[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | ^ เลือกหน้า | All contents
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ

 
Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเกษตรกรไทย
Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเกษตรกรไทย
Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อเกษตรกรไทย แอพพลิเคชั่น Protect Plants แอพพลิเคชั่นดีๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพืขและศัตรูพืช
พร้อมทั้งมีฟังค์ชั่นเด่นที่คอยติดตามการระบาดศัตรูพืช เพื่อให้เกษตรกรป้องกันได้ทันท่วงที


ตัวแอพพลิเคชั่นประกอบไปด้วยฟังค์ชั่นหลัก 6 หมวด ได้แก่

1. ข่าวสาร : เพื่อให้เกษตรกรได้รับข่าวสารด้านการเกษตรที่รวดเร็ว
2. องค์ความรู้ด้านอารักขาพืช : เกษตรกรจะได้ความรู้เกี่ยวกับศัตรูพืชต่างๆมากมาย
3. วินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น : ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถทราบถึงสาเหตุของโรคเบื้องต้นได้ และรายงานกลับมายังผู้ดูแล
4. วินิจฉัยตามชนิดพืช : ฟังค์ชั่นที่เจาะลึกถึงปัญหาต่างๆ ตามชนิดพืชเศรษฐกิจ
5. พยากรณ์เตือนการระบาด : เครื่องช่วยเตือนเกษตรกรเกี่ยวกับการระบาดที่จะเกิดขึ้นเพื่อหาทางป้องกัน
6. พยากรณ์สภาพอากาศ : ปัจจัยสภาพอากาศย่อมมีผลเกี่ยวกับการเกิดศัตรูพืชระบาด หมวดนี้จึงจะช่วยวิเคราะห์ หาทางป้องกันล่วงหน้าได้



ระบบปฏิบัตการที่รองรับบน Smartphone และ Teblet สามารถดาวน์โหลดได้ที่ระบบ Andoid
ส่วน IOS อีก 15 วันนะจ๊ะ


Link Download Google Play
https://play.google.com/store/apps/details?id=de.easeco.protectplants&hl=en






อ่าน:3288
ผักอินทรีย์ นครปฐม โครงการสามพรานโมเดล
ผักอินทรีย์ นครปฐม โครงการสามพรานโมเดล
อ่าน:3287
ยกเลิกกองทุนน้ำมัน แก้ไขปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืนได้จริงหรือ??

 

หลังจากที่มีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านการยกเลิกกองทุนน้ำมันออกมามากมาย จนทำให้หลายคน          เกิดความสงสัยกับเจ้ากองทุนน้ำมันว่ามันคืออะไร และถ้ายกเลิกไปแล้วมันจะทำให้อะไรๆ  ดีขึ้นจริงเหรอ วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อม กันนะครับ
                ก่อนอื่นผมขอเล่าประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของกองทุนน้ำมันโดยย่อแล้วกันว่า กองทุนน้ำมันจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 ประเทศไทยประสบกับวิกฤติราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจาก OPEC ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบ 4 ครั้ง  ซึ่งรัฐบาลโดยพลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศให้มีเสถียรภาพไม่ต้องปรับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศให้มีเสถียรภาพ ไม่ต้องปรับราคาขายปลีกตามราคาน้ำมันดิบทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลง และต้องการรวมกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่แล้วเข้าด้วยกัน     จึงได้อาศัยอำนาจพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. 0201/9 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2522  จัดตั้ง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรวมกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กับกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) เข้าด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อใช้เป็นกลไกของรัฐในการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และใช้ในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ในกรณีที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อน ของประชาชน น้อยที่สุด
                ในปี 2534 รัฐบาลได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซิน ก๊าด ดีเซลและเตา                             โดยเหลือเพียงก๊าซปิโตรเลียมเหลว (ก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ) ที่ยังคงมีการควบคุมราคาอยู่ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึ              งใช้ในการรักษาระดับราคาของก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นหลัก ซึ่งบทบาทนี้เองทำให้เกิดปัญหาการบิดเบือนราคาก็ชื่อมันก็บอกอยู่นี่ครับว่าเป็นกองทุนน้ำมัน เอาไปอุดหนุน LPG มันก็ดูจะผิดวัตถุประสงค์ไปหน่อย แต่เอาหล่ะ ในเมื่อรู้แล้วว่าทำผิดกันมานาน ปล่อยไว้ปัญหาก็คงไม่จบไม่สิ้น หนทางที่ดีที่สุดคือการแก้ไขปัญหา     โดยใช้วิธีการลอยตัวก๊าซหุงต้มจึงส่งผลให้ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา แต่ว่าขึ้นแบบทยอยขึ้นไม่ได้พรวดพราด เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานานให้มันถูกต้องเข้าที่เข้าทางสักทีครับ
                 แต่ในเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป เรื่องพลังงานก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกกองทุนน้ำมัน มีหลายสงสัยนะครับว่าการยกเลิกกองทุนน้ำมันนั้นมันสามารถทำให้น้ำมันราคาถูกลงได้จริงๆ เหรอ?? ตอบกันตามตรงก็จริงครับ  แต่...มันถูกลงแค่บางชนิด และน้ำมันบางชนิดก็จะปรับตัวสูงขึ้นด้วยครับ                            อาทิเช่น  เบนซิน 95 จะปรับลดลง 10.70 บาท จากปัจจุบันขายลิตรละ 48.75 บาท เหลือ 38.05 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 3.53 บาท เหลือ 37.20 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลง 1.28 บาท เหลือ 37 บาท  แต่ที่น่าตกใจคือ อี 85 ราคาจะเพิ่มขึ้น 12.41 บาท เป็น 37 บาทต่อลิตร ส่วนราคาแอลพีจีจะถูกลอยตัวโดยอัตโนมัติ โดยทุกภาคส่วน  ทั้งครัวเรือน ภาคขนส่ง ฯลฯ จะใช้ในราคาเดียวกัน    ดังนั้นผลกระทบที่จะตามมาคือ ผู้ใช้น้ำมันจะเลิกใช้ แก๊สโซฮอล์เพราะราคาไม่เป็นที่จูงใจ จะส่งผลอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการผลิต เอทานอล และเกษตรกร  จำนวนมากที่หันมาปลูกพืชพลังงานทดแทนตามการสนับสนุนของทุกรัฐบาล ที่ดำเนินงานมาเกือบ 9 ปี ต้องยุติลง เพราะที่ผ่านมามีการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯไปสนับสนุนให้กับผู้ผลิตเอทานอล ที่นำมาผสมกับน้ำมันเบนซินกลายเป็นแก๊สโซฮอล์ ช่วยลดภาระการนำเข้าน้ำมันของประเทศ ตามนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างสูงที่ประชาชนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อรู้ถึงข้อดีและข้อเสียจากการยกเลิกกองทุนน้ำมันแล้ว สิ่งที่เราต้องมองกันต่อไปก็คือ “อนาคต” ครับ สิ่งไหนที่ทำแล้วมันส่งผลกระทบต่ออนาคตน้อยที่สุด เราก็ควรเลือกวิธีนั้น แต่ทั้งนี้ก็สุดแท้แล้วแต่ประชาชนอย่างเราๆ ว่าจะสามารถตีโจทย์อันนี้ให้แตกได้หรือไม่ ถ้าตีโจทย์แตกแก้ปัญหาถูกก็ได้สบายระยะยาวไปถึงลูกถึงหลานกันเลยทีเดียวครับ

