[sort by : last post | top views]..
+ โพสเรื่องใหม่ | ^ เลือกหน้า | All contents
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ

 
เทรนด์สุดฮอตของสายกรีนที่ต้องจับตา...เครื่องสำอางออร์แกนิค...
เทรนด์สุดฮอตของสายกรีนที่ต้องจับตา...เครื่องสำอางออร์แกนิค...
เครื่องสำอางออร์แกนิค เทรนด์สุดฮอตของสายกรีนที่ต้องจับตา

ผู้บริโภคปัจจุบันมีความใส่ใจในสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น ผนวกกับกระแส ECO (Ecology) และ LOHAS (Lifestyles of Health & Sustainability) ที่กำลังอยู่ในเทรนด์ ทำให้มีความสนใจและความต้องการสินค้าประเภทออร์แกนิค และการใช้ชีวิตด้วยสินค้าออร์แกนิค (Organic Life Style) มากขึ้นและอยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง จากผลการวิจัยใหม่ของ Orbis สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฯ คาดว่าในปี 2562-2566 ตลาดสินค้าความงามทั่วโลกทะยานพุ่งทะลุ 28 ล้านล้านบาท เติบโต 7.14% และจับตาตลาดจีนโต 2 เท่าตัว เทรนด์ที่มาแรงก็คือ ความงามแบบธรรมชาติ ปัจจุบันมีสินค้าหลายแบรนด์ตั้งแต่สินค้าอาหาร เสื้อผ้า ข้าวของ เครื่องใช้ รวมไปถึงสินค้า เครื่องสําอางออร์แกนิค เพราะใช้วัตถุดิบส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติและปลอดภัยต่อผู้บริโภค หรือนำมารีไซเคิลย่อยสลายได้ง่าย ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ความต่างของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค (Organic Product) VS ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural Product)
ที่ผ่านมาหลายคนมักเข้าใจผิดในความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค (Organic) กับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural Product) จริงๆแล้วผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค(Organic) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากพื้นฐานอันแท้จริงของธรรมชาติ ไม่มีการปรุงแต่งหรือปนเปื้อนของสารสังเคราะห์ที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีหรือสารเคมีซึ่งมีอันตรายแอบแฝง ใช้วัตถุดิบและส่วนผสมในกระบวนการผลิตจากผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการผลิต

เริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกวัตถุดิบ วิธีการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ การขนส่ง การแปรรูปและการนำไปใช้ และท้ายสุดผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานโดยองค์กรที่แต่งตั้งขึ้นโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ เป็นการออกใบรับรองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือสปาออร์แกนิคที่ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural Product) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตผลที่ได้จากธรรมชาติเท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีคําเรียกสินค้าที่คล้ายคลึงกันอื่นๆ ได้แก่ Botanical Cosmetics หมายถึง เครื่องสําอางที่มีส่วนผสมที่เป็นพืช โดยเป็นพืชอินทรีย์หรือไม่ก็ตาม และอาจมีส่วนผสมมาจากพืชทั้งหมด 100% หรือมีส่วนผสมหลักบางส่วนที่มาจากพืชก็ได้ ความแตกต่างกับ Natural Cosmetics คือ Natural Cosmetics อาจมีส่วนผสมที่ไม่ใช่พืช เช่น น้ำผึ้ง น้ำมันม้า (horse oil) ฯลฯ ก็ได้

เครื่องสำอางออร์แกนิค คืออะไร ?

เครื่องสำอางออร์แกนิคก็มีความหมายตรงตัวว่า เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่มีการเจือปนสารเคมีเข้าไปหรือเจือปนในปริมาณที่น้อยมากไม่เกิน 10% และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติ จึงปลอดภัยต่อร่างกาย อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว และยังมีจุดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ ปราศจากสารพาราเบน (Paraben Free) ซึ่งเป็นสารเคมีประเภทหนึ่งที่ใช้เป็นสารกันบูดในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และมีงานวิจัยที่ระบุไว้ว่า สารพาราเบนสังเคราะห์ คือสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งถือเป็นการลดปัจจัยความเสี่ยงในการก่อมะเร็งลงได้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) จากการปราศสารเคมี หรือ มีในปริมาณที่น้อยมาก จึงไม่มีสารที่เป็นอันตรายตกค้างตามผิวหนัง ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ใช้ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว สามารถใช้บ่อยได้ตามต้องการ ก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง

แนวโน้มความต้องการสินค้าออร์แกนิคกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆควบคู่ไปกับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการธุรกิจความงามที่จะจับกระแสนี้ และนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อโอกาสเติบโตทางธุรกิจต่อไป


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
ยาดม-ยาอม-ยาหอม สู่การส่งออกสมุนไพรไทย
ยาดม-ยาอม-ยาหอม สู่การส่งออกสมุนไพรไทย
ถ้าหากว่ามีใครซักคนข้าง ๆ คุณกำลังมีอาการอย่าง วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย สิ่งที่คุณจะมองหาและเลือกใช้เป็นอันดับต้น ๆ คงจะหนีไม่พ้นยาดม ยาหอมจากสมุนไพรที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการเหล่านี้ได้อย่างเยี่ยมยอด

เนื่องจากประเทศไทยของเรานั้นอยู่ในเขตร้อนชื้นจึงมีพืชพรรณมากมาย รวมถึงมีสมุนไพรเป็นผลิตผลจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการรักษากว่า 1_800 ชนิด เป็นที่ทราบกันดีว่าสมุนไพรไทยอยู่ควบคู่กับการดำเนินชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่โบราณ การใช้พืชสมุนไพรนั้นสะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนไทยที่นำสมุนไพรไทยมาประกอบอาหาร ใช้เป็นยารักษาโรค บำบัดดูแล หรือแม้แต่ใช้ในการเสริมความงาม โดยการใช้ทั้งที่เป็นสมุนไพรสดและสมุนไพรที่แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

จากการเปิดเผยข้อมูลด้านการส่งออกสมุนไพรของ ดร.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสมุนไพรปีละนับแสนล้านบาท โดยสมุนไพรไทยในกลุ่มเสริมอาหารมีมูลค่าการใช้และส่งออกรวมกว่า 80_000 ล้านบาท กลุ่มสปาและผลิตภัณฑ์มีมูลค่าประมาณ 10_000 ล้านบาท และกลุ่มยาแผนโบราณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมีมูลค่าประมาณ 10_000 ล้านบาทเลยทีเดียว

เห็นได้ชัดว่าสมุนไพรไทยหรือผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรมีโอกาสเติบโตในตลาดโลก อีกทั้งกระแสการดูแลตัวเองโดยใช้สมุนไพรนั้นมีมากขึ้น จึงทำให้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยนั้นเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวและตลาดโลก หลายเว็บไซต์ที่สำรวจและจัดอันดับสินค้าของที่ระลึกของไทยและยกให้ยาจำพวก ยาดม ยาหอมนั้นเป็นของฝากที่ขาดไม่ได้

ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคให้ความสนใจกับสินค้าจากสมุนไพรเท่านั้น รัฐบาลไทยก็มีนโยบายสนับสนุนและยกระดับสมุนไพรไทยออกสู่สายตาชาวต่างชาติ เนื่องจากสมุนไพรไทยเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่สำคัญ และสามารถสร้างอาชีพเสริมให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีสถาบันการวิจัยและสถานศึกษาอีกหลายแห่งได้มีการวิจัยด้านสมุนไพรอย่างต่อเนื่องซึ่งสนับสนุนสมุนไพรไทยให้เติบโตได้มากขึ้น

เมื่อเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ผู้ประกอบการไทยก็ได้พัฒนา และผลิตสินค้าจากสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติอย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะยาดม ยาหม่อง ยาหอม หรือยาอมที่เป็นสินค้ายอดฮิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกเหนือจากสรรพคุณทางยาแล้วยังมีบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกในการพกพา

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้เห็นความสำคัญของการเติบโตจากสินค้าไทยประเภทยาเหล่านี้เช่นเดียวกัน จึงสนับสนุนและผลักดันการส่งออกสินค้าที่ทำให้สมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักและสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าไทยให้เป็นที่แพร่หลาย ผู้ประกอบการจากกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ผลิตสินค้าจำพวกยาทาภายนอกนี้ นอกจากจะได้รับรางวัลและการรับรองต่าง ๆ แล้ว ยังได้รับตราการันตีคุณภาพจาก ตราสัญลักษณ์การันตีจาก Thailand Trust Mark หรือ T Mark ที่มีการกำหนดคุณสมบัติสินค้าอย่างมีมาตรฐานและเป็นสากล อันจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระจายสินค้าสู่ตลาดอื่นอีกด้วย

เริ่มจากสินค้าที่ผ่านการรับรองจาก T Mark อย่าง ยาอมแก้ไอ ตราห้าตะขาบ จากบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เมื่อพูดถึงห้าตะขาบ หลายท่านจะต้องนึกซองยาอมสุดเก๋ที่มีภาพตะขาบห้าตัวอยู่ล้อมรอบภาพชายคนหนึ่ง เพราะยาอมห้าตะขาบนั้นอยู่คู่กับครอบครัวคนไทยมานานกว่า 80 ปี ด้วยคุณภาพ ราคา รวมถึงสรรพคุณจากสมุนไพรธรรมชาติแท้ ๆ ซึ่งช่วยให้ชุ่มคอ ละลายเสมหะ และบรรเทาอาการไอนั้น ทำให้ทุกบ้านต่างให้การยอมรับ รับประทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ปัจจุบันห้าตะขาบได้ผลิตสินค้าทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ ยาอมแก้ไอ ยาขมเม็ด ยาเม็ดเบอร์เจ็ด(ยาแก้บิด) และยากวาดมหาจักร์ อีกทั้งยังมีการปรับโฉม เพิ่มรสชาติให้กับยาอมแก้ไขถึง 4 รสชาติอีกด้วย ไม่เพียงคนไทยที่ให้ความสนใจและใช้จริงเท่านั้น แต่ผู้บริโภคหลายประเทศก็ให้ความสนใจไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริก ฮ่องกง มาเก๊า และประเทศในแถบอาเซียน บริษัท ห้าตะขาบ หรือซิมเทียนฮ้อ จำกัด ตั้งมั่นด้วยนโยบาย ทำสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ผู้บริโภค อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีการยกระดับคุณภาพสินค้าสู่สากลด้วยการรับมาตรฐาน GMP หรือมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิต และยังได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ใช้ตรา T Mark ซึ่งเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงคัดสรรภาพลักษณ์ของคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไทยในตลาดโลกอีกด้วย

