในตลาดได้สูงกว่า

โดยสรุป การใช้ปุ๋ย N-P-K สามารถให้ประโยชน์มากมายแก่ต้นมังคุด รวมถึงการเจริญเติบโตของพืชที่ดีขึ้น การเพิ่มผลผลิตของผลไม้ และคุณภาพของผลไม้ที่ดีขึ้น ประโยชน์เหล่านี้สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมและผลผลิตของต้นมังคุด และท้ายที่สุดสามารถนำไปสู่ผลผลิตที่ทำกำไรได้มากขึ้นและยั่งยืน

แมกนีเซียม (Mg) และสังกะสี (Zn) เป็นธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช แมกนีเซียมมีส่วนในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้พืชมีสีเขียวและจำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง สังกะสีมีบทบาทในการสังเคราะห์ฮอร์โมนและเอ็นไซม์ของพืช และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของใบและรากพืชอย่างเหมาะสม

ในการปลูกมังคุด แมกนีเซียมและสังกะสีสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมและผลผลิตของพืช แมกนีเซียมสามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ ทำให้พืชแข็งแรงและให้ผลผลิตมากขึ้น สังกะสีสามารถช่วยปรับปรุงระบบราก ซึ่งช่วยให้พืชดูดซับน้ำและสารอาหารจากดินได้ดีขึ้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่พืชที่แข็งแรงขึ้นซึ่งมีความทนทานต่อความเครียดและโรค

โดยทั่วไปแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องให้สารอาหารที่สมดุลแก่พืช รวมทั้งแมกนีเซียมและสังกะสี เพื่อให้พืชเติบโตอย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตสูงสุด ซึ่งทำได้โดยการใช้ปุ๋ยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการปลูกมังคุด หรือโดยการใส่อาหารเสริมแมกนีเซียมและสังกะสีลงในดินโดยตรง

สั่งซื้อ

ลาซาด้า http://ไปที่..link..

ช้อปปี้ http://ไปที่..link..

โทร 090-592-8614

ไลน์ไอดี @FarmKaset
อ่าน:3311
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคใบไหม้ หรือแอนแทรคโนส ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดเชื้อรา สาเหตุของโรคใบไหม้ หรือแอนแทรคโนส ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
ทุเรียนเป็นผลไม้เมืองร้อนที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่น ผลไม้นี้เป็นที่นิยมในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมักใช้ในของหวานและอาหารอื่นๆ

ปัญหาหนึ่งที่อาจส่งผลต่อต้นทุเรียนคือโรคที่เรียกว่า ใบไหม้ นี่เป็นคำทั่วไปที่หมายถึงโรคที่ทำให้เนื้อเยื่อพืชตายอย่างรวดเร็ว ในกรณีของต้นทุเรียน โรคใบไหม้อาจทำให้ใบ กิ่งก้าน หรือแม้แต่ทั้งต้นตายได้

โรคใบไหม้ที่สามารถส่งผลกระทบต่อต้นทุเรียนมีหลายประเภท ได้แก่ โรคใบไหม้จากแบคทีเรีย โรคใบไหม้จากเชื้อรา และโรคใบไหม้จากเชื้อไวรัส โรคใบไหม้เกิดจากแบคทีเรีย ส่วนโรคใบไหม้เกิดจากเชื้อรา ในทางกลับกัน โรคใบไหม้เกิดจากไวรัส

อาการใบไหม้ของต้นทุเรียนอาจรวมถึงจุดดำบนใบ ใบเหี่ยวหรือเหลือง และกิ่งก้านตาย ในกรณีที่รุนแรง ต้นไม้อาจตายทั้งต้น

เพื่อป้องกันโรคใบไหม้ของต้นทุเรียน สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะที่ดี ซึ่งรวมถึงการกำจัดวัสดุพืชที่ติดเชื้อหรือตายออก หลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไป และให้สารอาหารที่เหมาะสมแก่ต้นไม้ นอกจากนี้ การใช้สารฆ่าเชื้อราหรือสารเคมีอื่นๆ สามารถช่วยควบคุมการแพร่กระจายของโรคได้

หากต้นทุเรียนของคุณแสดงอาการใบไหม้ สิ่งสำคัญคือต้องรีบดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจาย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพืชในพื้นที่หรือตัวแทนส่งเสริมการเกษตรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการรักษาและป้องกันโรคใบไหม้ของต้นทุเรียน

ไตรโคเร็กซ์ : เชื้อไตรโคเดอร์มา

ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นใบเหลือง รากเน่า โคนเน่า ไฟท้อปเธอร่าในทุเรียนโรคแคงเกอร์ในส้ม - มะนาว โรคทลายปาล์มเน่าโรคแอนแทรกโนสใน มะละกอ แตงโม แตงกวาโรคใบจุด ใบแห้ง โรคกาบใบเน่า โรคกาบใบแห้งโรคไหม้ในข้าว โรคกุ้งแห้งในพริก โรคผลเน่าไตรโคเร็กซ์