อ่าน:3288
3 สมาคมโรงงานน้ำตาล จัดโครงการสร้างความเข้าใจให้สถาบันการเงิน หนุนความเชื่อมั่น สร้างความแข็งแกร่งระยะยาวให้กับอุตสาหกรรม

3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย จัดโครงการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการผลิตน้ำตาลกับสถาบันการเงิน หวังให้สถาบันการเงินเข้าใจและเห็นช่องทางทำธุรกิจกับผู้ประกอบการ ส่วนโรงงานก็มีแหล่งเงินทุนในการนำไปพัฒนาด้านต่างๆ หนุนความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในระยะยาว

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้จัดโครงการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการผลิตน้ำตาลทรายกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดเตรียมผลผลิตอ้อยด้วยการส่งเสริมการเพาะปลูกอ้อยให้แก่ชาวไร่ การจัดเก็บผลผลิต การขนส่งผลผลิตอ้อยเข้าสู่โรงงาน การหีบอ้อยเพื่อแปลงผลผลิตอ้อยเป็นน้ำตาลทราย รวมไปถึงการกำหนดราคาอ้อย ทิศทางราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก ตลอดจนกลไกและกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงินต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ผลิตน้ำตาลทรายของไทย

“เนื่องจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการค้าและการลงทุนมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน มีกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องมากมาย อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้ สถาบันการเงินเป็นหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ในเรื่องการอำนวยสินเชื่อและธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ ให้แก่ระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เช่น การเปิด Letter of Credit (L/C) หรือการชำระค่าสินค้าผ่านธนาคารระหว่างผู้ผลิตและส่งออกกับผู้นำเข้าน้ำตาลทราย ประกอบหน่วยงานของสถาบันการเงินต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนคนใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านสินเชื่อ หรือธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ ดังนั้น การสร้างความเข้าใจอย่างกระจ่างชัดให้กับสถาบันการเงินจึงมีความจำเป็น และจะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินได้เข้าใจกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายอย่างถ่องแท้ ก็จะเข้าใจถึงโรงงานน้ำตาลต้องใช้เงินทุนในขั้นตอนใดบ้าง และทำไมจะต้องใช้เงินในขั้นตอนเหล่านั้น เช่น การจ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่ชาวไร่อ้อยเพื่อนำไปใช้เพาะปลูกอ้อย ไปจนถึงการลงทุนซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรต่างๆ

“สมาชิกของสมาคมฯ ที่ติดต่อกับสถาบันการเงินหลายคน เห็นว่า เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจกับสถาบันการเงิน เกี่ยวกับโครงสร้างระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เราจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจในห่วงโซ่อุปทานด้านการผลิตและการค้าของอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินเห็นช่องทางและโอกาสในการร่วมมือด้านการสนับสนุนสินเชื่อ และธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ กับโรงงานน้ำตาลได้มากขึ้น สถาบันการเงินก็จะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้ ส่วนผู้ประกอบการก็มีแหล่งเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจของตน ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ และที่สำคัญคือประโยชน์จะตกกับอุตสาหกรรมโดยรวม และประเทศชาติด้วย” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

อ่าน:3286
คุณสามารถที่จะเอาร้องเท้าใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้ แต่มันจะไม่มีทางออกมาเป็นคุ๊กกี้

"คุณสามารถที่จะเอาร้องเท้าใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้ แต่มันจะไม่มีทางออกมาเป็นคุ๊กกี้"

มีเด็กคนหนึ่งที่ทำงานอยู่กับผม ตั้งแต่ในวันที่ได้มาร่วมงาน ผมพยายามดูว่าเขามีความถนัดด้านใด และป้อนงานให้เขา และในทุกๆงาน ผมจะพยายามไม่ให้เขาทำงานในลักษณะที่ต้องคอยดูแลทุกขั้นตอน ผมพยายามมอบอำนาจในการตัดสินใจ พยายามบอกวิธีคิด ไม่ใช่วิธีทำ 

ผมใช้เวลากับเด็กคนนี้อยูประมาณปีกว่าๆ คนรอบข้างผมบอกว่าเด็กคนนี้ขาดความรับผิดชอบอย่างสูง แต่หลายครั้งที่เขาทำอะไรไม่สำเร็จ ผมมักโทษตัวเองว่า เป็นคนที่สอนคนให้ทำงานไม่เป็น หรือไม่สามารถที่จะวางคนให้ถูกกับงานได้จริงๆ