ยาสกัดสมุนไพรที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark ต่อมา คือยาหม่องตราถ้วยทอง จากบริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด แบรนด์รูปถ้วยสีทองที่อยู่เคียงคู่คนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 เชื่อว่า ยาหม่องตราถ้วยทอง ยาใช้ภายนอกที่ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาตินี้จะต้องมีไว้ติดบ้านหรือติดที่ทำงานอย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติสารพัดประโยชน์ที่จะช่วยบรรเทาอาการเมื่อยกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย วิงเวียนศีรษะ และคัดจมูกเนื่องจากหวัด เพียงแค่ทาเบา ๆ บริเวณที่คุณต้องการ ตัวยาก็จะซึมสู่ผิว และบรรเทาอาการเหล่านั้นได้อยู่หมัด

อีกทั้งยังมีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ใส่ใจต่อผู้บริโภคทุกช่วงอายุ มีราคาที่เหมาะสม และมีคุณภาพการผลิตที่ได้การรับรองมาตรฐานการผลิตยาที่ดีตามมาตรฐาน PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่มีประเทศสมาชิกในมาตรฐานนี้ทั่วโลก สิ่งเหล่านี้จะเสริมสร้างฐานแห่งคุณภาพสินค้าได้อย่างมั่นคง ปัจจุบันมีผู้นำเข้ายาหม่องตราถ้วยทองมากกว่า 10 ประเทศ เช่น กัมพูชา เมียนมาร์ ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กาต้าร์ เยเมน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรชิ้นถัดมา ได้แก่ ยาน้ำมันเหลืองสมุนไพร น้ำมันหอมระเหยของไทยภายใต้เครื่องหมายการค้า ตรา พัญช์ จากบริษัท สยามไพร-ซิต้า จำกัด เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ผลิตยาใช้ทาภายนอกที่ได้รับตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพจาก T Mark สยามไพร-ซิต้า–สร้างธุรกิจด้วยการผลิตและจำหน่ายยาแผนโบราณที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แมลงสัตว์กัดต่อย บรรเทาอาการแสบร้อนจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ และมีการนำมรดกทางภูมิปัญญาตามตำรับยาโบราณของไทยมารังสรรค์ให้เกิดเป็นน้ำมันเหลืองสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์นานัปการ ตัวอย่างสมุนไพรไทยที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมันเหลือง ตราพัชญ์ ได้แก่ ไพล น้ำมันยูคาลิปตัส การบูร พิมเสน ขมิ้น เกล็ดสะระแหน่ และน้ำมันกาลพลู ที่ให้ความสดชื่น เย็นสบาย และบรรเทาอาการวิงเวียนได้อย่างดี สยามไพร-ซิต้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรธรรมชาติให้หลากหลาย ควบคู่ไปกับการคืนกำไรให้สู่สังคม ด้วยมาตรฐานการผลิต และมีความใส่ใจต่อผู้บริโภค คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกด้วย

ยาอม ยาดม ยาหอม ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสมุนไพรไทยแต่ละแบรนด์นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ ความโดดเด่นด้านสมุนไพรของไทย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ยิ่งเห็นเครื่องหมายแห่งมาตรฐานอย่าง T Mark ก็จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เชื่อมั่นได้เลยว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าของคนไทยแท้ ๆ และมีคุณภาพยอดเยี่ยมเพราะผ่านการรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้ในระดับสากล ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าจากสมุนไพรไทย และยังเพิ่มฐานการผลิต เพิ่มตัวเลขการส่งออกสมุนไพรไทยสู่สายตาประชาคมโลกได้อีกด้วย


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
ไส้กรอก-หมูยอ เปิดกฎหมายคุม คุณภาพห่วย โทษหนัก-คุกหัวโต
ไส้กรอก-หมูยอ เปิดกฎหมายคุม คุณภาพห่วย โทษหนัก-คุกหัวโต
ตรวจสอบข้อกฎหมายสำคัญคุมสินค้าไร้คุณภาพ หลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งผลิตไส้กรอก ลูกชิ้น และหมูยอ ไม่มีคุณภาพ แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

หลังจากเกิดกรณีพบผู้บริโภค ซึ่งเป็นเด็กหลายรายเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากการรับประทานไส้กรอก และเกิดภาวะ methemoglobinemia (เมธฮีโมโกลบินนีเมีย) จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานเป้าหมายใน จังหวัดชลบุรี

พร้อมตรวจสอบผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ทั้งไส้กรอก ลูกชิ้น หมูยอ ซึ่งจากการเข้าไปฉลากผลิตภัณฑ์หลายรายการ ตรงกับฉลากผลิตภัณฑ์ที่ได้ข้อมูลจากผู้ป่วยว่าบริโภคแล้วเกิดอาการผิดปกติ และยังพบว่า ฉลากสินค้าไม่แสดงเลขสารบบอาหาร ถือเป็นการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง

อีกทั้งจากการตรวจสอบสถานที่ผลิตแห่งนี้ ตามหลักเกณฑ์ GMP ที่กฎหมายกำหนด พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ (ได้คะแนนรวม 19 คะแนน คิดเป็น 16.67%) และยังพบข้อบกพร่องอื่น ๆ เช่น ไม่มีการควบคุมการผลิต ในกรณีที่มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตามหากมาดูในแง่การตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่า มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ตั้งแต่ ฉลากสินค้า รวมไปถึงสถานที่ผลิต

โดยส่วนแรก คือ ฉลากสินค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 กำหนดรายละเอียดไว้ ดังนี้

1. ชื่อประเภท หรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร กรณีที่เป็นสินค้าที่สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิต

2. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขายในไทย

3. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในไทยของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย

4. สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย แล้วแต่กรณี

5. แสดงขนาดหรือมิติ หรือปริมาณหรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้า แล้วแต่กรณี สำหรับหน่วยที่ใช้จะใช้ชื่อเต็ม หรือชื่อย่อ หรือสัญลักษณ์แทนก็ได้

6. ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด

7. ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการใช้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค เช่น ห้ามใช้ของมีคมกับการแซะน้ำแข็งในตู้เย็น

8.คำเตือน (ถ้ามี)

9.วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น (ถ้ามี)

10. ราคา โดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นด้วยก็ได้

หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่จัดทำฉลากสินค้า หรือจัดทำฉลากไม่ถูกต้องตามประกาศดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนต่อมาคือ กรณีการพบสารต้องห้ามในอาหาร โดยเฉพาะในไส้กรอก ลูกชิ้น และหมูยอ จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 25 ฐาน ผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากเป็นอาหารปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5_000 บาทถึง 1 แสนบาท

อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบแหล่งผลิต และยึดของกลางกว่า 32 รายการ เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ฝ่าฝืนมาตรา 6(7) สถานที่ผลิตอาหารไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดี (GMP) โทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และฝ่าฝืนมาตรา 6(10) ผลิตภัณฑ์อาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
น้ำหอมกัญชา จินตนาการสุดล้ำ...ที่สร้างความเป็นตัวตนมากที่สุด
น้ำหอมกัญชา จินตนาการสุดล้ำ...ที่สร้างความเป็นตัวตนมากที่สุด
ความหอมที่สัมผัสได้ นอกจากจะมีน้ำหอมแล้ว ยังมีเครื่องหอมที่ให้กลิ่นสัมผัสความหอมที่หลากหลายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นครีมทาผิว_ โลชั่นน้ำหอม_ ธูปหอม_ เครื่องพ่นไอน้ำ หรือแม้แต่น้ำหอมกลิ่นกัญชา ที่ให้กลิ่นสัมผัสชวนหลงใหลและเคลิบเคลิ้มทั้งผู้ใช้และผู้ที่ได้สัมผัสกลิ่นใกล้ๆ ซึ่งแสดงออกถึงตัวตนผู้ใช้มากที่สุด

หลายคนคงจะสงสัยว่ามีน้ำหอมกลิ่นกัญชาด้วยหรือ และหากดมแล้วจะรู้สึกอย่างไร หอมเหมือนน้ำหอมทั่วไปไหม หรือได้กลิ่นแล้วจะเหม่อๆ ตาเยิ้มๆ คล้ายคนเมากัญชาทั่วไปหรือไม่? และใช้ส่วนไหนมาสกัดเป็นน้ำหอม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้บอกว่า ส่วนที่ให้กลิ่นมากที่สุดก็คือ “ช่อดอกกัญชาเพศเมีย” ซึ่งไม่ใช่ใบกัญชาอย่างที่หลายคนคิดกัน ส่วนกลิ่นอาจเป็นไปตามจินตนาการกลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นกัญชา อาจจะไม่ได้ให้ความหอมเหมือนกลิ่นน้ำหอมทั่วไป เพราะกลิ่นนี้จะให้กลิ่นเฉพาะของมัน ที่สมกับเป็นพืชสายเขียว ทำให้เมื่อสัมผัสหรือใครได้สูดดมแล้วก็จะเห็นการแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองที่สุด ซึ่งมันอาจจะไม่ได้กลิ่นเหมือนกับการสูบกัญชาแล้วเมาตาเยิ้มๆ แค่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ให้กลิ่นสไตล์พืชสายเขียวนั่นเอง

อย่าเพิ่งไปคิดหรือมโนเอาเองว่า หากดมกลิ่นของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำมากกัญชาหรือมีกัญชาเป็นส่วนผสมแล้วจะทำให้ผู้นั้นเกิดอาการมึนเมา หรือติดยาเสพติด รวมทั้งการเกิดอาการต่างๆ ทั้งเห็นภาพหลอน หรือมีอาการคล้ายคนเมา ตาเยิ้มๆ ฉ่ำๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อผลิตภัณฑ์แต่ละตัวได้มาแปรรูปเป็นชนิดต่างๆ แล้วมั่นใจได้เลยว่ามันไม่ใช่ยาเสพติดแน่นอน ปัจจุบันนอกจากยา อาหาร เครื่องดื่ม หรือกลุ่มเครื่องสำอางแล้ว กัญชายังถูกนำเป็นส่วนประกอบของน้ำหอมกลิ่นกัญชาอีกด้วย แถมยังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะใครๆ ก็อยากจะลองสัมผัสกลิ่นอายของพืชสายเขียวและอยากจะรู้ว่าหากดมเข้าไปแล้วจะเกิดอาการอย่างไรบ้างนะ? ซึ่งกลิ่นน้ำหอมอาจจะไม่ได้มาจากดอกกัญชาเพียวๆ แต่อาจจะมีการผสมผสานกลิ่นอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อให้กลิ่นสัมผัสความหอมที่ลงตัว