ใช้อย่างไร1. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณกิ่ง ก้าน ใบ หรือราดบริเวณโคนต้น2. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อปุ๋ยอินทรีย์ 20 กก.ในการปลูกหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก* ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อบิวเวอร์เรียและเมธาไรเซียม ควรฉีดสลับกันทุก 7-10 วัน *

ผลิตภัณฑ์ของเราดีกว่าอย่างไร
1.มีห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อจุลินทรีย์
- คัดสายพันธุ์เฉพาะ ผ่านการทดสอบ/วิจัย
- สายพันธุ์เชื้อผ่านการตรวจจาก วว.และ สวทช
2.เชื้อจุลินทรีย์เลี้ยงในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- มีตู้บ่มเชื้อควบคุมอุณหภูมิ
- ได้เชื้อจุลินทรีย์สมบูรณ์ แข็งแรง
3.มีห้องสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์
- เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างการเพาะเชื้อ
- ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสง
4.ควบคุมคุณภาพเชื้อจุลินทรีย์ตลอดการผลิต

ป้องกันกำจัดโรคพืช
-โรคใบเหลือง ใบเหี่ยว
-โรคใบจุด ราน้ำค้าง
-โรคราแป้ง
-โรคราสีชมพู กาบใบแห้ง
-โรคผลเน่า ในพริกทุเรียน
-โรคใบไหม้
-โรคเหี่ยวเขียว เหี่ยวเหลือง
-โรครากเน่าโคนเน่า
-โรคเมล็ดเน่า

กลไกการป้องกันโรคพืช
1.เจริญเติบโต แข่งขัน แย่งอาหาร น้ำ และที่อยู่กับเชื้อราสาเหตุโรคพืช จึงทำให้เชื้อโรคลดปริมาณ ลงอย่างรวดเร็ว
2.การสร้างสารปฏิชีวนะ มาทำลายผนังเซลล์เชื้อราโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อราโรคพืชเกิดการไหม้ และตาย 
3.เป็นปรสิต สร้างเส้นใยพันรัดน้ำเลี้ยงจากเชื้อโรคพืช ทำให้เส้นใยสลายลดการขยาย เผ่าพันธุ์ลง



สั่งซื้อ
โทร 090-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
กำจัดโรคเชื้อราสีชมพู ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดโรคเชื้อราสีชมพู ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
กำจัดโรคเชื้อราสีชมพู ในทุเรียน ไตรโคเดอร์มา ไตรโคเร็กซ์ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง 100%
โรคราสีชมพูในทุเรียนหรือโรคผลเน่าสีชมพูเป็นโรคที่ส่งผลต่อผลของต้นทุเรียน โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Ceratocystis paradoxa ซึ่งเข้าสู่ทุเรียนทางบาดแผลหรือรอยแตกของผิวผลและเริ่มเติบโตภายในผล เมื่อเชื้อราแพร่กระจาย จะสร้างสปอร์สีชมพูหรือสีแดงบนผิวของผลไม้ ทำให้มีลักษณะเฉพาะ

อาการของผลเน่าสีชมพูในทุเรียน ได้แก่ การเปลี่ยนสีของเนื้อผล การนิ่มและการยุบตัวของเนื้อ และการสร้างสปอร์สีชมพูหรือสีแดงบนผิวของผล หากปล่อยไว้ โรคจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายอย่างมากต่อต้นทุเรียน

โรคเน่าสีชมพูอาจควบคุมได้ยากเมื่อต้นทุเรียนติดเชื้อ แต่มีมาตรการหลายอย่างที่สามารถป้องกันการแพร่กระจายได้ วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันโรคเน่าสีชมพูคือการตรวจสอบผลไม้อย่างระมัดระวังเพื่อหาสัญญาณของโรคและนำผลไม้ที่ติดเชื้อออกจากต้น นอกจากนี้ การรักษาสุขภาพโดยรวมของต้นทุเรียนสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้ ซึ่งรวมถึงการตัดแต่งกิ่งต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ การให้น้ำและสารอาหารที่เพียงพอ การควบคุมศัตรูพืชและโรคอื่นๆ ที่สามารถทำให้ต้นไม้อ่อนแอและทำให้ต้นเน่าสีชมพูได้ง่ายยิ่งขึ้น

แม้จะมีความท้าทายจากโรคผลเน่าสีชมพู เกษตรกรและนักวิจัยทุเรียนกำลังพยายามหาวิธีควบคุมและป้องกันโรคนี้ ด้วยมาตรการการจัดการและควบคุมที่เหมาะสม จึงเป็นไปได้ที่จะลดผลกระทบของโรคผลเน่าสีชมพูต่อต้นทุเรียนและปกป้องผลไม้ที่มีคุณค่าและอร่อยนี้