ผมเลยพยายามคิดและใช้งานโดยไม่ให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของความคิด พยายามดูว่าเขาชอบงานประเทศไหน และเคยคิดว่า หรือว่าเด็กคนนี้มีความอยากเป็นเจ้าของกิจการมาก เลยดูเหมือนเขาเบื่อหน่ายที่ต้องนั่งทำงานให้กับเรา

วันหนึ่งมีจังหวะมาพอดี ในเรื่องการเปิดกิจการเล็ก ที่ดูเหมือนจะตรงกับความสนใจกับเด็กคนนี้ ผมเลยตัดสินใจถามว่า อยากทำรึปล่าว ผมจะลงทุนให้ และให้เขาเป็นผู้จัดการ และอยู่ในฐานะผู้ร่วมทุนเลย เด็กคนนี้รีบตอบว่า ผมอยากทำครับ ด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น

และแล้วผมก็เขียนโครงการเล็กๆให้ เนื่องจากเป็นงานที่ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย พร้อมเงินลงทุน และไปร่วมทุ่นกับพี่อีกท่าน ที่เป็นเจ้าของสถานที่ ที่จะเปิดกิจการนี้

ในบันทึกข้อตกลงนั้น ผมยกระดับฐานะของเด็กคนนี้ จากลูกจ้าง มาเป็นผู้ร่วมทุน และให้เป็นผู้จัดการกิจการทั้งหมด เพราะทราบมานานแล้ว่าเขามีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก กิจการก็ได้เริ่มขึ้น

แต่แค่เพียงในช่วงเซ็ตอัพกิจการเพียงเท่านั้น หน้าที่ผู้จัดการของเด็กคนนี้ ก็กลับกลายเป็นภาระ ของพี่ผู้ที่ร่วมลงทุนอีกท่าน ที่ต้องคอยมาดูแล คอยทำงานแทน อย่าว่าไปถึงเรื่องดูแลกิจการได้ดี หรือไม่ดีเลย เพียงแค่ความรับผิดชอบ ที่จะคอยอยู่ดูแลในแต่ละวัน ก็ไม่มี สรุปแล้วในที่สุด คงไม่มีคำอธิบายใดที่จะดีไปกว่าคำจำกัดความของคนรอบข้างผม ที่คอยเตือนว่า เด็กคนนี้ขาดความรับผิดชอบ

แค่เรื่องความรับผิดชอบเพียงอย่างเดียว ก็ชีให้เห็นถึงความสำเร็จที่ไม่เท่ากันของแต่ละคนได้มากเหลือเกิน 

เราแต่งตั้งเด็กที่มีความสามารถและมีจิตใจเพียงแค่ทำงานรายวันให้เป็นผู้จัดการได้ แต่เราไม่สามารถทำให้เขามีจิตใจที่เป็นผู้จัดการได้ 

นี่แหละครับ คือ "คุณสามารถที่จะเอาร้องเท้าใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้ แต่มันจะไม่มีทางออกมาเป็นคุ๊กกี้"

อ่าน:3285
ทุ่มงบประมาณ  34 ล้านบาท ขยายตลาดยางแบบ ข้อตกลงส่งมอบจริง
ทุ่มงบประมาณ  34 ล้านบาท ขยายตลาดยางแบบ ข้อตกลงส่งมอบจริง
ทุ่มงบประมาณ  34 ล้านบาท ขยายตลาดยางแบบ “ข้อตกลงส่งมอบจริง” ภายหลังยอดซื้อขายพุ่งกว่า 700 ล้านบาท คึกคักช่วงราคายางผันผวน ตั้งเป้าเปิดตลาดในเดือนเมษายน 2556 รองรับยางแผ่นรมควัน-ยางแผ่นรมควันอัดก้อน วันละ 60 ตัน
 
นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ได้ใช้ระบบตลาดกลางยางพาราดำเนินการทดลองซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริง (Physical Rubber Forward Market) ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2553 ปัจจุบันการซื้อขายยางด้วยวิธีดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีการซื้อขายยางแผ่นรมควันไปแล้วกว่า 1,400 สัญญา คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงราคายางผันผวนหรือตกต่ำลง เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรได้นำยางเข้ามาขายในรูปแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงอย่างคึกคัก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่จะขายยางได้ในราคาที่พึงพอใจ
 
อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยยางได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 34 ล้านบาท ให้สำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราชเร่งพัฒนาและขยายตลาดซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงเพื่อรองรับการพัฒนาการผลิตและจำหน่ายทั้งยางแผ่นรมควัน และยางแผ่นรมควันอัดก้อน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตลาดซื้อขายได้ในเดือนเมษายน 2556 เบื้องต้นคาดว่า จะมีปริมาณยางแผ่นรมควันและยางแผ่นรมควันอัดก้อนเข้ามาซื้อขายในตลาดไม่น้อยกว่า 60 ตัน/วัน
 
...เมื่อระบบตลาดเข้าที่แล้ว สถาบัน วิจัยยางมีแผนที่จะส่งเสริมขยายตลาดซื้อยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงไปยังตลาดกลางยางพาราสงขลา พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายกับตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์ด้วย...
 
ระบบตลาดซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงมีข้อดี คือ มีกระบวนการคัดคุณภาพยางก่อนจำหน่าย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ ทำให้มีการเสนอซื้อไม่จำกัดปริมาณ ขณะเดียวกันผู้ซื้อและผู้ขายยังสามารถตกลงซื้อขายด้วยความพึงพอใจ ทั้งยังกระตุ้นให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรหันมา สร้างโรงรมยางแผ่นรมควันมากขึ้น มีการพัฒนาการผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อนหรือยางลูกขุนด้วย ซึ่งตลาดรูปแบบนี้ได้รับความสนใจมากในช่วงราคายางตกต่ำ เป็นช่องทางช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราได้
 
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยางว่า ภายหลังสภามนตรีไตรภาคียางพาราหรือไอทีอาร์ซี (International Tripartite Rubber Council  :ITRC) มีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง ตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค (Regional Rubber Market) ขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการซื้อขายยางธรรมชาติ และช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศสมาชิก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ไทย มีบทบาทในการกำหนดราคายางธรรมชาติในระดับ  โลก ล่าสุดไทยได้นำเสนอ รูปแบบการซื้อขายยางแบบมีข้อตกลงส่งมอบจริงตามสัญญาที่กำหนด (PhysicalForward Contract Market : PFCM) ซึ่งไทยอยู่ระหว่างพัฒนาระบบและจะเริ่มเปิดตลาดในช่วงต้นปี 2556 ให้ ITRC พิจารณาแล้ว…
 
...ที่ประชุม ITRC สนใจรูปแบบตลาดกลางยางพารา รวมถึงกลไกในการควบคุมการบริหารงานตลาดกลางยางพาราที่ไทยดำเนินการอยู่ ซึ่งจะนำจุดเด่นดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาตลาดยางพาราระดับภูมิภาค โดยให้ประเทศสมาชิกพิจารณารูปแบบการดำเนินการตลาดกลางยางพาราของไทย เพื่อสร้างความพร้อมของทั้ง 3 ประเทศ จากตลาดที่มีการส่งมอบจริงให้สำเร็จในขั้นต้น ก่อนพัฒนาไปสู่ตลาดยางพาราล่วงหน้า ตลาดยางระดับภูมิภาคต่อไป และเชื่อมโยงกับระบบตลาดยางธรรมชาติระดับโลกในอนาคต
 
จาก dailynews.co.th
อ่าน:3286
6 บริษัทไทย ติดอันดับสุดยอด 200 บริษัท ประจำปี 2555 โดย Forbes Asia
6 บริษัทไทย ติดอันดับสุดยอด 200 บริษัท ประจำปี 2555 โดย Forbes Asia
ตลาดหลักทรัพย์ฯเผย 6 บจ. ไทยติดอันดับสุดยอด 200 บริษัท ประจำปี 2555 โดย Forbes Asia สะท้อนการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นโตโดดเด่น
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่ผ่านการคัดเลือกโดยนิตยสาร Forbes Asia เข้าทำเนียบสุดยอด 200 บริษัทขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 6 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 25,118 ล้านบาท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) 4 บริษัท ได้แก่ บมจ.ลานนารีซอร์สเซส, บมจ.ทรัพย์ศรีไทย, บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม และบมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.มาสเตอร์ แอด และ บมจ.ควอลลีเทค
“การที่บริษัทจดทะเบียนไทย 6 แห่งผ่านการคัดเลือกเข้ามาจาก 15,000 บริษัท ที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ชี้ให้เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและเล็กปรับตัวให้สอดคล้องกับความผันผวนด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขัน ทำให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเติบโตโดดเด่น โดยยอดขายและกำไรรวมของทั้ง 6 บริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโตโดยเฉลี่ยต่อปีเกือบ 50% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นปีล่าสุดอยู่ที่ 33%”
บริษัทที่จะเข้าสู่ Asia’s 200 Best Under a Billion ต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ประจำปี 5-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำไรสุทธิและเป็น บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 ปีขึ้นไป มีอัตราการเติบโตของยอดขาย กำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 12 เดือน และ 3 ปีล่าสุดโดดเด่น
จาก dailyworldtoday.com
อ่าน:3284
สารใน มังคุด กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
สารใน มังคุด กระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว "ผลงานวิจัยนักวิทยาศาสตร์ไทย ก้าวไกลระดับโลก โดยงานวิจัยจากมังคุด" ที่ค้นพบสารต้านมะเร็งในมังคุด
 
ศ.ดร.วัชระ กสินฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ มช. กล่าวว่า การร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ได้ลงนามร่วมเมื่อปี 2553 เพื่อศึกษาระบบภูมิคุ้มกันจากสารธรรมชาติคือ มังคุดที่พบว่ามีสาร GM-1 ซึ่งสารดังกล่าวสามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลได้ หรือที่เรียกว่า BIM (Balancing Immunity) ในลักษณะที่แตกต่างกัน ส่งผลให้นำไปใช้ดูแลสุขภาพของผู้ที่มีปัญหาหลากหลายจากสภาวะภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุลในร่างกาย ซึ่งจากการทดสอบของในอาสาสมัครที่ไม่มีโรคประจำตัว จำนวน 6 คน โดยให้บริโภคในลักษณะน้ำมังคุดและแคปซูล อย่างต่อเนื่อง 15 วัน พบว่า สามารถสร้างเม็ดเลือดขาว Th1 เพิ่มขึ้น 2 เท่า และ Th17 เพิ่มขึ้น 5 เท่า ซึ่งการทดสอบดังกล่าวได้รับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยแล้ว
 
ด้าน รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าสารจากเปลือกมังคุด คือ GM-1 มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ลดการอักเสบได้ 3 เท่าของแอสไพริน ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอี และสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ โดย GM-1 ยังทำหน้าที่ควบคุมและปรับระบบภูมิคุ้มกัน ที่มีเม็ดเลือดขาว Th1 , Th12 และที่ Th17 ให้มีความสมดุลอีกด้วย
 
"ผลการวิจัยตรงกับงานวิจัยของสหรัฐอเมริกา ที่บ่งชี้ว่าสาร GM-1 ในมังคุดสามารถป้องกันและขจัดโรคได้ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง ที่ได้มีการทดสอบในหลอดทดลอง ส่วนในการทดสอบในร่างกายของอาสาสมัคร พบว่าเกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดการปวดตามข้อและกล้ามเนื้ออักเสบ แม้จะไม่สามารถรักษาโรคได้โดยตรง แต่ก็ทำให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายสามารถจัดการกับสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส และเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น" รศ.ดร.อำไพกล่าว
 