การผสมผสานของกลิ่นซีตรัส กลิ่นความเขียว หรือกลิ่นสมุนไพร รวมทั้งกลิ่นไม้และควัน หรือกลิ่นหญ้า จะทำให้ได้กลิ่นอายสัมผัสของกัญชาขึ้นมา น้ำหอมกลิ่นกัญชาจึงเป็นการเลียนแบบการแต่งกลิ่นให้คล้ายกับกลิ่นอายของกัญชา หรือบางแบรนด์อาจจะมีส่วนผสมของกัญชา แต่ก็อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม จึงไม่ได้ทำให้ผู้สัมผัสเกิดอาการคล้ายคนเสพยาแน่นอนถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นการสูบกัญชา แต่การได้สัมผัสกลิ่นอายของมันจากน้ำหอม ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้สัมผัสกลิ่น เพราะมันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้สัมผัสรู้สึกราวกับว่ากำลังหลุดไปอีกโลกใบหนึ่ง และแสดงความเป็นตัวเองออกมาแบบไม่ต้องเฟคอีกด้วย


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
ปศุสัตว์ เล็งออกมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่รุ่น
ปศุสัตว์ เล็งออกมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่รุ่น
นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดในการสัมมนาระดมความเห็นต่อร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่รุ่น ว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ การส่งเสริมและสนับสนุนการผลิต และกำกับดูแลกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้มีคุณภาพมาตรฐานอาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภคตลอดห่วงโซ่กระบวนการผลิต ครอบคลุมตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ได้มาตรฐาน โรงฆ่าสัตว์และโรงแปรรูปมีคุณภาพและถูกสุขอนามัย จนถึงผู้บริโภค

ซึ่งไข่ไก่นับเป็นสินค้าปศุสัตว์ที่มีความสำคัญ เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ผู้บริโภคนิยมนำมาปรุงประกอบการทำอาหารเพื่อรับประทานได้ทุกวัน และอุตสาหกรรมการผลิตไข่ไก่ในประเทศไทยมีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อผลิตไข่ไก่ที่มีคุณภาพมาตรฐานตอบสนองความต้องการอย่างเพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศและสามารถส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ประเทศไทย

ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทยมีการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงในลักษณะเชิงอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในระบบการผลิต การปรับปรุงสายพันธุ์ การจัดการอาหาร และการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงมีสุขภาพดี ได้ไข่ไก่ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ในปี 2564 มีแม่ไก่ไข่ยืนกรงจำนวนเฉลี่ย 50.9 ล้านตัว ผลิตไข่ไก่ถึง 15_420 ล้านฟอง นับเป็นมูลค่าสูงถึง 42_405 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของโลกส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการค้าของสินค้าเกษตรไทย ทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันทางการค้า จึงเป็นการดีที่จะมีนโยบายจัดทำมาตรฐานสินค้า เพื่อส่งเสริมให้สินค้าเกษตรมีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ ความสำคัญในการจัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่รุ่น

มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเลี้ยงไก่ไข่รุ่น ลดความเสี่ยงและควบคุมปัญหาโรคระบาดที่เกิดจากฟาร์มที่ยังไม่เข้าสู่ระบบมาตรฐาน เพื่อให้มีมาตรฐานสินค้าเกษตรครอบคลุมการผลิตไข่ไก่ตลอดห่วงโซ่การผลิต เป็นประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร โดยคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย สุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด ASEAN Economic Community (AEC) และต่างประเทศได้

ดำเกิง คำแหง นักวิชาการด้านปศุสัตว์ กล่าวว่า การเลี้ยงไก่ไข่เป็นอาชีพของเกษตรกรไทยมายาวนาน มีผู้เลี้ยงรายเล็กรายย่อยทั่วประเทศนับแสนคน ตลาดไข่ไก่เป็นการรวมตัวกันของเกษตรกรเกิดเป็นสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่จังหวัดนั้นจังหวัดนี้มากมาย เช่น

สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ ไข่ไก่เป็นสินค้าเกษตรที่ระดับราคามีขึ้นมีลงจากปัจจัยหลากหลายที่เข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลต่างๆ กินเจ ปิดเทอม อากาศร้อนแล้ง ภาวะโรค ปริมาณการเลี้ยงแม่พันธุ์ไก่ไข่ ... ไข่จึงเป็นสินค้าเกษตรที่อ่อนไหวมากหากมีผลผลิตออกสู่ตลาดเยอะราคาก็ตกต่ำเกษตรกรขาดทุน เมื่อไหร่ที่เกษตรกรขาดทุนหนัก และเลี้ยงลดลง ปริมาณไข่ในตลาดน้อยลงราคาก็กลับมาดี เป็นแบบนี้ตามกลไกตลาดเสมอ

กรมปศุสัตว์ เป็นภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลคนเลี้ยงไก่ไข่ และกรมปศุสัตว์ในยุคปัจจุบันก็ได้ชื่อว่าเป็นยุคที่ทำงานถึงลูกถึงคนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆอย่างทันการณ์เพื่อให้ไข่ไก่เกิดเสถียรภาพ มีการวางแผนการผลิต ตั้งแต่ต้นทางคือการควบคุมปริมาณปู่ย่าพันธุ์ พ่อแม่พันธุ์ ไปจนถึงลูกไก่ และแม่ไก่ยืนกรง เพื่อให้ปริมาณผลผลิตไข่ไก่สมดุลกับปริมาณการบริโภคให้มากที่สุด อันจะนำไปสู่ราคาไข่ไก่ที่เหมาะสม เกษตรกรอยู่ได้และผู้บริโภคไม่เดือดร้อน

กรมฯยังทำหน้าที่ยกระดับมาตรฐานฟาร์ม ให้เกษตรกรมีมาตรฐานการผลิตไข่ที่ดีและมีระบบป้องกันโรคที่ดี เมื่อผนวกความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจของคนในแวดวงเดียวกันก็ทำให้ทุกวันนี้วงการไก่ไข่มีเสถียรภาพมากขึ้นและมีแนวโน้มที่ดีที่จะเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน ทั้งๆที่เป็นงานยาก เพราะไข่ไก่เป็นสินค้าอ่อนไหวที่เมื่อมีอะไรมากระทบเล็กน้อยก็สามารถล้นตลาดหรือขาดตลาดได้ทันที

ความเสียสละของผู้เลี้ยงไก่ไข่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึง ในยามที่คนเลี้ยงไก่ไข่ทั้งหมดบอบช้ำจากราคาไข่ตกต่ำติดดินเพราะผลผลิตล้นตลาด กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ในขณะนั้น ให้ช่วยปลดพ่อแม่พันธุ์ก่อนอายุปลด ซึ่งก็ได้เห็นผู้เสียสละหลายรายเฉือนเนื้อตัวเอง ปลดพ่อแม่พันธุ์และส่งออกไข่ไก่ รวมเป็นมูลค่าถึงร้อยล้านบาท เพื่อยกระดับราคาไข่ไก่ให้สูงขึ้น เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและต่อชีวิตเกษตรกรรายเล็กรายน้อย... นี่คือความช่วยเหลือกันในวงการไข่ไก่ที่ผมเคยเห็น

ผู้คร่ำหวอดของวงการไข่ไก่ เล่าเหตุการณ์ย้อนรอยอดีตให้ฟังว่า เดิมประเทศไทยปล่อยเสรีพ่อแม่พันธุ์ (PS) ซึ่งมีบริษัทผู้ผลิต 23 ราย ต่อมาไข่ล้นตลาด ทำให้ธุรกิจไก่ไข่ตกต่ำมาก บริษัทพ่อแม่พันธุ์ล้มหายตายจากไปบางส่วน เหลืออยู่เพียง 16 ราย เกษตรกรผู้เลี้ยงจึงขอร้องให้ กรมปศุสัตว์ ลดปริมาณพ่อแม่พันธุ์ เพื่อหยุดซัพพลายที่มากเกินไป เป็นที่มาของการที่กรมปฏิบัติตามคำขอของเกษตรกร จำกัดบริษัทที่เหลือ 16 รายไม่ให้มีเพิ่มขึ้น ตามคำขอนั้น จากจำนวนพ่อแม่พันธุ์ตอนนั้น (2560) มีอยู่ราว 6 แสนตัว 16 บริษัทจึงเริ่มต้นทำกิจกรรมลดแม่ไก่เป็นขั้นบันได

คือให้เหลือ 5.5 แสนตัวในปี 2561 และเหลือ 4.4 แสนตัวในปี 2562 ทุกบริษัทลดในสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน ดังนั้น ใครมีแม่ไก่จำนวนมากก็ต้องเสียสละปลดมาก เป็นต้น นับเป็นครั้งสำคัญที่ได้เห็น 16 บริษัท ร่วมมือร่วมใจกันทำเพื่อเกษตรกรและเพื่อส่วนรวมของวงการไก่ไข่ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมปศุสัตว์ ซึ่งทุกรายเป็นผู้ปฏิบัติ หรือกล่าวได้ว่า จำนวนพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ถูกกำหนดโดยเอ้กบอร์ด นักวิชาการ และผู้รู้ที่เกี่ยวข้อง ทำการประเมินและคำนวณมาแล้วว่าความเหมาะสมอยู่ที่เท่าไหร่ กระทั่งได้เริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์ในปีนี้ที่ราคาไข่มีเสถียรภาพมากขึ้น

ปัจจุบันการเปิดฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ ไม่ใช่สิ่งต้องห้าม เพียงมีต้องเสนอแผนการผลิตและมีตลาดรองรับผลผลิตที่ชัดเจนว่าจะไม่ส่งผลกระทบถึงระดับราคาไข่ไก่โดยรวมของประเทศ เท่านี้ก็สามารถเปิดได้แล้ว ... เอ้กบอร์ด (คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์-Egg Board) เป็นกลางและยึดหลักความยั่งยืนของทั้งอุตสาหกรรมเสมอ

สำหรับประเด็นปู่ย่าพันธุ์ (GP) นั้นเปรียบเหมือนความมั่นคงทางอาหารในด้านพันธุ์ไก่ของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก หากประเทศใดไม่มีฟาร์ม GP ย่อมต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากต่างประเทศตลอดเวลา ซึ่งมีความเสี่ยงหลายด้าน อาทิ โรคระบาดสัตว์ ปัญหาสงคราม หรือการขนส่ง ย่อมกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศทันที โชคดีที่ประเทศไทยมีปู่ย่าพันธุ์อยู่ภายในประเทศ ซึ่งจำนวนที่ผลิตก็เป็นไปตามข้อกำหนดของเอ้กบอร์ด

คงต้องขอเป็นกำลังใจให้ กรมปศุสัตว์ ที่นอกจากจะต้องจัดการปัญหาเสถียรภาพราคาไข่ไก่แล้ว ยังต้องรับมือผู้เลี้ยงไก่ไข่หลายรูปแบบ โดยเฉพาะ คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ที่เมื่อตอนคนอื่นเสียสละกลับอยู่เฉย แต่พอภาวะไข่ดีขึ้นกลับออกมาเรียกร้องจากสังคม ขอให้กรมปศุสัตว์ทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในองค์รวมให้ได้ประกอบอาชีพที่ดี และผลิตไข่เพื่อผู้บริโภคไทยได้อย่างยั่งยืน