ไตรโคเร็กซ์ : เชื้อไตรโคเดอร์มา

ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นใบเหลือง รากเน่า โคนเน่า ไฟท้อปเธอร่าในทุเรียนโรคแคงเกอร์ในส้ม - มะนาว โรคทลายปาล์มเน่าโรคแอนแทรกโนสใน มะละกอ แตงโม แตงกวาโรคใบจุด ใบแห้ง โรคกาบใบเน่า โรคกาบใบแห้งโรคไหม้ในข้าว โรคกุ้งแห้งในพริก โรคผลเน่าไตรโคเร็กซ์

ใช้อย่างไร1. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณกิ่ง ก้าน ใบ หรือราดบริเวณโคนต้น2. ผสมเชื้อ 20 กรัม ต่อปุ๋ยอินทรีย์ 20 กก.ในการปลูกหรือรองก้นหลุมก่อนปลูก* ไม่ควรผสมใช้ร่วมกับเชื้อบิวเวอร์เรียและเมธาไรเซียม ควรฉีดสลับกันทุก 7-10 วัน *

ผลิตภัณฑ์ของเราดีกว่าอย่างไร
1.มีห้องปฏิบัติการเพาะเชื้อจุลินทรีย์
- คัดสายพันธุ์เฉพาะ ผ่านการทดสอบ/วิจัย
- สายพันธุ์เชื้อผ่านการตรวจจาก วว.และ สวทช
2.เชื้อจุลินทรีย์เลี้ยงในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- มีตู้บ่มเชื้อควบคุมอุณหภูมิ
- ได้เชื้อจุลินทรีย์สมบูรณ์ แข็งแรง
3.มีห้องสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์
- เพื่อลดการปนเปื้อนระหว่างการเพาะเชื้อ
- ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสง
4.ควบคุมคุณภาพเชื้อจุลินทรีย์ตลอดการผลิต

ป้องกันกำจัดโรคพืช
-โรคใบเหลือง ใบเหี่ยว
-โรคใบจุด ราน้ำค้าง
-โรคราแป้ง
-โรคราสีชมพู กาบใบแห้ง
-โรคผลเน่า ในพริกทุเรียน
-โรคใบไหม้
-โรคเหี่ยวเขียว เหี่ยวเหลือง
-โรครากเน่าโคนเน่า
-โรคเมล็ดเน่า

กลไกการป้องกันโรคพืช
1.เจริญเติบโต แข่งขัน แย่งอาหาร น้ำ และที่อยู่กับเชื้อราสาเหตุโรคพืช จึงทำให้เชื้อโรคลดปริมาณ ลงอย่างรวดเร็ว
2.การสร้างสารปฏิชีวนะ มาทำลายผนังเซลล์เชื้อราโรคพืช ทำให้เส้นใยเชื้อราโรคพืชเกิดการไหม้ และตาย 
3.เป็นปรสิต สร้างเส้นใยพันรัดน้ำเลี้ยงจากเชื้อโรคพืช ทำให้เส้นใยสลายลดการขยาย เผ่าพันธุ์ลง



สั่งซื้อ
โทร 0909-592-8614
ไลน์ @FarmKaset มี @ ด้วยนะคะ
สามารเลือกซื้อกับลาซาด้า http://ไปที่..link.. และช้อปปี้ http://ไปที่..link.. ได้เช่นกัน
ปุ๋ยข้าวโพด FK-1 และ FK-3 ฉีดพ่นข้าวโพด ส่งเสริมการเจริญเติบโต ได้ผลผลิตมากขึ้น ด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นดังนี้
ปุ๋ยข้าวโพด FK-1 และ FK-3 ฉีดพ่นข้าวโพด ส่งเสริมการเจริญเติบโต ได้ผลผลิตมากขึ้น ด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นดังนี้
ปุ๋ยข้าวโพด FK-1 และ FK-3 ฉีดพ่นข้าวโพด ส่งเสริมการเจริญเติบโต ได้ผลผลิตมากขึ้น ด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นดังนี้
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพด สารอาหารเหล่านี้เรียกกันทั่วไปว่า NPK และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ต้นข้าวโพดเติบโตแข็งแรงและสมบูรณ์แข็งแรง

ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสีที่ทำให้ข้าวโพดมีสีเขียวและช่วยให้ข้าวโพดสามารถผลิตพลังงานผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง หากไม่มีไนโตรเจนเพียงพอ ต้นข้าวโพดจะแคระแกรนและมีสีเหลืองพร้อมผลผลิตลดลง

ฟอสฟอรัสเป็นสารอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับข้าวโพด มีส่วนร่วมในกระบวนการที่สำคัญหลายอย่าง รวมถึงการผลิตพลังงานและการสังเคราะห์ DNA และ RNA หากไม่มีฟอสฟอรัสเพียงพอ ต้นข้าวโพดจะมีการเจริญเติบโตลดลงและอาจอ่อนแอต่อโรคต่างๆ

โพแทสเซียมยังจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของข้าวโพด ช่วยให้พืชควบคุมการดูดซึมน้ำและสารอาหาร ตลอดจนรักษาระบบรากให้แข็งแรง หากไม่มีโพแทสเซียมเพียงพอ ต้นข้าวโพดจะอ่อนแอต่อความแห้งแล้งและความเครียดอื่นๆ

นอกจากคุณประโยชน์เหล่านี้แล้ว การรวมกันของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมยังช่วยส่งเสริมดินให้แข็งแรงอีกด้วย ความสมดุลของ NPK ที่เหมาะสมจะช่วยรักษาโครงสร้างของดิน ปรับปรุงความพร้อมของธาตุอาหาร และสนับสนุนการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การกักเก็บน้ำที่ดีขึ้น การเจริญเติบโตของรากที่ดีขึ้น และพืชโดยรวมมีสุขภาพที่ดีขึ้น

เพื่อให้แน่ใจว่าต้นข้าวโพดสามารถเข้าถึง NPK ในปริมาณที่เพียงพอ เกษตรกรมักจะใช้ปุ๋ยที่ให้สารอาหารเหล่านี้ มีปุ๋ยหลายประเภทให้เลือก และปุ๋ยที่เหมาะกับต้นข้าวโพดจะขึ้นอยู่กับชนิดของดินและปัจจัยอื่นๆ สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากปุ๋ยอย่างระมัดระวังและตรวจสอบสุขภาพของต้นข้าวโพดเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับ NPK ในปริมาณที่เหมาะสม

โดยสรุปแล้ว ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของข้าวโพด สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ต้นข้าวโพดเติบโตแข็งแรงและมีสุขภาพดี และยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาดินให้แข็งแรงอีกด้วย การให้ NPK แก่ต้นข้าวโพดของคุณในปริมาณที่เพียงพอ คุณสามารถช่วยให้แน่ใจว่าพวกมันมีทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

แมกนีเซียมและสังกะสีเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับต้นข้าวโพด เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางสรีรวิทยาต่างๆ

แมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบของโมเลกุลคลอโรฟิลล์ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง ดังนั้นการขาดแมกนีเซียมอาจทำให้การสังเคราะห์แสงลดลงและผลผลิตของต้นข้าวโพดลดลง นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังมีส่วนร่วมในการกระตุ้นเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับปฏิกิริยาเมตาบอลิซึมต่างๆ รวมถึงการสังเคราะห์โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

ในทางกลับกันสังกะสีมีส่วนร่วมในการสังเคราะห์ฮอร์โมนและเอนไซม์ที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการพัฒนาของต้นข้าวโพด นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการควบคุมการแสดงออกของยีนและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของพืช

ระดับแมกนีเซียมและสังกะสีในดินที่เพียงพอสามารถปรับปรุงสุขภาพโดยรวมและผลผลิตของต้นข้าวโพดได้ ตัวอย่างเช่น การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเสริมธาตุสังกะสีให้กับต้นข้าวโพดสามารถเพิ่มความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ซึ่งนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้น

โดยสรุป แมกนีเซียมและสังกะสีเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับต้นข้าวโพด เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางสรีรวิทยาต่างๆ รวมถึงการสังเคราะห์ด้วยแสง การกระตุ้นเอนไซม์ การสังเคราะห์ฮอร์โมน และการแสดงออกของยีน สารอาหารเหล่านี้ในระดับที่เพียงพอสามารถปรับปรุงสุขภาพโดยรวมและผลผลิตของต้นข้าวโพด ซึ่งนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้น
อ่าน:3312
ปุ๋ยสำหรับข้าว FK-1 และ FK-3R ส่งเสริมผลผลิตสูง มีกลไกการทำงานเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวได้อย่างไร?
ปุ๋ยสำหรับข้าว FK-1 และ FK-3R ส่งเสริมผลผลิตสูง มีกลไกการทำงานเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวได้อย่างไร?
ปุ๋ยสำหรับข้าว FK-1 และ FK-3R ส่งเสริมผลผลิตสูง มีกลไกการทำงานเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวได้อย่างไร?
ต้นข้าวต้องการสารอาหารที่จำเป็นหลายชนิดเพื่อให้เจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดี ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเป็นสารอาหารหลัก 3 ชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวในนาข้าว

ไนโตรเจนเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของต้นข้าว ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีน ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อใหม่ในพืช นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการผลิตคลอโรฟิลล์ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง หากไม่มีธาตุไนโตรเจนเพียงพอ ต้นข้าวจะไม่สามารถเติบโตและพัฒนาได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตตกต่ำและคุณภาพผลผลิตลดลง

ฟอสฟอรัส เป็นธาตุอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับต้นข้าวในนา เช่นเดียวกับไนโตรเจน ฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนและโมเลกุลอื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนพลังงานภายในเซลล์พืช เช่นเดียวกับในการผลิต DNA และ RNA หากไม่มีฟอสฟอรัสเพียงพอ ต้นข้าวอาจชะงักการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ทำให้ผลผลิตลดลงและคุณภาพของพืชลดลง

โพแทสเซียมเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นอันดับสามสำหรับต้นข้าวในนาข้าว โพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญหลายประการในพืช รวมถึงการควบคุมการดูดซึมน้ำและการรักษาระดับ pH ที่เหมาะสมภายในเซลล์พืช นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการผลิตแป้งและน้ำตาลซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของพืช หากไม่มีโพแทสเซียมที่เพียงพอ ต้นข้าวอาจทนต่อความเครียดและโรคได้น้อยลง ส่งผลให้ผลผลิตลดลงและคุณภาพของพืชลดลง

โดยรวมแล้ว ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวในนาข้าว การให้สารอาหารเหล่านี้แก่ต้นข้าว เกษตรกรสามารถช่วยให้แน่ใจว่าพืชของพวกเขาแข็งแรงและให้ผลผลิต ซึ่งจะนำไปสู่ผลผลิตที่สูงขึ้นและคุณภาพของพืชที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การใช้สารอาหารเหล่านี้สามารถช่วยปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์และผลผลิตโดยรวมของนาข้าว ทำให้มีความยั่งยืนและให้ผลผลิตมากขึ้นในระยะยาว

แมกนีเซียมและสังกะสีเป็นธาตุอาหารรองที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อนำไปใช้กับนาข้าว แร่ธาตุเหล่านี้สามารถเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชได้

แมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารสีที่ช่วยให้พืชสังเคราะห์แสงและเปลี่ยนแสงแดดเป็นพลังงาน หากไม่มีแมกนีเซียมเพียงพอ พืชจะไม่สามารถผลิตพลังงานที่จำเป็นต่อการเติบโตและพัฒนาได้ ในนาข้าว การขาดแมกนีเซียมอาจทำให้พืชเจริญเติบโตช้าและให้ผลผลิตลดลง

สังกะสีมีบทบาทสำคัญหลายประการในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ช่วยให้พืชผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์เอนไซม์และโปรตีนอื่นๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับกระบวนการเมแทบอลิซึมที่หลากหลาย ในนาข้าว การขาดธาตุสังกะสีอาจทำให้ผลผลิตพืชลดลงและคุณภาพของเมล็ดข้าวไม่ดี

การใช้แมกนีเซียมและสังกะสีในนาข้าวสามารถช่วยแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้และปรับปรุงความสมบูรณ์ของพืชผล แร่ธาตุเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้หลายวิธี รวมถึงการใช้ปุ๋ยและสารปรับปรุงดิน

นอกจากการปรับปรุงผลผลิตและคุณภาพของพืชแล้ว แมกนีเซียมและสังกะสียังช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของนาข้าวอีกด้วย แร่ธาตุเหล่านี้สามารถช่วยรักษาโครงสร้างและความอุดมสมบูรณ์ของดิน ซึ่งจำเป็นต่อการเพิ่มผลผลิตของพืชในระยะยาว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน ซึ่งสามารถปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของระบบนิเวศ

สรุปได้ว่าประโยชน์ของแมกนีเซียมและสังกะสีต่อนาข้าวมีมากมาย ธาตุอาหารรองที่จำเป็นเหล่านี้สามารถปรับปรุงผลผลิตและคุณภาพของพืช รักษาสุขภาพของดิน และส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ การนำแร่ธาตุเหล่านี้ไปใช้ในนาข้าว เกษตรกรสามารถช่วยรับประกันผลผลิตในระยะยาวและความยั่งยืนของพืชผล
อ่าน:3299
3517 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 7 รายการ
|-Page 213 of 352-|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 | 303 | 304 | 305 | 306 | 307 | 308 | 309 | 310 | 311 | 312 | 313 | 314 | 315 | 316 | 317 | 318 | 319 | 320 | 321 | 322 | 323 | 324 | 325 | 326 | 327 | 328 | 329 | 330 | 331 | 332 | 333 | 334 | 335 | 336 | 337 | 338 | 339 | 340 | 341 | 342 | 343 | 344 | 345 | 346 | 347 | 348 | 349 | 350 | 351 | 352 |


กลุ่มทางใบปุ๋ยประสิทธิภาพสูง
*โปรดอ่าน ใช้ FK-1 ในช่วงแรก เพื่อเร่งโต เร่งราก เร่งดอก จับคู่กับ FK-3 ในช่วงเร่งผลผลิต พืชออกผลทุกชนิด ใช้ FK-1 กับ FK-3, นาข้าว ใช้ FK-1 กับ FK-3R (Rice), ไร่อ้อย ใช้ FK-1 กับ FK-3S (Sugarcane), มันสำปะหลัง ใช้ FK-1 กับ FK-3C (Cassava)

FK-1
สั่ง FK-1 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3
สั่ง FK-3 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3S
สั่ง FK-3S กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3R
สั่ง FK-3R กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3C
สั่ง FK-3C กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มอินทรีย์ ปุ๋ย ยาปราบฯ
ที่ขายดีที่สุดบน ลาซาด้า