จาก matichon.co.th
อ่าน:3286
ไทยขาดดุลกว่า 3.62 แสนล้านบาท วิกฤติหนี้ยุโรป กระทบส่งออก
ไทยขาดดุลกว่า 3.62 แสนล้านบาท วิกฤติหนี้ยุโรป กระทบส่งออก
วิกฤติหนี้ยุโรปกดดันส่งออกเดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงกว่า 2.5% รวมครึ่งปีแรกลดลง1.66% ไทยขาดดุลกว่า 3.62 แสนล้านบาท ด้าน “ภูมิ” ยังไม่ถอดใจประกาศจับมือทูตพาณิชย์-เอกชนรุกเจาะตลาดใหม่หวังดันแตะเป้า 15% ขณะที่ไทยพาณิชย์ฟันธงทำได้แค่ 8% เหตุปัจจัยลบเพียบยุโรปใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะฟื้นตัว
 
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์เปิดเผยว่าในเดือนมิถุนายน 2555 ส่งออกมีมูลค่า 20,128.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.50% ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 616,506.3 ล้านบาท ลดลง 0.69% เมื่อรวมครึ่งปีแรกของปี 2555 (มกราคม-มิถุนายน)มีมูลค่า 112,622.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.66% ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 3,465,935.7ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.52%
 
“ปัจจัยที่ทำให้ส่งออกลดลงเพราะการลุกลามของปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป กระทบต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย อาทิ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เอเชียใต้ เกาหลีใต้ ไต้หวัน รัสเซีย ทำให้มีการนำเข้าสินค้าจากไทยลดลง แต่ถึงแม้หลายฝ่ายจะกังวลว่าส่งออกจะไม่ถึงเป้า 15% แต่เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดโดยเร่งทำงานเชิงรุกหาตลาดใหม่ๆ โดยร่วมมือกับทูตพาณิชย์และผู้ประกอบการและหากสถานการณ์ในยุโรปไม่รุนแรงมาก การส่งออกในครึ่งหลังจะฟื้นตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน”
 
การส่งออกสินค้าในเดือนมิถุนายน 2555 ลดลงเฉพาะในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรโดยลดลง -19.8% สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว -49.2% ยางพารา -31.4% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป -12.3% ผักและผลไม้ -20% น้ำตาล -23.9% หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ภาพรวมเพิ่มขึ้น 1.9% สินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ +2.2% เครื่องใช้ไฟฟ้า +1.1%ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ +21.3% วัสดุก่อสร้าง +6.1% อัญมณีและเครื่องประดับ +27.2% อาหารสัตว์เลี้ยง +18.5% สินค้าส่งออกที่ลดลงได้แก่ สิ่งทอ -16.2% ผลิตภัณฑ์ยาง -6.4%สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ -73.2% หมวดสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 0.2%
 
แต่เมื่อรวมการส่งออกช่วงครึ่งปีแรกพบว่า ลดลงทั้งหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม โดยหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรลดลง 9.1% สินค้าส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว -37.6% ยางพารา -26.8% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป -7.8% สินค้าที่เพิ่มขึ้นได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็ง (ไม่รวมกุ้ง) +11.4%ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป +17.8% น้ำตาล 17.4%
 
หมวดสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญโดยรวมลดลง 3.6% ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ -1.7% เครื่องใช้ไฟฟ้า -2.3% เม็ด และผลิตภัณฑ์พลาสติก -3.3% สิ่งทอ -15.3% อัญมณีและเครื่องประดับ -10.5% สิ่งพิมพ์ กระดาษและบรรจุภัณฑ์ -75.6%เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน -4.9% สินค้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ +17.8% อัญมณี(ไม่รวมทองคำ) +3.6% ผลิตภัณฑ์ยาง +5.3 % เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ +11.4%อาหารสัตว์เลี้ยง +20.7% หมวดสินค้าอื่นๆ +13.7%
 
ขณะที่ครึ่งปีแรกพบว่าขยายตัวลดลงในทุกตลาด ยกเว้นตลาดศักยภาพระดับรอง โดยตลาดหลักภาพรวมลดลง 4.1% ตลาดที่ลดลง ได้แก่ ญี่ปุ่น (-3.8%) สหภาพยุโรปสมาชิกเดิม 15 ประเทศ (-12%) ขณะที่สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 3.7%
 
ส่วนทางด้านการนำเข้า เดือนมิถุนายน 2555 มีมูลค่า 20,678.4 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.41% เมื่อเทียบกับปีก่อนในรูปเงินบาท มีมูลค่า 641,205.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.36% เมื่อรวมครึ่งปีแรก มีมูลค่า 122,966.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในรูปเงินบาท มีมูลค่า 3,828,537.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.66% โดยสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นคือหมวดสินค้าเชื้อเพลิง +34.5% หมวดสินค้าทุน +11.9% เนื่องจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น
 
จากการนำเข้าที่สูงขึ้นส่งผลให้ดุลการค้าเดือนมิถุนายน 2555 ขาดดุล 550.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อน 60.09% ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 24,699.3 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2555 ประมาณ 68.38% แต่เมื่อรวมครึ่งปีแรกของปี 2555 ขาดดุลการค้ามูลค่า 10,344.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรูปเงินบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 362,602.2 ล้านบาท
 
ขณะที่นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าปีนี้การส่งออกของไทยจะสามารถขยายตัวได้เพียง 8% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 11% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป และมองว่ายุโรปจะต้องใช้เวลาแก้ปัญหาไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี
 
จาก naewna.com
อ่าน:3285
ผลักดันไทย ศูนย์กลางค้าอัญมณีโลก คลังดันมาตรการภาษี
ผลักดันไทย ศูนย์กลางค้าอัญมณีโลก คลังดันมาตรการภาษี
คลังชง มาตรการภาษีในที่ประชุม ครม.ไฟเขียวร่างพระราชกฤษฎีและร่างกฎกระทรวง รวม 3 ฉบับ ให้มีผลบังคับใช้สิ้น ธ.ค.ปี 57 ดันไทยศูนย์กลางค้าอัญมณี-เครื่องประดับโลก ...
 
เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ กระทรวงการคลังเสนอขอความเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับโลก และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีและร่างกฎกระทรวง รวม 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. .... ) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้
 
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายนั้น ในส่วนของร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการกำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายหรือการขาย พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เฉพาะที่ยังมิได้เจียระไน แต่ไม่รวมถึงสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่ เพชร ไข่มุก และสิ่งทำเทียมเพชรหรือไข่มุกหรือที่ทำขึ้นใหม่ ให้แก่ผู้นำเข้าหรือผู้ขายที่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมิใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557 
 
ขณะที่ร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมิใช่ห้างหุ้น ส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ที่มีเงินได้พึงประเมินจากการขายพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เฉพาะที่ยังมิได้เจียระไน แต่ไม่รวมถึงสิ่งที่ทำเทียมเพชรหรือไข่มุกที่ทำขึ้นใหม่และได้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายอัญมณีดังกล่าวมารวม คำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557
 
ส่วนร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. .... ) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ เป็นการกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินเฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการซื้อพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เฉพาะที่ยังมิได้เจียระไน แต่ไม่รวมถึงสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าว หรือที่ทำขึ้นใหม่ เพชร ไข่มุก และสิ่งทำเทียมเพชรหรือไข่มุกหรือที่ทำขึ้นใหม่ ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมิใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลและมิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียบที่ใช้ สิทธิ์ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 311) พ.ศ. 2540 ร้อยละ 1.0 ทั้งนี้ สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินระหว่างวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับวันที่ 31 ธ.ค. 2557.
 
 
จาก : www.thairath.co.th
อ่าน:3285
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ
|-Page 348 of 352-|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 | 303 | 304 | 305 | 306 | 307 | 308 | 309 | 310 | 311 | 312 | 313 | 314 | 315 | 316 | 317 | 318 | 319 | 320 | 321 | 322 | 323 | 324 | 325 | 326 | 327 | 328 | 329 | 330 | 331 | 332 | 333 | 334 | 335 | 336 | 337 | 338 | 339 | 340 | 341 | 342 | 343 | 344 | 345 | 346 | 347 | 348 | 349 | 350 | 351 | 352 |


กลุ่มทางใบปุ๋ยประสิทธิภาพสูง
*โปรดอ่าน ใช้ FK-1 ในช่วงแรก เพื่อเร่งโต เร่งราก เร่งดอก จับคู่กับ FK-3 ในช่วงเร่งผลผลิต พืชออกผลทุกชนิด ใช้ FK-1 กับ FK-3, นาข้าว ใช้ FK-1 กับ FK-3R (Rice), ไร่อ้อย ใช้ FK-1 กับ FK-3S (Sugarcane), มันสำปะหลัง ใช้ FK-1 กับ FK-3C (Cassava)

FK-1
สั่ง FK-1 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3
สั่ง FK-3 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3S
สั่ง FK-3S กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3R
สั่ง FK-3R กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3C
สั่ง FK-3C กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มอินทรีย์ ปุ๋ย ยาปราบฯ
ที่ขายดีที่สุดบน ลาซาด้า

FKT250-IS250-499B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 1ลิตร
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 3ลิตร
สั่งไอเอส3ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
มาคา
สั่งมาคากับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอกี้-บีที
สั่งไอกี้-บีทีกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L
สั่ง FK-T 1ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK ธรรมชาตินิยม
สั่งFK-T 250ซีซี กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 250ซีซี
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-IS1L-970B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-MAKA-980B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-AiKi-990B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มเคมียาปราบฯประสิทธิภาพสูง

invet
สั่ง อินเวท กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
metalaxyl
สั่ง เมทาแลคซิล กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
carron
สั่ง คาร์รอน กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มปุ๋ยทางใบผสมสูตรเองได้
เว็บระบบคำนวณการผสมปุ๋ย


starfer 30-20-5
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 10-40-10
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 15-5-30
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
maxza
สั่ง แม็กซ่า กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้



บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด
Central Laboratory (Thailand) Co.,Ltd.