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
รพ.อุดรฯ ช่วยสร้างรายได้กลุ่มวิสาหกิจ ผู้ปลูกและแปรรูปกัญชา
รพ.อุดรฯ ช่วยสร้างรายได้กลุ่มวิสาหกิจ ผู้ปลูกและแปรรูปกัญชา
เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ท่อมชงชา โรงพยาบาลอุดรธานี แหล่งรวมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด ท่อมชงชา (Tomchongcha shop by R8way หรือทีทูซีชอป T2Cshop) โดยมีหน่วยงานและวิสาหกิจชุมชนซึ่งเป็นแหล่งปลูกกัญชาที่ได้รับอนุญาตและผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีส่วนประกอบจากกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดนำผลิตภัณฑ์มาร่วมวางจำหน่ายและสาธิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ทั้งมาจากโรงพยาบาลห้วยเกิ้ง โรงพยาบาลมะเร็ง วิสาหกิจชุมชน ร้านมาดามพาเท่ห์ ร้านสวีทโฮม และอีกหลายแห่ง เข้าร่วมแสดงสินค้าและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องสำอางสมุนไพรที่มีส่วนประกอบจากกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดเพื่อกระจายโอกาสและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ

ดร.นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายขับเคลื่อนการใช้สมุนไพรกัญชากัญชงและกระท่อมทางการแพทย์และเพื่อสร้างเศรษฐกิจสู่วิสาหกิจชุมชน ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 กำหนดให้ส่วนของกัญชากัญชงที่เป็นส่วนของเปลือก ลำต้น เส้นใบ กิ่งก้าน ราก และใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

เขตสุขภาพที่ 8 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และโรงพยาบาลอุดรธานี เห็นความสำคัญและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านกัญชาอย่างต่อเนื่อง ครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การใช้ประโยชน์ และการสร้างรายได้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยมีเป้าหมายส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาด้านเศรษฐกิจ ต่อยอดให้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด ซึ่งผลิตภัณฑ์ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกและรับรองผลิตภัณฑ์เขตสุขภาพที่ 8 ได้รับเครื่องหมายรับรอง และยื่นจดทะเบียนตรารับรองจากพาณิชย์จังหวัดอุดรธานีแล้ว

ร้านผลิตภัณฑ์สุขภาพท่อมชงชาเป็นสถานที่ส่งเสริมและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สาธิตแลกเปลี่ยนและเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชาภายใต้ชื่อร้าน ท่อมชงชา โดยมีที่มาดังนี้ ท่อม หมายถึง กระท่อม_ ชง หมายถึง กัญชง_ ชา หมายถึง กัญชา ซึ่งเปิดดำเนินการในพื้นที่โรงพยาบาลอุดรธานีเป็นโรงพยาบาลนำร่องแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
หอยเชอรี่ สร้างรายได้หลัก 10,000 ต่อเดือน
หอยเชอรี่ สร้างรายได้หลัก 10,000 ต่อเดือน
คนส่วนใหญ่หันมาทำอาชีพเกษตรกรมากขึ้น มีพืชและสัตว์หลายชนิดที่น่าสนใจผนวกกับการใช้เทคโนโลยีหาความรู้ในการเลี้ยงทำให้เกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น โดยหอยเชอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่น่าสนใจมาก และมีคนที่ประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงให้ได้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ดี เชื่อว่ามีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและไม่รู้จักว่าหอยเชอรี่คืออะไร มีกี่แบบ แล้วหอยเชอรี่สีทองที่ได้ยินว่านิยมเลี้ยงกันคืออะไร

ลองมาหาคำตอบไปพร้อมกันเพื่อกรุยเส้นทางสู่การสร้างเป็นอาชีพได้ในอนาคต ลักษณะทั่วไปของ หอยเชอรี่ หอยเชอรี่สามารถแบ่งหอยเชอรี่ได้ 2 พวก คือ พวกที่มีเปลือกสีเหลืองปนน้ำตาล เนื้อและหนวดสีเหลือง และพวกมีเปลือกสีเขียวเข้มปนดำ และมีสีดำจาง ๆ พาดตามความยาว เนื้อและหนวดสีน้ำตาลอ่อน หอยเชอรี่เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ลูกหอยอายุเพียง 2 – 3 เดือน จะจับคู่ผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลา หลังจากผสมพันธุ์ได้ 1 – 2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ในเวลากลางคืน โดยคลานไปวางไข่ตามที่แห้งเหนือน้ำ เช่น ตามกิ่งไม้ ต้นหญ้าริมน้ำ โคนต้นไม้ริมน้ำ ข้าง ๆ คันนา และตามต้นข้าวในนา ไข่มีสีชมพูเกาะติดกันเป็นกลุ่มยาว 2 – 3 นิ้ว แต่ละกลุ่มประกอบด้วยไข่เป็นฟองเล็ก ๆ เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงาม ประมาณ 388 – 3_000 ฟอง ไข่จะฟักออกเป็นตัวหอยภายใน 7 – 12 วัน หลังวางไข่

หอยเชอรี่สีทอง คือ??
สำหรับหอยเชอรี่สีทองที่เราเรียกกันที่จริงคือหอยเชอรี่พันธุ์สนิม หรือ หอยหวานญี่ปุ่นด้วยซึ่งเลี้ยงง่ายเหมือนการเลี้ยงหอยเชอรี่ หอยขมทั่วไป จุดแตกต่างคือมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่ในเมืองไทยแถมเนื้อยังมีความหวานไม่คาว ต่างจากหอยชนิดอื่นๆในกลุ่มเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหอยเชอรี่สีดำ หอยโข่ง หรือ หอยขม ทำให้เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปูนา และเลี้ยงหอยเชอรี่ หันมาเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง และหอยเชอรี่สีทองสนิม กันเป็นจำนวนมาก ถ้าถามหาจุดเริ่มต้นของการเข้ามาของหอยเชอรี่สีทอง และหอยเชอรี่สีทองพันธุ์สนิม ในประเทศไทย ยังไม่มีการระบุแน่นอน แต่เชื่อว่าบางส่วนเป็นพันธ์ที่ได้มาจากทางมาเลเซีย

วิธีการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองแบบเบื้องต้น คนที่สนใจและอยากเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง ขั้นแรกต้องสำรวจตลาดให้แน่ใจว่าจะเอาหอยเชอรี่ของเราไปขายที่ไหนได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะขายได้ตามร้านอาหารอีสาน ร้านส้มตำ หรือตามขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด หรือสามารถขายในร้านอาหารบางแห่งได้ ขั้นตอนเบื้องต้นเริ่มจาก

1.เตรียมพื้นที่สำหรับเลี้ยงหอยเชอรี่ เช่น กระชังในบ่อดินธรรมชาติ หรือ บ่อซีเมนต์ ก็ได้ ซึ่งหอยเซอรี่นั้นถือว่าเป็นหอยที่เลี้ยงง่ายและโตไว แถมยังกินเก่ง โดยในขึ้นตอนการเตรียมบ่อนั้นให้เราใส่พืชน้ำ เช่น แหน ผักตบ ผักบุ้ง ทางมะพร้าว เศษไม้ สำหรับไว้ให้หอยเชอรี่เกาะ หรือ ผักพื้นถิ่นที่หาได้ตามธรรมชาติ เพื่อปรัหยัดค่าใช้จ่าย

2.การเตรียมสายพันธุ์ โดยเราสามารถที่จะเลี้ยงจาก พ่อแม่พันธุ์หอยเซอรี่สีทอง หรือ จะเลี้ยงจากไข่ก็ได้ โดยให้สังเกตไข่ของหอยเชอรี่ที่พร้อมเลี้ยงต้องมีสีชมพูแก่ค่อนไปสีเทา และเมื่อนำมาปล่อยในพื้นที่เลี้ยงที่เตรียมไว้ ใช้เวลาในการเลี้ยง ประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจับขาย ขนาดประมาณ 50 – 60 ตัว/กิโลกรัมราคากิโลกรัมละ 50 – 80 บาท ขายตามร้านส้มตำ และร้านอาหารอีสานทั่วไป

3.ช่วงแรกของการเลี้ยง หลังจากเอาไข่หอยมาลง ใช้เวลาประมาณ 7 – 15 วัน จะเริ่มฟักเป็นตัว พอฟักเป็นตัวหมดแล้วให้เอามาอนุบาลลงในน้ำ อนุบาลไว้ประมาณ 2 เดือน หรือจะปล่อยไว้ในบ่อประมาณ 3 เดือนก็เอามากินได้เช่นกัน ภาษาชาวบ้านจะบอกว่า หอยหนุ่มสาวเนื้อจะไม่เหนียว แต่ถ้าอายุ 4 เดือน จะเริ่มเป็นพ่อแม่พันธุ์ หอยจะเริ่มขึ้นวางไข่ได้แล้ว เราก็จะคัดออกมาไว้อีกบ่อ เพื่อง่ายต่อการดูแล ส่วนอาหารของหอยหลัก ๆ คือแหนแดงซึ่งต้องเตรียมไว้ในบ่อ

4.อาหารของหอยเชอรี่สีทอง การเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง หรือ พันธุ์สนิม ถ้าไม่ได้ทำเป็นฟาร์ม เกษตรกรปล่อยให้ผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติ ซึ่งจะผสมพันธุ์และให้ไข่ได้ทั้ง 3 ฤดู ถ้าเลี้ยงทั่วไป ก็จะไม่แยกไข่หรือ ลูกออกไปอนุบาล แต่เราเลี้ยงขาย พ่อ แม่พันธุ์ ก็จะแยกลูกตอนหนึ่งเดือนออกไปอนุบาล เพื่อให้ได้ลูกที่สมบูรณ์มากที่สุด โดยอาหารขออหอยเชอรี่สีทองจะกินพืชน้ำทุกชนิดโดยเฉพาะแหนแดงหรือ ถ้าเลี้ยงเป็นฟาร์ม สามารถให้อาหารปลาดุกแทนได้

เคล็ดไม่ลับในการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง ปัญหาหนึ่งที่เจอในการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองในบ่อซีเมนต์น้ำจะเสียบ่อย เทคนิคที่นำมาใช้คือใช้แหนแดงในการบำบัดน้ำ เพราะจะช่วยเพิ่มไนโตรเจน และออกซิเจนในน้ำ รวมทั้งเป็นอาหารของหอยด้วยหรือภูมิปัญญาของคนในสมัยก่อนจะตัดท่อนอ้อยลงแช่น้ำ เพราะว่าอ้อยมีความหวาน และจุลินทรีย์มันจะกินความหวานเป็นอาหาร ซึ่งจะทำให้น้ำไม่เสีย รายได้จากการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองสูงกว่าเดือนละ 10_000 บาท