FKT250-IS250-499B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 1ลิตร
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 3ลิตร
สั่งไอเอส3ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
มาคา
สั่งมาคากับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอกี้-บีที
สั่งไอกี้-บีทีกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L
สั่ง FK-T 1ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK ธรรมชาตินิยม
สั่งFK-T 250ซีซี กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 250ซีซี
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-IS1L-970B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-MAKA-980B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-AiKi-990B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มเคมียาปราบฯประสิทธิภาพสูง

invet
สั่ง อินเวท กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
metalaxyl
สั่ง เมทาแลคซิล กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
carron
สั่ง คาร์รอน กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มปุ๋ยทางใบผสมสูตรเองได้
เว็บระบบคำนวณการผสมปุ๋ย


starfer 30-20-5
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 10-40-10
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 15-5-30
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
maxza
สั่ง แม็กซ่า กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้



บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด
Central Laboratory (Thailand) Co.,Ltd.

ให้บริการตรวจวิเคราะห์
ตรวจฉลากโภชนาการ
ตรวจสารสำคัญกัญชา/กัญชง
ตรวจน้ำใช้ในกระบวนการผลิต
ฟอร์มขอใบเสนอราคา
สำหรับตรวจวิเคราะห์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (ตรวจวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง) โปรดกรอก ฟอร์มขอใบเสนอราคา
ตรวจขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี
ตรวจสารพิษตกค้างเพื่อการส่งออก
ตรวจผักสดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ E. coli, Salmonella spp.
ส่งตัวอย่างมะละกอ เพื่อการทดสอบการดัดแปลงพันธุกรรม
ส่งตัวอย่างเพื่อทดสอบ ปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลัก ลูกเดือย และพริกแห้ง เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
Hardline Test Application
ปุ๋ยคุณภาพสูง
พืชทุกชนิด | ปุ๋ยทุเรียน | ปุ๋ยมันสำปะหลัง | ปุ๋ยสำหรับไร่อ้อย | ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยยางพารา | ปุ๋ยมะพร้าว | ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์ม | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยถั่วเหลือง | ปุ๋ยพริกไทย | ปุ๋ยกาแฟ | ปุ๋ยมะนาว | ปุ๋ยส้ม | ปุ๋ยลำไย | ปุ๋ยลิ้นจี่ | ปุ๋ยหน่อไม้ฝรั่ง | ปุ๋ยกระเจี๊ยบเขียว | ปุ๋ยมังคุด | ปุ๋ยมันฝรั่ง | ปุ๋ยหอมหัวใหญ่ | ปุ๋ยกระเทียม | ปุ๋ยหอมแดง | ปุ๋ยมะเขือเทศ | ปุ๋ยกล้วยไม้ | ปุ๋ยอินทผลัม | ปุ๋ยน้อยหน่า | ปุ๋ยชมพู่ | ปุ๋ยเงาะ | ปุ๋ยมะม่วง | ปุ๋ยมะขาม | ปุ๋ยพริก
ยาอินทรีย์แก้โรคพืช
โรคใบไหม้ | ทุเรียนใบติด | มันสำปะหลังใบไหม้ | โรคอ้อยใบไหม้ | ข้าวใบไหม้ | ยางพาราใบไหม้ | โรคมะพร้าวใบไหม้ | โรคราน้ำค้างข้าวโพด | ปาล์มใบไหม้ | โรคสับปะรด | โรคราน้ำค้างถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟใบไหม้ | ราสนิมมะนาว | ส้มใบไหม้ | ลำไยใบไหม้ | ลิ้นจี่ใบไหม้ | หน่อไม้ฝรั่งลำต้นไหม้ | กระเจี๊ยบเขียวฝักลาย | โรคใบจุดมังคุด | มันฝรั่งใบใหม้ | โรคหอมเลื้อย | โรคใบจุดกระเทียม | โรคหอมแดง | ราแป้งมะเขือเทศ | โรคจุดสนิมกล้วยไม้ | อินทผลัมใบไหม้ | น้อยหน่าดอกร่วง | ชมพู่ใบไหม้ | เงาะใบไหม้ | มะม่วงใบไหม้ | ราแป้งมะขาม | โรคพริก