ให้บริการตรวจวิเคราะห์
ตรวจฉลากโภชนาการ
ตรวจสารสำคัญกัญชา/กัญชง
ตรวจน้ำใช้ในกระบวนการผลิต
ฟอร์มขอใบเสนอราคา
สำหรับตรวจวิเคราะห์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (ตรวจวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง) โปรดกรอก ฟอร์มขอใบเสนอราคา
ตรวจขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี
ตรวจสารพิษตกค้างเพื่อการส่งออก
ตรวจผักสดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ E. coli, Salmonella spp.
ส่งตัวอย่างมะละกอ เพื่อการทดสอบการดัดแปลงพันธุกรรม
ส่งตัวอย่างเพื่อทดสอบ ปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลัก ลูกเดือย และพริกแห้ง เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
Hardline Test Application
ปุ๋ยคุณภาพสูง
พืชทุกชนิด | ปุ๋ยทุเรียน | ปุ๋ยมันสำปะหลัง | ปุ๋ยสำหรับไร่อ้อย | ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยยางพารา | ปุ๋ยมะพร้าว | ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์ม | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยถั่วเหลือง | ปุ๋ยพริกไทย | ปุ๋ยกาแฟ | ปุ๋ยมะนาว | ปุ๋ยส้ม | ปุ๋ยลำไย | ปุ๋ยลิ้นจี่ | ปุ๋ยหน่อไม้ฝรั่ง | ปุ๋ยกระเจี๊ยบเขียว | ปุ๋ยมังคุด | ปุ๋ยมันฝรั่ง | ปุ๋ยหอมหัวใหญ่ | ปุ๋ยกระเทียม | ปุ๋ยหอมแดง | ปุ๋ยมะเขือเทศ | ปุ๋ยกล้วยไม้ | ปุ๋ยอินทผลัม | ปุ๋ยน้อยหน่า | ปุ๋ยชมพู่ | ปุ๋ยเงาะ | ปุ๋ยมะม่วง | ปุ๋ยมะขาม | ปุ๋ยพริก
ยาอินทรีย์แก้โรคพืช
โรคใบไหม้ | ทุเรียนใบติด | มันสำปะหลังใบไหม้ | โรคอ้อยใบไหม้ | ข้าวใบไหม้ | ยางพาราใบไหม้ | โรคมะพร้าวใบไหม้ | โรคราน้ำค้างข้าวโพด | ปาล์มใบไหม้ | โรคสับปะรด | โรคราน้ำค้างถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟใบไหม้ | ราสนิมมะนาว | ส้มใบไหม้ | ลำไยใบไหม้ | ลิ้นจี่ใบไหม้ | หน่อไม้ฝรั่งลำต้นไหม้ | กระเจี๊ยบเขียวฝักลาย | โรคใบจุดมังคุด | มันฝรั่งใบใหม้ | โรคหอมเลื้อย | โรคใบจุดกระเทียม | โรคหอมแดง | ราแป้งมะเขือเทศ | โรคจุดสนิมกล้วยไม้ | อินทผลัมใบไหม้ | น้อยหน่าดอกร่วง | ชมพู่ใบไหม้ | เงาะใบไหม้ | มะม่วงใบไหม้ | ราแป้งมะขาม | โรคพริก
ยาเคมี กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยทุเรียน | เพลี้ยมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยข้าว | เพลี้ยยางพารา | เพลี้ยมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยสับปะรด | เพลี้ยถั่วเหลือง | เพลี้ยพริกไทย | เพลี้ยกาแฟ | เพลี้ยมะนาว | เพลี้ยส้ม | เพลี้ยลำไย | เพลี้ยลิ้นจี่ | เพลี้ยหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยมังคุด | เพลี้ยมันฝรั่ง | เพลี้ยหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยกระเทียม | เพลี้ยหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยกล้วยไม้ | เพลี้ยอินทผาลัม | เพลี้ยน้อยหน่า | เพลี้ยชมพู่ | เพลี้ยเงาะ | เพลี้ยมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยพริก
ยาเคมี กำจัดโรคพืช
โรคใบไหม้ | โรคทุเรียน | โรคมันสำปะหลัง | โรคอ้อย | โรคข้าว | โรคยางพารา | โรคมะพร้าว | โรคข้าวโพด | โรคปาล์ม | โรคสับปะรด | โรคถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟ | โรคมะนาว | โรคส้ม | โรคลำไย | โรคลิ้นจี่ | โรคหน่อไม้ฝรั่ง | โรคกระเจี๊ยบเขียว | โรคมังคุด | โรคมันฝรั่ง | โรคหอม | โรคกระเทียม | โรคหอมแดง | โรคมะเขือเทศ | โรคกล้วยไม้ | โรคอินทผาลัม | โรคน้อยหน่า | โรคชมพู่ | โรคเงาะ | โรคมะม่วง | โรคมะขาม | โรคพริก
ยาอินทรีย์ กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน | เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยศัตรูข้าว | เพลี้ยแป้งยางพารา | เพลี้ยศัตรูมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยอ่อนปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยแป้งสับปะรด | เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง | เพลี้ยแป้งพริกไทย | เพลี้ยแป้งกาแฟ | เพลี้ยไฟมะนาว | เพลี้ยไฟส้ม | เพลี้ยแป้งลำไย | เพลี้ยแป้งลิ้นจี่ | เพลี้ยไฟหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยจักจั่นฝ้ายกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยไฟมังคุด | เพลี้ยจักจั่นมันฝรั่ง | เพลี้ยไฟหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยไฟกระเทียม | เพลี้ยไฟหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยไฟกล้วยไม้ | เพลี้ยแป้งอินทผาลัม | เพลี้ยแป้งน้อยหน่า | เพลี้ยไฟชมพู่ | เพลี้ยแป้งเงาะ | เพลี้ยจักจั่นมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยไฟพริก
สารชีวินทรีย์ กำจัดหนอนต่างๆ
กำจัดหนอนศัตรูพืช | กำจัดหนอนทุเรียน | กำจัดหนอนมันสำปะหลัง | กำจัดหนอนกออ้อย | กำจัดหนอนในนาข้าว | กำจัดหนอนในสวนยางพารา | กำจัดหนอนมะพร้าว | กำจัดหนอนข้าวโพด | กำจัดหนอนปาล์มน้ำมัน | กำจัดหนอนสับปะรด | กำจัดหนอนถั่วเหลือง | กำจัดหนอนพริกไทย | กำจัดหนอนกาแฟ | กำจัดหนอนมะนาว | กำจัดหนอนส้ม | กำจัดหนอนลำไย | กำจัดหนอนลิ้นจี่ | กำจัดหนอนหน่อไม้ฝรั่ง | กำจัดหนอนกระเจี๊ยบเขียว | กำจัดหนอนมังคุด | กำจัดหนอนมันฝรั่ง | กำจัดหนอนหอมหัวใหญ่ | กำจัดหนอนกระเทียม | กำจัดหนอนหอมแดง | กำจัดหนอนมะเขือเทศ | กำจัดหนอนกล้วยไม้ | กำจัดหนอนอินทผาลัม | กำจัดหนอนน้อยหน่า | กำจัดหนอนชมพู่ | กำจัดหนอนเงาะ | กำจัดหนอนมะม่วง | กำจัดหนอนมะขาม | กำจัดหนอนพริก
โรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ย OEM/ODM เป็นแบรนด์สินค้าของคุณ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเม็ด ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม จุลินทรีย์ย่อยสลาย ยาปราบฯ สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยเคมี ทำได้ทุกชนิด
เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท
ปุ๋ยยาฯ จุลินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยน้ำต่างๆ ปุ๋ยน้ำอะมิโน ไตรโคฯ ประเภทน้ำ ประเภทผง บรรจุขวด บรรจุซอง ทุกชนิด ฯลฯ
เริ่มต้นเพียง 45,000 บาท
ปุ๋ยเม็ดทุกชนิด บรรจุกระสอบ 50 กิโลกรัม บิ๊กแบ็ค 1 ตันเพื่อส่งออก กระสอบ 25 กิโลกรัม ทำได้ทุกชนิด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สารปรับสภาพดิน อะมิโนเม็ดสกัด ฮิวมิค ฯลฯ
โทร 090-592-8614
iLab.work ผู้ใช้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารใน ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช กากอุตสาหกรรม มาตฐาน ISO/IEC 17025