ราคาของหอยเชอรี่สีทองในปัจจุบันขายกันที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 400 บาท ระยะเวลาการเลี้ยง จนสามารถขายได้ ประมาณ 4-5 เดือนเป็นอย่างต่ำ ส่วนใครที่ต้องการให้ตัวใหญ่ขึ้นมาอีก ก็เลี้ยงกัน 7-8 เดือน ช่องทางการตลาดสามารถขายได้ทั้งในชุมชนตลาดใกล้บ้าน หรือบางคนใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ โดยขายตั้งแต่ ไข่หอย หอยวัยรุ่น หอยพ่อแม่พันธุ์ ถ้าดูจากคนเลี้ยงที่ประสบความสำเร็จอย่างดี สามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10_000 – 20_000 บาท หรือบางเดือนอาจมีรายได้สูงกว่า 40_000 -50_000 ได้เลยทีเดียว

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการเลี้ยง เทคนิคในการเลี้ยง การตลาดของผู้เลี้ยงเป็นสำคัญด้วย จากการศึกษาพบว่าเนื้อหอยเชอรี่มีโปรตีนสูงถึง 34 – 53 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.66 เปอร์เซ็นต์ ใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่างเช่น ส้มตำ หรือทำน้ำปลาจากเนื้อหอยเชอรี่ ใช้ทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ สุกร เป็นต้น เปลือกก็สามารถปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินได้ ตัวหอยทั้งเปลือกถ้านำไปฝังบริเวณทรงพุ่มไม้ผล เมื่อเน่าเปื่อยก็จะเป็นปุ๋ยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตเร็ว และได้ผลผลิตดี รวมถึงข้อมูลจากสถาบันหัวใจและปอดแห่งชาติของแคนาดา ระบุว่า หอยเชอรี่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารจำนวนมาก

อย่างไรก็ดีการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองแม้จะมีโอกาสและช่องทางที่เปิดกว้างแต่คนที่สนใจควรศึกษาหาความรู้จากคนเลี้ยงที่เขาประสบความสำเร็จ สิ่งที่เราควรรู้คือวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้อง ปัญหาที่ต้องเจอเช่นเรื่องโรคในหอยเชอรี่ หรือการได้พูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์จะทำให้เราเรียนรู้เรื่องช่องทางการตลาดได้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..ลี้ยง-หอยเชอรี่-ในบ่อปูน-สร้างรายได้หลัก-10000-ต่อเดือน/
เกษตรอินทรีย์ วิธีเพาะต้นอ่อนทานตะวัน
เกษตรอินทรีย์ วิธีเพาะต้นอ่อนทานตะวัน
เทรนด์สุขภาพกำลังเป็นที่พูดถึง คนยุคใหม่มองหาสินค้าออร์แกนิคมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจใดก็ตามที่เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ว่านี้ได้มีโอกาสเติบโตในการทำธุรกิจที่ดีเกินคาด หนึ่งในสินค้าออร์แกนิคที่ มองว่าน่าสนใจและเป็นกระแสที่ฮอตฮิตมากคือ การเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ที่เราเชื่อว่ามีอีกหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้นอ่อนทานตะวันคืออะไร เพาะอย่างไร ขายที่ไหน ขายแล้วมีกำไรอย่างไร เราจะพาทุกท่านที่อยากมีเงินใช้ อยากมีรายได้เลี้ยงครอบครัวมารู้จักกับธุรกิจนี้ที่บางคนถึงขนาดลาออกจากงานมาทำกิจการด้านนี้เต็มตัวเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว

รู้จักต้นอ่อนทานตะวันกันก่อน!

ต้นอ่อนทานตะวันก็คือต้นอ่อนของดอกทานตะวันที่มีอายุเพียง 7 – 11 วัน ในต้นอ่อนทานตะวันนี้เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ไฟเบอร์ โปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี และโพแทสเซียม หรือแม้แต่ไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกาย โดยต้นอ่อนทานตะวัน ในปริมาณ 1/4 ถ้วย มีปริมาณไขมันสูงถึง 16 กรัม ไขมันอิ่มตัว 2 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 8 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม ไฟเบอร์ 2 กรัม และโปรตีน 6 กรัม ซึ่งไขมันที่อยู่ในต้นอ่อนทานตะวันนี้ล้วนแต่เป็นไขมันชนิดดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ไม่เพียงเท่านั้น ต้นอ่อนทานตะวันยังมีแคลเซียมและธาตุเหล็กสูงด้วยเช่นกัน

โดยต้นอ่อนทานตะวัน 1/4ถ้วย มีประมาณธาตุเหล็กถึง 8% ของปริมาณธาตุเหล็กที่ควรได้รับต่อวัน และมีแคลเซียมถึง 2% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวันอีกด้วย ถือว่าเป็นพืชคุณค่าทางอาหารสูงมาก

สิ่งที่ต้องเตรียม
ถาดสำหรับปลูก เช่น ถาด หรือตระกร้า ดิน (ดินสำหรับต้นอ่อน หรือดินจากร้านขายต้นไม้ก็ได้ครับ) เมล็ดทานตะวัน

ขั้นตอนการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน

นำเมล็ดแช่น้ำ 4-6 ชม. ระหว่างแช่จะมีฟองอากาศซึ่งเกิดจากน้ำเข้าไปในเมล็ดหลังจากนั้นเทน้ำออก เทคนิคน่าสนใจคือ หลังจากได้เมล็ดมาควรตากแดดจัด 1 วัน ก่อนแช่ เพื่อให้เมล็ดดีดออกใบได้ง่าย

นำเมล็ดบ่มในผ้าขนหนู ประมาณ 18-20 ชม. ทุก ๆ 5 ชม. ให้คนกลับไปกลับมา เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นตุ่ม ๆ แสดงว่าเริ่มเพาะได้แล้ว ให้นำดินใส่ถาดที่เตรียมไว้ โดยรากที่งอกออกมาไม่ควรปล่อยให้ยาวมาก ประมาณ 2-3 มิล ก็ใช้ได้

โรยเมล็ดลงดิน โดยไม่ให้หนา หรือบางจนเกินไป อัตราส่วนโดยเฉลี่ย ถาด 30 x 60 ซม. ต่อเมล็ด 1.5 ขีด โรยดินกลบบาง ๆ และรดน้ำพอชุ่ม โดยดินที่ได้มาควรร่อนเอากากใบไม้ ขุยมะพร้าวออกก่อน การโรยควรใช้ดินละเอียด

นำถาดมาซ้อนกันประมาณ 1 คืน หลังจากนั้นให้นำถาดออกมารดน้ำตามปกติ ซึ่งการซ้อนถาดเป้าหมายเพื่อให้รากลงดินได้เร็วขึ้นและถาดที่ซื้อมาควรเป็นถาดแบบเดียวกัน เพื่อสะดวกต่อการซ้อน แยกถาดออกไว้ในร่ม รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และหลังจากแยกถาด ควรคุมเรื่องแสงนะเพื่อให้ต้นยืดหาแสง จะทำให้ได้ต้นยาว สวยงามขายได้ราคามากขึ้น

เข้าสู่วันที่ 3 รดน้ำต่อวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น พอประมาณ เข้าสู่วันที่ 4 รดน้ำบาง ๆ เพื่อให้ดินหลุดจากใบ สามารถเริ่มเก็บเมล็ดที่ติดใบออกได้ รดน้ำเช้า-เย็นต่อ แต่ถ้าก่อนเพาะเราเคยเอาเมล็ดตากแดดมาก่อนพอถึงขั้นตอนนี้ เมล็ดจะดีดออกจากใบเอง ทำให้ไม่ต้องเก็บเมล็ดมาก

เข้าสู่วันที่ 5 รดน้ำต่อเช้า-เย็น พอประมาณ ช่วงนี้ใกล้วันตัดจำหน่าย1-2 วัน ก่อนตัด พยายามให้ต้นอ่อนโดนแสง ต้นจะยาวและเขียวสวยมากขึ้น

เข้าสู่วันที่ 6-7 รดน้ำเช้า-เย็นปกติ และนำออกมารับแสงในวันที่จะตัด ต้นจะเริ่มเขียว สามารถตัดได้ในวันที่ 6-7 หรืออาจจะนานกว่านั้น แล้วแต่ความยาวของต้น สังเกตว่าถ้าเริ่มเห็นใบจริงแทรกออกมาจากปลายต้นอ่อน ควรจะตัดได้แล้ว

เทคนิคการตัดต้นอ่อนทานตะวัน ใช้มือรวบโคนต้นเป็นกระจุก นำกรรไกร หรือคัตเตอร์คม ๆ ตัดที่โคนต้น สาเหตุที่ต้องใช้คมมาก ๆ เพื่อป้องกันโคนต้นช้ำครับ ล้างในกะละมัง 2 น้ำ เก็บเศษดิน เศษราก และเมล็ดที่ติดมาออก ผึ่งให้แห้ง พร้อมรับประทาน หรือจะแพ็คใส่ถุงเข้าตู้เย็น โดยมัดปากถุงให้แน่น ไม่ต้องเจาะรู แต่ต้องผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนนะครับ สามารถเก็บได้ถึง 5-7 วัน เทคนิคการทำตลาดจำหน่ายต้นอ่อนทานตะวัน สิ่งที่คนกังวลคือไม่รู้ว่าจะเอา ต้นอ่อนทานตะวัน ไปขายที่ไหน อย่างไร ซึ่งในความเป็นจริงต้นอ่อนทานตะวัน เอามาแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เช่นทำเป็นสลัด เป็นส่วนผสมในไข่เจียว หรือจะเอามาผัดน้ำมันหอย เป็นการสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคได้ทานอาหารที่แตกต่างและมีประโยชน์

เทคนิคการทำตลาดเราควรเริ่มจาก

1.แบ่งปันคนใกล้ตัวหรือเพื่อนร่วมงาน เริ่มจากคนใกล้ตัว ญาติ เพื่อนสนิท เพื่อนที่ทำงาน ไม่ต้องคิดเอาไปวางแผงขาย เป้าหมายคือให้คนเหล่านี้ติดใจในรสชาติและความน่าสนใจของต้นอ่อนทานตะวัน และจะเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก ก็จะขยายตลาดต้นอ่อนทานตะวันของเราออกไปได้ด้วย