ยาเคมี กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยทุเรียน | เพลี้ยมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยข้าว | เพลี้ยยางพารา | เพลี้ยมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยสับปะรด | เพลี้ยถั่วเหลือง | เพลี้ยพริกไทย | เพลี้ยกาแฟ | เพลี้ยมะนาว | เพลี้ยส้ม | เพลี้ยลำไย | เพลี้ยลิ้นจี่ | เพลี้ยหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยมังคุด | เพลี้ยมันฝรั่ง | เพลี้ยหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยกระเทียม | เพลี้ยหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยกล้วยไม้ | เพลี้ยอินทผาลัม | เพลี้ยน้อยหน่า | เพลี้ยชมพู่ | เพลี้ยเงาะ | เพลี้ยมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยพริก
ยาเคมี กำจัดโรคพืช
โรคใบไหม้ | โรคทุเรียน | โรคมันสำปะหลัง | โรคอ้อย | โรคข้าว | โรคยางพารา | โรคมะพร้าว | โรคข้าวโพด | โรคปาล์ม | โรคสับปะรด | โรคถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟ | โรคมะนาว | โรคส้ม | โรคลำไย | โรคลิ้นจี่ | โรคหน่อไม้ฝรั่ง | โรคกระเจี๊ยบเขียว | โรคมังคุด | โรคมันฝรั่ง | โรคหอม | โรคกระเทียม | โรคหอมแดง | โรคมะเขือเทศ | โรคกล้วยไม้ | โรคอินทผาลัม | โรคน้อยหน่า | โรคชมพู่ | โรคเงาะ | โรคมะม่วง | โรคมะขาม | โรคพริก
ยาอินทรีย์ กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน | เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยศัตรูข้าว | เพลี้ยแป้งยางพารา | เพลี้ยศัตรูมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยอ่อนปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยแป้งสับปะรด | เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง | เพลี้ยแป้งพริกไทย | เพลี้ยแป้งกาแฟ | เพลี้ยไฟมะนาว | เพลี้ยไฟส้ม | เพลี้ยแป้งลำไย | เพลี้ยแป้งลิ้นจี่ | เพลี้ยไฟหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยจักจั่นฝ้ายกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยไฟมังคุด | เพลี้ยจักจั่นมันฝรั่ง | เพลี้ยไฟหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยไฟกระเทียม | เพลี้ยไฟหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยไฟกล้วยไม้ | เพลี้ยแป้งอินทผาลัม | เพลี้ยแป้งน้อยหน่า | เพลี้ยไฟชมพู่ | เพลี้ยแป้งเงาะ | เพลี้ยจักจั่นมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยไฟพริก
สารชีวินทรีย์ กำจัดหนอนต่างๆ
กำจัดหนอนศัตรูพืช | กำจัดหนอนทุเรียน | กำจัดหนอนมันสำปะหลัง | กำจัดหนอนกออ้อย | กำจัดหนอนในนาข้าว | กำจัดหนอนในสวนยางพารา | กำจัดหนอนมะพร้าว | กำจัดหนอนข้าวโพด | กำจัดหนอนปาล์มน้ำมัน | กำจัดหนอนสับปะรด | กำจัดหนอนถั่วเหลือง | กำจัดหนอนพริกไทย | กำจัดหนอนกาแฟ | กำจัดหนอนมะนาว | กำจัดหนอนส้ม | กำจัดหนอนลำไย | กำจัดหนอนลิ้นจี่ | กำจัดหนอนหน่อไม้ฝรั่ง | กำจัดหนอนกระเจี๊ยบเขียว | กำจัดหนอนมังคุด | กำจัดหนอนมันฝรั่ง | กำจัดหนอนหอมหัวใหญ่ | กำจัดหนอนกระเทียม | กำจัดหนอนหอมแดง | กำจัดหนอนมะเขือเทศ | กำจัดหนอนกล้วยไม้ | กำจัดหนอนอินทผาลัม | กำจัดหนอนน้อยหน่า | กำจัดหนอนชมพู่ | กำจัดหนอนเงาะ | กำจัดหนอนมะม่วง | กำจัดหนอนมะขาม | กำจัดหนอนพริก
โรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ย OEM/ODM เป็นแบรนด์สินค้าของคุณ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเม็ด ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม จุลินทรีย์ย่อยสลาย ยาปราบฯ สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยเคมี ทำได้ทุกชนิด
เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท
ปุ๋ยยาฯ จุลินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยน้ำต่างๆ ปุ๋ยน้ำอะมิโน ไตรโคฯ ประเภทน้ำ ประเภทผง บรรจุขวด บรรจุซอง ทุกชนิด ฯลฯ
เริ่มต้นเพียง 45,000 บาท
ปุ๋ยเม็ดทุกชนิด บรรจุกระสอบ 50 กิโลกรัม บิ๊กแบ็ค 1 ตันเพื่อส่งออก กระสอบ 25 กิโลกรัม ทำได้ทุกชนิด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สารปรับสภาพดิน อะมิโนเม็ดสกัด ฮิวมิค ฯลฯ
โทร 090-592-8614
iLab.work ผู้ใช้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารใน ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช กากอุตสาหกรรม มาตฐาน ISO/IEC 17025