ตรวจง่ายนับ 1 2 3 มาตฐาน ISO/IEC 17025
1.เลือกและคำนวณค่าตรวจที่หน้าเว็บ คลิก
2.ส่งดินเข้าห้อง LAB (ไปรษณีย์,เคอรี่,แฟรช)
3.อ่านผลออนไลน์ (เราจัดส่งต้นฉบับผลวิเคราะห์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้เช่นกัน)
→เริ่มกันเลย เลือกค่าที่ต้องการวิเคราะห์
[มีชุดโปรฯแนะนำลดพิเศษ หรือเลือกเองได้]
เลี้ยงไม้ด่าง ดูแลไม้พันธุ์ด่าง ส่งเสริมการเจริญเติบโต ฉีดพ่น FKธรรมชาตินิยม
Update: 2564/09/13 07:12:01 - Views: 3288
ผักกาดขาว ใบไหม้ !! ใบจุด ราน้ำค้าง ใบจุด ราเม็ด โรคเหี่ยว โรคราต่างๆ กำจัดด้วย ไอเอส และเร่งฟื้นฟูด้วย ปุ๋ย FK-T
Update: 2567/04/02 10:23:50 - Views: 3288
อยากถ่ายรูป ให้ได้ภาพชัดตื้น หรือหน้าชัดหลังเบลอ ไม่ยาก แค่เข้าใจค่า f
Update: 2562/08/12 21:28:49 - Views: 3284
การป้องกันกำจัดโรคใบจุดในทุเรียน ด้วยสารอินทรีย์ เทคนิค ไอออนคอนโทรล
Update: 2566/01/06 12:34:23 - Views: 3291
ส่งรูปมัน
Update: 2554/06/08 13:03:27 - Views: 3289
ฝรั่ง โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/04/05 14:13:20 - Views: 3287
โรคราแป้ง ราน้ำค้าง โรคใบไหม้ เกิดได้กับหลายพืช เร่งควบคุม ป้องกัน กำจัด ลดความเสียหายต่อพืช
Update: 2566/11/04 09:41:04 - Views: 3327
ปุ๋ยสำหรับกะหล่ำปลี ปุ๋ยน้ำสำหรับกะหล่ำปลี และ พืชตระกูลกะหล่ำ ฉีดพ่น FKธรรมชาตินิยม
Update: 2564/09/15 00:25:59 - Views: 3293
โรคใบติดหรือใบไหม้ในทุเรียน มีสาเหตุจาก เชื้อราไรซอกโทเนีย (Rhizoctonia sp.) รักษาได้ด้วย ไอเอส
Update: 2563/12/11 11:11:51 - Views: 3287
ข้าวโพด ใบไหม้ ใบจุด ราสนิม กำจัดโรคข้าวโพด จากเชื้อราต่างๆ ปลอดสารพิษ ไอเอส และ FK-T(ใช้ได้ทุกพืช)โดย FK
Update: 2565/10/20 10:18:27 - Views: 3285
การป้องกันกำจัดโรคไหม้ในมะม่วงหิมพานต์ มะม่วงหิมพานต์ใบไหม้ ผลไหม้ กิ่งแห้ง ไหม้
Update: 2566/01/23 11:31:33 - Views: 3292
กำจัด โรคราแป้ง ในต้นทุเรียน แก้ปัญหาโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ไอเอส สารอินทรีย์คุณภาพสูง จาก FK ขนาด 250 ซีซี
Update: 2566/05/23 11:26:10 - Views: 3286
ผักชีใบไหม้ ใบเหลือง ใบจุด โรคราต่างๆ ใช้ ไอเอส + FKธรรมชาตินิยม
Update: 2564/09/08 04:04:35 - Views: 3292
ทำไม ชื่อสายพันธุ์ โควิด-19 จึงเป็น แอลฟ่า เบต้า เดลต้า แกมม่า
Update: 2564/08/15 07:21:45 - Views: 3288
กำจัดแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าด้วงกุหลาบ ในสวนปาล์ม และ พืชทุกชนิด บิวทาเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/01/27 09:59:11 - Views: 3310
โรคราแป้งยางพารา
Update: 2564/08/22 21:55:07 - Views: 3286
โรคพืช ใบไหม้ ใบเหลือง ใบจุด ราสนิม ราน้ำค้าง แอนแทรคโนส โรคราต่างๆ ใช้ ไอเอส + FKธรรมชาตินิยม
Update: 2564/09/09 03:27:52 - Views: 3287
ฮิวมิค แอซิด ฟาร์มิค - ช่วยไห้ดินร่วยซุย ระบายน้ำดี สร้างระบบรากฝอย สำหรับฉีดพ่น ต้นฟักข้าว
Update: 2567/02/13 09:38:59 - Views: 3285
ทำความรู้จักเพลี้ยอ่อน: วิธีการรู้และควบคุมแมลงศัตรูที่อาจทำให้พืชเสียหาย
Update: 2566/11/11 12:19:53 - Views: 3294
โรคลำต้นเน่า (Stem Rot Disease) โรคข้าวลำต้นเน่า
Update: 2564/08/20 00:08:40 - Views: 3291
GA4 © FarmKaset.ORG | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : 2022