2.เลือกกลุ่มคนที่จะทดลองต้นอ่อนทานตะวัน สำหรับคนที่เพาะต้นอ่อนทานตะวันได้จำนวนน้อยการจะแจกฟรีให้เพื่อนทีละมากๆ ก็คงไม่ได้ ทางที่ดีและรวดเร็วในการทำตลาดคือเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะสนใจ เช่นกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มแม่บ้าน คนขายข้าวแกงที่ต้องการวัตถุดิบใหม่ๆ กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจเหล่านี้จะช่วยทำให้สินค้าของเราติดตลาดได้ง่ายขึ้น

3.พลังของโซเชี่ยลมีเดีย ยุคนี้ทำตลาดออนไลน์ง่ายที่สุดใช้โซเชี่ยลมีเดียของเราที่มีสร้างเพจ ขึ้นมา ในนั้นก็พยายามหาเพื่อนเข้ามาร่วมกลุ่ม และใส่เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับต้นอ่อนทานตะวัน วิธีการปลูก คุณประโยชน์ วิธีการประกอบอาหาร และอย่าลืมบอกให้ชัดเจนว่าเราคือผู้จำหน่าย สนใจติดต่อได้ และอีกวิธีคือการอัดคลิปในยูทูปในขั้นตอนสำคัญเช่นเก็บเกี่ยว เพาะปลูก หรือลงมือทำอาหาร จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและทำให้มีลูกค้าติดต่อมาจากหลายทิศทางมากขึ้น รายได้จากการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ในส่วนของรายได้ขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ

4 เท่าของต้นทุน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลและความเอาใจใส่ที่จะวัดได้ว่าจะทำให้มีกำไรมากหรือน้อย แต่ส่วนใหญ่มีกำไรแน่ๆ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรายได้เสริมที่ทำเงินได้ดีอย่างมาก โดยเมล็ดทานตะวัน 1 กิโลกรัมสามารถเพาะเป็นต้นอ่อนทานตะวันได้ถึง 2.5-8 กิโลกรัมขึ้นอยู่กับพันธุ์และการเลี้ยงดู ซึ่งเมล็ดทานตะวัน 1 กิโลกรัมจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาท โดยราคาตามท้องตลาดในตอนนี้ ต้นอ่อนทานตะวันที่ 1 ขีด จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 15-30 บาท และเมื่อคิดเป็น 1 กิโลกรัมแล้ว ก็จะสามารถทำเงินให้เราได้ถึง 150-300 บาทเลย หลายคนที่ประสบความสำเร็จจากการต้นอ่อนทานตะวัน มีผลผลิตเฉลี่ยต่อวัน20-30 กิโลกรัม ราคาขายส่งตกที่กิโลกรัมละ 100 บาท และยังสามารถเพาะเลี้ยงพืชอายุสั้นๆ เก็บเกี่ยวไว ชนิดอื่นๆ ได้อีกมากเช่น ข้าวสาลี โต้วเหมี่ยว กระเจี๊ยบ ถั่วงอก ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองมากขึ้น

แม้จะดูว่าเป็นพืชระยะสั้นที่ใช้เวลาไม่นานในการเพาะปลูก แต่ก่อนที่เราคิดจะทำธุรกิจนี้ควรมองหาตลาดรองรับ และเหนือสิ่งอื่นใด ทดลองปลูกให้รู้ปัญหา และแนวทางเบื้องต้น เพื่อประเมินว่าดีพอจะทำเป็นธุรกิจเพิ่มรายได้ให้ตัวเองหรือไม่ แม้บางคนจะทำแล้วประสบความสำเร็จแต่ก็ใช่ว่าเราจะทำเหมือนเขาได้ง่าย หากต้องการสำเร็จเหมือนคนอื่นก็ต้องศึกษา มีข้อมูลในการปฏิบัติงานที่ดีพอ ต้นอ่อนทานตะวันสร้างรายได้ที่ดีให้กับคนที่สนใจแต่ก็ขึ้นอยู่กับการใส่ใจ และจริงจังของผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..พาะต้นอ่อนทานตะวัน-รายได้ครึ่งแสน/
มารู้จักกัญชา กันเถอะ!!!
มารู้จักกัญชา กันเถอะ!!!
กัญชา เป็นพืชที่เราคุ้นชื่อมานานและรู้จักในนามของพืชต้องห้ามเพราะกฎหมายจัดว่าเป็นยาเสพติด ส่วนกัญชง ก่อนหน้านี้เราไม่คุ้นชื่อกันเท่าไหร่ แต่ช่วงหลัง ๆ ก็เริ่มได้ยินบ่อยจนคุ้นหูมากแล้วเหมือนกัน เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันได้ปลดล็อกให้ใช้ประโยชน์มากมายของพืช 2 ชนิดนี้ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจ

คำว่า ปลดล็อก ไม่ได้หมายความว่า พืช 2 ชนิดนี้ถูกถอดออกจากรายชื่อยาเสพติดแล้ว แต่หมายถึงการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ภายใต้กรอบกฎหมาย

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวง เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ให้บางส่วนของต้นกัญชาและกัญชงไม่จัดเป็นยาเสพติด

ส่วนต่าง ๆ ของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกินร้อยละ 0.2% และกากที่เหลือจากการสกัดกัญชา ซึ่งต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

ส่วนต่าง ๆ ของกัญชงที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย สารสกัด CBD ที่มี THC ไม่เกิน 0.2% เมล็ด น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ด และกากที่เหลือจากการสกัดกัญชง ซึ่งต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

ประชาชน เอกชน สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนเหล่านี้ของกัญชาและกัญชงได้ แต่มีข้อกำหนดว่าต้องได้มาจากสถานที่ปลูกหรือผลิตในประเทศ ซึ่งได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น กรณีการนำเข้าสามารถนำเข้าได้ โดยขออนุญาตเป็นยาเสพติด ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง และเส้นใยแห้ง ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดตามประกาศนี้

กรณีกัญชงนั้นก้าวหน้าไปก่อนกัญชาแล้ว เพราะกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563 ให้ขออนุญาตปลูก ผลิต ส่งออก จำหน่าย ครอบครองได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 ส่วนการนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชงเข้ามาปลูกจะสามารถทำได้ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่กฎกระทรวงฉบับนี้บังคับใช้

ทราบเรื่องทางกฎหมาย-การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์กันแล้ว เรามาทำความรู้จักกัญชากับกัญชงกันต่อซิว่า มีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร

อย่างที่เราเห็นกันว่า กัญชา กัญชง มีความคล้ายความเหมือนทั้งชื่อและรูปร่างหน้าตา จริง ๆ แล้ว กัญชาและกัญชงเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากพืชชนิดเดียวกัน คือ Cannabis sativa L. ในวงศ์ Cannabidaceae จึงทำให้ลักษณะภายนอกแตกต่างกันน้อยมาก แต่หลังจากที่มีการนำพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยในอดีตกัญชาถูกใช้เป็นยารักษาโรคและเพื่อการสันทนาการ ขณะที่กัญชงเป็นพืชที่นำเส้นใยมาใช้สำหรับการถักทอ จึงมีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีสุด ทำให้กัญชงและกัญชามีความแตกต่างกันเกิดขึ้น

กัญชา (Marijuana) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. indica ต้นสูงไม่มากหากเทียบกับกัญชง โดยมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร มีลักษณะเป็นต้นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขาค่อนข้างมาก ลำต้นเป็นปล้องหรือข้อสั้น ใบสีเขียวจัด มี 5-7 แฉก โดยจะเรียงชิดกัน จะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน และช่อดอกมียางมาก

กัญชง (Hemp) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa โดยทั่วไปจะมีลำต้นสูงกว่ากัญชา หรือสูงมากกว่า 2 เมตร มีลักษณะลำต้นสูงเรียว แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ปล้องหรือข้อยาว ใบสีเขียวอ่อน มีประมาณ 7-11 แฉก โดยใบมีการเรียงสลับค่อนข้างห่างอย่างชัดเจน กัญชงจะออกดอกเมื่ออายุมากกว่า 4 เดือน และช่อดอกมียางไม่มาก

การจะแยกแยะพืชสองพี่น้องนี้ด้วยตาเปล่า เราต้องจำลักษณะสำคัญของมันว่า กัญชาต้นเตี้ยและใบอ้วน ส่วนกัญชงต้นสูงและใบเรียว

นอกจากลักษณะทางกายภาพที่ค่อนข้างต่างกันแล้ว สารสกัดที่ได้จากพืชทั้ง 2 ชนิดก็มีปริมาณที่ต่างกันด้วย กัญชงและกัญชามีสารที่เรียกว่า THC (Tetrahydrocannabinol) และ CBD (Cannabidiol) ซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวแบ่งแยกพืชทั้ง 2 ชนิดนี้ออกจากกัน

THC เป็นสารที่ทำให้เมาหรือเคลิบเคลิ้ม พบได้มากในกัญชา โดยมีประมาณ 1-20% ส่วนกัญชงมีสารชนิดนี้น้อยกว่า 1% ในทางการแพทย์สาร THC มีประโยชน์ช่วยลดอาการปวด ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร รักษาผลข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัด แต่การใช้สารชนิดนี้ในการรักษาก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยปากแห้ง ตาแห้ง หรือการตอบสนองช้าลงได้

ส่วนสาร CBD ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในกัญชงมากกว่ากัญชา คือพบประมาณ 2% แต่ในกัญชามีสารชนิดนี้อยู่น้อยมาก เมื่อเสพสารชนิดนี้เข้าไปจะไม่มีอาการเมาหรือเคลิบเคลิ้มเหมือนกัญชา คุณสมบัติทางการแพทย์ของ CBD มีหลากหลาย ช่วยลดอาการปวด แก้อาการนอนไม่หลับ แก้อาการโรคลมชัก แม้จะใช้ในปริมาณมากก็ไม่มีผลข้างเคียง และสารนี้ยังนิยมนำมาใช้ในเครื่องสำอางและสกินแคร์ต่าง ๆ ด้วย

อีกประโยชน์หนึ่งของกัญชง คือ เป็นพืชที่ให้เส้นใยยาว เส้นใยมีความละเอียดใกล้เคียงกับลินิน มีความเหนียวทนทาน และมีความเงางาม ครบถ้วนคุณสมบัติเส้นใยชั้นดี จึงเป็นเส้นใยชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกันมาเป็นเวลายาวนานแล้ว ในปัจจุบันผ้าที่ทอจากเส้นใยกัญชงมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการมาก

ประโยชน์ของกัญชา

1.1การใช้กัญชาเพื่อบรรเทาหอบหืด ยาแก้หอบหืดทุกตัวมีข้อเสียคือมีข้อจำกัด ทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง เนื่องจากกัญชาขยายหลอดลมและลดการหดตัวของหลอดลม