ตรวจง่ายนับ 1 2 3 มาตฐาน ISO/IEC 17025
1.เลือกและคำนวณค่าตรวจที่หน้าเว็บ คลิก
2.ส่งดินเข้าห้อง LAB (ไปรษณีย์,เคอรี่,แฟรช)
3.อ่านผลออนไลน์ (เราจัดส่งต้นฉบับผลวิเคราะห์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้เช่นกัน)
→เริ่มกันเลย เลือกค่าที่ต้องการวิเคราะห์
[มีชุดโปรฯแนะนำลดพิเศษ หรือเลือกเองได้]
เงาะ โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/04/08 14:43:54 - Views: 3316
กำจัดหนอนกระทู้ผัก ศัตรูพืช เชื้อบาซิลลัส จำหรับป้องกันและกำจัดหนอน บาซีเร็กซ์ ปลอดภัยเพาะเชื้อจาก Lab 100%
Update: 2566/07/27 15:56:23 - Views: 3332
โรคที่เกิดจากเชื้อราในต้นน้อยหน่า: กลยุทธ์ในการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืช
Update: 2566/11/18 09:52:06 - Views: 3315
เกษตรแม่นยำ: อนาคตของการทำฟาร์ม
Update: 2566/01/05 08:17:34 - Views: 3303
ย่อยสลายฟางข้าวแทนการเผา ฟางข้าว 1 ไร่ ได้ไนโตเจน 2.3กก. ฟอสฟอรัส 0.3กก. โพแทสเซียม 5.7กก. ผลผลิตข้าวจะสูงขึ้นกว่าการเผาค่ะ
Update: 2563/05/22 17:47:51 - Views: 3323
กำจัดเพลี้ย ใน ดอกดาวเรือง เร่งฟื้นฟูจากการเข้าทำลายของเพลี้ย บิวทาเร็กซ์ ปุ๋ยน้ำอะมิโน โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/05/09 15:12:16 - Views: 3312
ปุ๋ยแตงกวา ปุ๋ยแตงร้าน เร่งโต เพิ่มผลผลิต ตระกูลแตง ฉีดพ่น FK-1 มี N-P-K, Mg, Zn และสารจับใบ
Update: 2564/11/06 09:42:21 - Views: 3319
คู่มือป้องกันกำจัดโรคราต่างๆในแมคคาเดเมีย แมคคาเดเมียใบไหม้ ใบจุด ราสนิม ราต่างๆ
Update: 2566/05/01 15:18:59 - Views: 4331
เร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความเขียว เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับพืช ด้วย FK-1 สามารถใช้ได้ทั้งฉีดพ่นทางใบ หรือราดลงโคนต้น
Update: 2566/10/09 13:55:42 - Views: 3308
โรคน้อยหน่า น้อยหน่าดอกร่วง ใบไหม้ โรคมัมมี่ โรคแอนแทรคโนสน้อยหน่า โรคราต่างๆ ใช้ ไอเอส + FKธรรมชาตินิยม
Update: 2564/09/10 04:09:29 - Views: 3334
ยากำจัดโรคผลเน่า ใน ลองกอง โรคที่เกิดจากเชื้อรา ฉีดพ่นไอเอสใช้ได้กับพืชทุกชนิด (ขนาด 3 ลิตร ใช้ได้15 ไร่)
Update: 2566/06/06 10:52:12 - Views: 3326
มันสำปะหลังใบไหม้ โรคใบไหม้มันสำปะหลัง มีอาการใบจุดเหลี่ยมฉ่ำน้ำ ใบไหม้ และใบเหี่ยว มียางไหล ยอดแห้ง ยอดเหี่ยว
Update: 2563/06/14 13:33:53 - Views: 3350
มะพร้าวยอดเน่า โรคใบจุดมะพร้าว และการป้องกันกำจัด
Update: 2563/12/11 11:12:49 - Views: 3358
ยาฆ่าเพลี้ย แมลงจำพวกปากดูด ใน ถั่วเหลือง และพืช ทุกชนิด เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ มาคาและ FK-T(ใช้ได้ทุกพืช)
Update: 2566/04/27 12:05:54 - Views: 3312
ป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟพริก ด้วย มาคา สารประกอบอินทรีย์เพื่อควบคุม เพลี้ยไฟพริก
Update: 2565/12/18 15:00:14 - Views: 3328
อะโวคาโด้ โตไว ใบเขียว เร่งราก เร่งดอก ขยายขนาด ผลใหญ่ ดก เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มคุณภาพ ผลผลิต ด้วย ปุ๋ย สตาร์เฟอร์
Update: 2567/04/08 15:14:18 - Views: 3323
ทุเรียนภาคใต้เนื้อหอม จีนรุมซื้อไร่ละล้าน แห่ปลูกแซงยางพารา
Update: 2564/06/01 14:35:06 - Views: 3307
โรค แครอทใบไหม้
Update: 2564/05/08 08:45:06 - Views: 3320
แก้ปัญหาเพลี้ยไฟ ระบาดหนักในช่วงนี้ ด้วย มาคา ผสมกับ FK1
Update: 2563/05/21 12:03:22 - Views: 3310
ผลกระทบต่อสุขภาพ จากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
Update: 2564/08/12 22:06:31 - Views: 3378
GA4 © FarmKaset.ORG | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : 2022