1.2การใช้กัญชาในการรักษาต้อหิน คือ การรักษาตาต้อหิน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ คนตาบอดในสหรัฐ คนอเมริกาเกือบล้านที่ป่วยด้วยต้อหินที่รักษาได้ด้วยกัญชา กัญชาทำให้ความดัน ภายในลูกนัยน์ตาลดลงได้ดีหลายชั่วโมงในคนปกติและในคนที่ความดันลูกนัยน์ตาสูงจากต้อหิน การให้กัญชาทางปากหรือทางหลอดเลือดดำให้ผลเหมือนกัน ซึ่งขึ้นกับชนิดอนุพันธ์กัญชามากกว่า จะเกิดจากฤทธิ์กล่อมประสาทของกัญชา กัญชาไม่ได้รักษาโรคขาด แต่ช่วยยับยั้งการบอดไม่ให้เป็นมากขึ้น เมื่อยาทั่วไปไม่อาจช่วยได้ และการผ่าตัดเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป

1.3อนุพันธ์กัญชามีประโยชน์หลายอย่างในการบำบัดมะเร็ง อาจใช้เป็นสารกระตุ้นความ อยากอาหาร กัญชาจะช่วยชะลอน้ำหนักลดในผู้ป่วยมะเร็ง กัญชายับยั้งการเติบโตของเซลมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ผลยังไม่เป็นที่สรุป และอนุพันธ์กัญชาอีกชนิดคือ cannabidiol ดูจะทำให้มะเร็งโตเร็วขึ้น บางทีกัญชาเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันการโตของมะเร็ง แต่สิ่งที่กัญชาช่วยได้แน่ในการบำบัดมะเร็งคือการป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด เกือบครึ่งของผู้ป่วยที่รับยาต้านมะเร็งต้องทุกข์จากการคลื่นไส้อาเจียนอย่างแรง ประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 ของผู้ป่วยเหล่านี้ ยาแก้อาเจียนทั่วไปใช้ไม่ได้ผล อาการคลื่นไส้อาเจียนไม่เพียงแต่ ไม่น่าพอใจแต่ยังรบกวนประสิทธิภาพการบำบัดรักษาด้วย การอาเจียนอาจทำให้เกิดการฉีกขาด ของหลอดอาหารและซี่โครงหัก ทำให้ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และสูญเสียน้ำ

ด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย ใช้งานได้เกือบทุกส่วน จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งกัญชาและกัญชงกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ในระดับรายย่อยเท่านั้น ได้ข่าวว่าบริษัทใหญ่ ๆ ก็กำลังสนใจโอกาสใหม่นี้เช่นกัน


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
แล็บประชารัฐ จับมือ 2 เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางออนไลน์ หวังยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์
แล็บประชารัฐ จับมือ 2 เว็บไซต์ขายเครื่องสำอางออนไลน์ หวังยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์
แล็บประชารัฐ จับมือ 2 เว็บไซต์จำหน่ายเครื่องสำอางออนไลน์ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ท่ามกลาง ภาวะฟองสบู่ในธุรกิจเครื่องสำอาง

บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) หรือ แล็บประชารัฐ เดินหน้าตรวจวิเคราะห์มาตรฐานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 2.8 แสนล้านบาท โดยในวันนี้ (8 ส.ค. 60) ได้นำร่องลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท บิวตี้ นิสต้า และบริษัท เอวีนัส เวิลด์ ของ อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ นักแสดงชื่อดัง เพื่อดำเนินการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของทั้ง 2 บริษัท ที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ แล็บประชารัฐ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผ่านการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์และสารโลหะหนักปนเปื้อนจากแล็บประชารัฐ จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค และเป็นจุดเริ่มต้นสู่การผลิตเวชสำอางสมุนไพรประเภทอื่นๆ โดยขณะนี้เป็นโอกาสดีที่กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางจะยกระดับมาตรฐานสินค้า เพราะแล็บประชารัฐกำลังร่วมกับ สสว. แจกคูปองมูลค่า 5_000 บาท ให้ผู้ประกอบการมารับบริการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์

ด้าน นายวรวุฒิ สายบัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ นิสต้า กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางอยู่ในภาวะฟองสบู่ เพราะมีผู้ประกอบการตบเท้าเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ ด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคควบคู่ไปกับการทำตลาด การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี ล่าสุดจึงร่วมมือกับแล็บประชารัฐ นำเครื่องสำอางที่จำหน่ายบนเว็บไซต์ http://ไปที่..link.. มารับการตรวจวิเคราะห์มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นการติดอาวุธทางการตลาดให้แก่เอสเอ็มอีไทย


ข้อมูลจาก http://ไปที่..link..
3516 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 351 หน้า, หน้าที่ 352 มี 6 รายการ
|-Page 216 of 352-|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 | 303 | 304 | 305 | 306 | 307 | 308 | 309 | 310 | 311 | 312 | 313 | 314 | 315 | 316 | 317 | 318 | 319 | 320 | 321 | 322 | 323 | 324 | 325 | 326 | 327 | 328 | 329 | 330 | 331 | 332 | 333 | 334 | 335 | 336 | 337 | 338 | 339 | 340 | 341 | 342 | 343 | 344 | 345 | 346 | 347 | 348 | 349 | 350 | 351 | 352 |


กลุ่มทางใบปุ๋ยประสิทธิภาพสูง
*โปรดอ่าน ใช้ FK-1 ในช่วงแรก เพื่อเร่งโต เร่งราก เร่งดอก จับคู่กับ FK-3 ในช่วงเร่งผลผลิต พืชออกผลทุกชนิด ใช้ FK-1 กับ FK-3, นาข้าว ใช้ FK-1 กับ FK-3R (Rice), ไร่อ้อย ใช้ FK-1 กับ FK-3S (Sugarcane), มันสำปะหลัง ใช้ FK-1 กับ FK-3C (Cassava)

FK-1
สั่ง FK-1 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3
สั่ง FK-3 กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3S
สั่ง FK-3S กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3R
สั่ง FK-3R กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK-3C
สั่ง FK-3C กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มอินทรีย์ ปุ๋ย ยาปราบฯ
ที่ขายดีที่สุดบน ลาซาด้า

FKT250-IS250-499B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 1ลิตร
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 3ลิตร
สั่งไอเอส3ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
มาคา
สั่งมาคากับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอกี้-บีที
สั่งไอกี้-บีทีกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L
สั่ง FK-T 1ลิตร กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FK ธรรมชาตินิยม
สั่งFK-T 250ซีซี กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
ไอเอส ขนาด 250ซีซี
สั่งไอเอสกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-IS1L-970B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-MAKA-980B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
FKT1L-AiKi-990B
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มเคมียาปราบฯประสิทธิภาพสูง

invet
สั่ง อินเวท กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
metalaxyl
สั่ง เมทาแลคซิล กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
carron
สั่ง คาร์รอน กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้


กลุ่มปุ๋ยทางใบผสมสูตรเองได้
เว็บระบบคำนวณการผสมปุ๋ย


starfer 30-20-5
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 10-40-10
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
starfer 15-5-30
สั่งกับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้
maxza
สั่ง แม็กซ่า กับ | ลาซาด้า | ช้อปปี้



บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด
Central Laboratory (Thailand) Co.,Ltd.

ให้บริการตรวจวิเคราะห์
ตรวจฉลากโภชนาการ
ตรวจสารสำคัญกัญชา/กัญชง
ตรวจน้ำใช้ในกระบวนการผลิต
ฟอร์มขอใบเสนอราคา
สำหรับตรวจวิเคราะห์อื่นๆ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (ตรวจวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง) โปรดกรอก ฟอร์มขอใบเสนอราคา
ตรวจขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี
ตรวจสารพิษตกค้างเพื่อการส่งออก
ตรวจผักสดปลอดเชื้อจุลินทรีย์ E. coli, Salmonella spp.
ส่งตัวอย่างมะละกอ เพื่อการทดสอบการดัดแปลงพันธุกรรม
ส่งตัวอย่างเพื่อทดสอบ ปริมาณอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลัก ลูกเดือย และพริกแห้ง เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร
Hardline Test Application
ปุ๋ยคุณภาพสูง
พืชทุกชนิด | ปุ๋ยทุเรียน | ปุ๋ยมันสำปะหลัง | ปุ๋ยสำหรับไร่อ้อย | ปุ๋ยนาข้าว | ปุ๋ยยางพารา | ปุ๋ยมะพร้าว | ปุ๋ยข้าวโพด | ปุ๋ยปาล์ม | ปุ๋ยสับปะรด | ปุ๋ยถั่วเหลือง | ปุ๋ยพริกไทย | ปุ๋ยกาแฟ | ปุ๋ยมะนาว | ปุ๋ยส้ม | ปุ๋ยลำไย | ปุ๋ยลิ้นจี่ | ปุ๋ยหน่อไม้ฝรั่ง | ปุ๋ยกระเจี๊ยบเขียว | ปุ๋ยมังคุด | ปุ๋ยมันฝรั่ง | ปุ๋ยหอมหัวใหญ่ | ปุ๋ยกระเทียม | ปุ๋ยหอมแดง | ปุ๋ยมะเขือเทศ | ปุ๋ยกล้วยไม้ | ปุ๋ยอินทผลัม | ปุ๋ยน้อยหน่า | ปุ๋ยชมพู่ | ปุ๋ยเงาะ | ปุ๋ยมะม่วง | ปุ๋ยมะขาม | ปุ๋ยพริก
ยาอินทรีย์แก้โรคพืช
โรคใบไหม้ | ทุเรียนใบติด | มันสำปะหลังใบไหม้ | โรคอ้อยใบไหม้ | ข้าวใบไหม้ | ยางพาราใบไหม้ | โรคมะพร้าวใบไหม้ | โรคราน้ำค้างข้าวโพด | ปาล์มใบไหม้ | โรคสับปะรด | โรคราน้ำค้างถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟใบไหม้ | ราสนิมมะนาว | ส้มใบไหม้ | ลำไยใบไหม้ | ลิ้นจี่ใบไหม้ | หน่อไม้ฝรั่งลำต้นไหม้ | กระเจี๊ยบเขียวฝักลาย | โรคใบจุดมังคุด | มันฝรั่งใบใหม้ | โรคหอมเลื้อย | โรคใบจุดกระเทียม | โรคหอมแดง | ราแป้งมะเขือเทศ | โรคจุดสนิมกล้วยไม้ | อินทผลัมใบไหม้ | น้อยหน่าดอกร่วง | ชมพู่ใบไหม้ | เงาะใบไหม้ | มะม่วงใบไหม้ | ราแป้งมะขาม | โรคพริก
ยาเคมี กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยทุเรียน | เพลี้ยมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยข้าว | เพลี้ยยางพารา | เพลี้ยมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยสับปะรด | เพลี้ยถั่วเหลือง | เพลี้ยพริกไทย | เพลี้ยกาแฟ | เพลี้ยมะนาว | เพลี้ยส้ม | เพลี้ยลำไย | เพลี้ยลิ้นจี่ | เพลี้ยหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยมังคุด | เพลี้ยมันฝรั่ง | เพลี้ยหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยกระเทียม | เพลี้ยหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยกล้วยไม้ | เพลี้ยอินทผาลัม | เพลี้ยน้อยหน่า | เพลี้ยชมพู่ | เพลี้ยเงาะ | เพลี้ยมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยพริก
ยาเคมี กำจัดโรคพืช
โรคใบไหม้ | โรคทุเรียน | โรคมันสำปะหลัง | โรคอ้อย | โรคข้าว | โรคยางพารา | โรคมะพร้าว | โรคข้าวโพด | โรคปาล์ม | โรคสับปะรด | โรคถั่วเหลือง | พริกไทยใบไหม้ | โรคกาแฟ | โรคมะนาว | โรคส้ม | โรคลำไย | โรคลิ้นจี่ | โรคหน่อไม้ฝรั่ง | โรคกระเจี๊ยบเขียว | โรคมังคุด | โรคมันฝรั่ง | โรคหอม | โรคกระเทียม | โรคหอมแดง | โรคมะเขือเทศ | โรคกล้วยไม้ | โรคอินทผาลัม | โรคน้อยหน่า | โรคชมพู่ | โรคเงาะ | โรคมะม่วง | โรคมะขาม | โรคพริก
ยาอินทรีย์ กำจัดเพลี้ยต่างๆ
กำจัดเพลี้ยต่างๆทุกชนิด | เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน | เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง | เพลี้ยอ้อย | เพลี้ยศัตรูข้าว | เพลี้ยแป้งยางพารา | เพลี้ยศัตรูมะพร้าว | เพลี้ยข้าวโพด | เพลี้ยอ่อนปาล์มน้ำมัน | เพลี้ยแป้งสับปะรด | เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง | เพลี้ยแป้งพริกไทย | เพลี้ยแป้งกาแฟ | เพลี้ยไฟมะนาว | เพลี้ยไฟส้ม | เพลี้ยแป้งลำไย | เพลี้ยแป้งลิ้นจี่ | เพลี้ยไฟหน่อไม้ฝรั่ง | เพลี้ยจักจั่นฝ้ายกระเจี๊ยบเขียว | เพลี้ยไฟมังคุด | เพลี้ยจักจั่นมันฝรั่ง | เพลี้ยไฟหอมหัวใหญ่ | เพลี้ยไฟกระเทียม | เพลี้ยไฟหอมแดง | เพลี้ยมะเขือเทศ | เพลี้ยไฟกล้วยไม้ | เพลี้ยแป้งอินทผาลัม | เพลี้ยแป้งน้อยหน่า | เพลี้ยไฟชมพู่ | เพลี้ยแป้งเงาะ | เพลี้ยจักจั่นมะม่วง | เพลี้ยมะขาม | เพลี้ยไฟพริก
สารชีวินทรีย์ กำจัดหนอนต่างๆ
กำจัดหนอนศัตรูพืช | กำจัดหนอนทุเรียน | กำจัดหนอนมันสำปะหลัง | กำจัดหนอนกออ้อย | กำจัดหนอนในนาข้าว | กำจัดหนอนในสวนยางพารา | กำจัดหนอนมะพร้าว | กำจัดหนอนข้าวโพด | กำจัดหนอนปาล์มน้ำมัน | กำจัดหนอนสับปะรด | กำจัดหนอนถั่วเหลือง | กำจัดหนอนพริกไทย | กำจัดหนอนกาแฟ | กำจัดหนอนมะนาว | กำจัดหนอนส้ม | กำจัดหนอนลำไย | กำจัดหนอนลิ้นจี่ | กำจัดหนอนหน่อไม้ฝรั่ง | กำจัดหนอนกระเจี๊ยบเขียว | กำจัดหนอนมังคุด | กำจัดหนอนมันฝรั่ง | กำจัดหนอนหอมหัวใหญ่ | กำจัดหนอนกระเทียม | กำจัดหนอนหอมแดง | กำจัดหนอนมะเขือเทศ | กำจัดหนอนกล้วยไม้ | กำจัดหนอนอินทผาลัม | กำจัดหนอนน้อยหน่า | กำจัดหนอนชมพู่ | กำจัดหนอนเงาะ | กำจัดหนอนมะม่วง | กำจัดหนอนมะขาม | กำจัดหนอนพริก
โรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ย OEM/ODM เป็นแบรนด์สินค้าของคุณ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเม็ด ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม จุลินทรีย์ย่อยสลาย ยาปราบฯ สารปรับสภาพดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยเคมี ทำได้ทุกชนิด
เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท
ปุ๋ยยาฯ จุลินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยน้ำต่างๆ ปุ๋ยน้ำอะมิโน ไตรโคฯ ประเภทน้ำ ประเภทผง บรรจุขวด บรรจุซอง ทุกชนิด ฯลฯ
เริ่มต้นเพียง 45,000 บาท
ปุ๋ยเม็ดทุกชนิด บรรจุกระสอบ 50 กิโลกรัม บิ๊กแบ็ค 1 ตันเพื่อส่งออก กระสอบ 25 กิโลกรัม ทำได้ทุกชนิด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สารปรับสภาพดิน อะมิโนเม็ดสกัด ฮิวมิค ฯลฯ
โทร 090-592-8614
iLab.work ผู้ใช้บริการตรวจวิเคราะห์ค่าธาตุอาหารใน ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช กากอุตสาหกรรม มาตฐาน ISO/IEC 17025


ตรวจง่ายนับ 1 2 3 มาตฐาน ISO/IEC 17025
1.เลือกและคำนวณค่าตรวจที่หน้าเว็บ คลิก
2.ส่งดินเข้าห้อง LAB (ไปรษณีย์,เคอรี่,แฟรช)
3.อ่านผลออนไลน์ (เราจัดส่งต้นฉบับผลวิเคราะห์ ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้เช่นกัน)
→เริ่มกันเลย เลือกค่าที่ต้องการวิเคราะห์
[มีชุดโปรฯแนะนำลดพิเศษ หรือเลือกเองได้]
แมลงศัตรูพืช ในมันสำปะหลัง เราป้องกันและกำจัดได้อย่างไรบ้าง?
Update: 2563/06/14 16:43:43 - Views: 3288
โรคไหม้ ระบาดนาข้าว กรมการข้าว เร่งช่วยชาวนา แนะใช้ข้าวพันธุ์ต้านทานโรค ข้าวใบไหม้
Update: 2564/08/09 10:22:28 - Views: 3306
ทุเรียนใบไหม้ มีสาเหตุมาจากโรคเชื้อรา แก้ด้วย ไอเอส ราฝ่อ หยุดลุกลาม
Update: 2563/10/28 14:21:37 - Views: 3305
การป้องกันและกำจัดโรคเชื้อราในพืชพริกไทย
Update: 2566/05/06 11:18:43 - Views: 3291
แก้ทุเรียนเล็กใบไหม้ ใบแห้ง ยอดไหม้ ใบเหลือง เพราะโรคจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส
Update: 2564/05/07 12:21:17 - Views: 3328
ป้องกันกำจัด เชื้อราไฟทอปธอร่า ในต้นยางพาราด้วยสารประกอบอินทรีย์
Update: 2566/01/10 12:47:18 - Views: 3301
กำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ใน เมล่อน เร่งฟื้นฟูจากการเข้าทำลายของเชื้อรา ไตรโครเร็กซ์ ปุ๋ยน้ำอะมิโน โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/04/24 13:54:22 - Views: 3285
แก้ พืชใบไหม้ ราน้ำค้าง ใบเหลือง ใบจุด โรคราเขม่า เชื้อราเขม่าผง รากเน่า โรคราสนิม ใบแห้ง ใช้ ไอเอส
Update: 2564/09/07 08:56:20 - Views: 3287
โรคเปลือกแตก ยางไหล กิ่งแห้ง ที่เกิดกับไม้ยืนต้นต่างๆ แก้ได้ด้วย ไอเอส
Update: 2564/05/05 03:12:57 - Views: 3319
การป้องกันและกำจัดโรคเชื้อราในผลสละอย่างมีประสิทธิผล
Update: 2566/05/13 09:46:19 - Views: 3292
แตงกวา โตไว ใบเขียว ผลใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตดี อะมิโนโปรตีนจำเป็นสำหรับพืช 18 ชนิด อะมิโนแรปเตอร์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/04/03 14:02:04 - Views: 3296
ยาฆ่าเพลี้ยไฟ แมลงจำพวกปากดูด ใน ส้มโอ เป็นสารชีวภาพปลอดภัย ปลอดสารพิษ มาคาและ FK-T(ใช้ได้ทุกพืช)โดย FK
Update: 2566/03/04 10:14:06 - Views: 3291
อยากทำน้ำพริกขายเริ่มต้นอย่างไรดี
Update: 2565/09/09 14:38:02 - Views: 3290
คู่มืองป้องกันและกำจัดโรคในลำไย โรคราต่างๆ ใบไหม้ ราแป้ง ราสนิม กิ่งแห้ง และราอื่นๆ
Update: 2566/04/30 08:55:27 - Views: 3461
หนอนชอนใบส้ม หนอนเจาะผลส้ม หนอนผีเสื้อ หนอนต่างๆในพืชตระกูลส้ม ป้องกันดีที่สุด พบระบาดให้เร่งกำจัด
Update: 2566/11/06 08:56:06 - Views: 3404
โรคอ้อย โรคราน้ำค้างในอ้อย ความงอกลดลง พบแผลทางยาวสีเหลืองบนใบ ใบฉีกขาดเป็นฝอย
Update: 2564/02/23 03:49:40 - Views: 3292
กำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าหนอนเจาะสมอฝ้าย ใน ส้ม และ พืชทุกชนิด บาซีเร็กซ์ โดย ไดโนเร็กซ์
Update: 2566/03/11 13:04:00 - Views: 3292
โรคราน้ำค้างข้าวโพด ข้าวโพดใบลาย โรคข้าวโพดจากเชื้อรา ใช้ ไอเอส 
Update: 2562/09/03 11:53:43 - Views: 3294
ฮิวมิค แอซิด ฟาร์มิค - เทคโนโลยีที่เสริมสร้างการเจริญเติบโตของต้นอะโวคาโด้
Update: 2567/02/13 09:27:45 - Views: 3293
ท้าวเวสสุวรรณ สลักบนแผ่นเหล็กน้ำพี้ จัดอยู่ในตระกูลเหล็กไหล ค้าขายดี มีโชค วาสนา ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ
Update: 2567/02/17 14:56:12 - Views: 3291
GA4 © FarmKaset.ORG | สถาบันอนุญาโตตุลาการ : 2022