พลวัตการเคลื่อนย้ายซูโครสในอ้อย:...
👤
โดย: Admin
📅
2026-02-09 08:44:24
🌐
101.51.33.92
พลวัตการเคลื่อนย้ายซูโครสในอ้อย: บทบาทของโพแทสเซียมต่อแรงดันฟลอยเอ็มและค่า CCS
บทคัดย่อ
อ้อยอายุ 4–6 เดือนเป็นช่วงเร่งลำ (grand growth phase) ซึ่งกำหนดทั้งน้ำหนักลำและศักยภาพการสะสมซูโครสในระยะต่อไป กลไกการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบ (source) สู่ลำต้น (sink) พึ่งพาระบบฟลอยเอ็มที่อาศัยแรงดันออสโมติกเป็นตัวขับเคลื่อน โพแทสเซียม (K) มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างแรงดันดังกล่าวผ่านกระบวนการ phloem loading ขณะที่แมกนีเซียม (Mg) สนับสนุนประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง และสังกะสี (Zn) เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ในเมแทบอลิซึมคาร์โบไฮเดรต บทความนี้วิเคราะห์กลไกเชิงระบบเพื่ออธิบายความเชื่อมโยงระหว่างโภชนาการพืชกับค่า CCS (Commercial Cane Sugar) ภายใต้สภาพแวดล้อมเขตร้อนของประเทศไทย
บทนำ
ค่า CCS เป็นตัวชี้วัดปริมาณน้ำตาลเชิงพาณิชย์ที่โรงงานใช้ประเมินคุณภาพอ้อย แม้พันธุกรรมมีผลต่อศักยภาพความหวาน แต่การจัดการธาตุอาหาร โดยเฉพาะ K ในช่วงเร่งลำ มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายและสะสมซูโครส หากระบบใบและฟลอยเอ็มทำงานได้เต็มที่ตั้งแต่ระยะ 4–6 เดือน จะสร้างฐานที่แข็งแรงต่อการเพิ่ม CCS ในระยะสุกแก่
วิเคราะห์เชิงสรีรวิทยา
1) โพแทสเซียมกับกลไก Phloem Loading และแรงดันฟลอยเอ็ม
การเคลื่อนย้ายซูโครสในอ้อยอาศัยหลัก Pressure Flow Hypothesis ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของแรงดันออสโมติกระหว่างแหล่งผลิตและแหล่งสะสม K เป็นไอออนหลักที่ช่วย
รักษาสมดุลประจุในเซลล์ฟลอยเอ็ม
เพิ่มศักย์ออสโมติกเพื่อดึงน้ำเข้าสู่ท่อฟลอยเอ็ม
สนับสนุนการทำงานของโปรตีนลำเลียงซูโครส
เมื่อ K เพียงพอ การไหลของซูโครสจะมีประสิทธิภาพ ลำต้นได้รับน้ำตาลต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักลำและวัตถุแห้งสะสม ซึ่งเป็นพื้นฐานของค่า CCS ในระยะเก็บเกี่ยว
2) แมกนีเซียมกับการคงประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง
Mg เป็นองค์ประกอบศูนย์กลางของคลอโรฟิลล์ และมีบทบาทในการกระตุ้นเอนไซม์ RuBisCO การขาด Mg ทำให้ใบล่างซีดและเสื่อมเร็ว ในช่วงเร่งลำ ใบล่างยังคงมีส่วนร่วมต่อการผลิตคาร์โบไฮเดรต หากรักษาใบให้เขียวนาน จะเพิ่ม total assimilate supply ต่อทั้งต้น
3) สังกะสีกับเมแทบอลิซึมคาร์โบไฮเดรต
Zn ทำหน้าที่เป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์และเปลี่ยนรูปน้ำตาล เช่น alcohol dehydrogenase และ carbonic anhydrase การมี Zn เพียงพอช่วยรักษาเสถียรภาพเมแทบอลิซึม ลดการสูญเสียพลังงานในสภาวะเครียด
พลวัต Source–Sink ในช่วงเร่งลำ
ในอ้อยอายุ 4–6 เดือน ระบบ source (ใบ) ต้องทำงานสอดประสานกับ sink (ลำต้น) อย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่ม K จะ
เพิ่มอัตราการขนส่งซูโครส
ลดการสะสมคาร์โบไฮเดรตค้างในใบ
ส่งเสริมการยืดตัวของปล้องผ่านแรงดันเต่ง
ผลลัพธ์เชิงระบบคือ ลำยาวขึ้น น้ำหนักเพิ่ม และมีศักยภาพสะสมน้ำตาลสูงในระยะต่อไป
แนวทางการจัดการธาตุอาหารตามระยะ
ระยะสร้างทรงพุ่ม (แรกปลูก–90 วัน)
มุ่งสร้างพื้นที่ใบและโครงสร้างต้น
แนะนำ: ปุ๋ยทางใบ FK-1 (20-20-20 + Mg + Zn)
อัตราใช้: ถุง NPK 25–50 กรัม + ถุง Mg+Zn 25–50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ
ข้อมูลสั่งซื้อ FK-1
1 กล่อง (2 กก.) ราคา 890 บาท
โปรฯ 3 กล่อง 2,599 บาท
โปรฯ 5 กล่อง 3,999 บาท
ส่งฟรี เก็บเงินปลายทาง
สั่งซื้อทักแชท หรือ โทร 090-592-8614
ระยะเร่งลำ (90 วันขึ้นไป / อายุ 4–6 เดือน)
เปลี่ยนสู่สูตรโพแทสเซียมสูงเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายซูโครส
แนะนำ: ปุ๋ยทางใบ FK-3S (5-10-40 + Mg + Zn)
สูตรโพแทสเซียมสูง 40%
อัตราใช้: ถุง NPK 25–50 กรัม + ถุง Mg+Zn 25–50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ
ข้อมูลสั่งซื้อ FK-3S
1 กล่อง (2 กก.) ราคา 950 บาท
โปรฯ 3 กล่อง 2,799 บาท
โปรฯ 5 กล่อง 4,299 บาท
ส่งฟรี เก็บเงินปลายทาง
สั่งซื้อทักแชท หรือ โทร 090-592-8614
สรุป
การเพิ่มค่า CCS ไม่ได้ขึ้นกับระยะสุกแก่เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มวางรากฐานตั้งแต่ช่วงเร่งลำ ผ่านกลไกการจัดสรรซูโครสในระบบฟลอยเอ็ม โพแทสเซียมคือหัวใจของแรงดันขับเคลื่อน ขณะที่ Mg และ Zn สนับสนุนการผลิตและเปลี่ยนรูปคาร์โบไฮเดรต การจัดการธาตุอาหารแบบเป็นลำดับขั้นจาก FK-1 สู่ FK-3S จึงสอดคล้องกับสรีรวิทยาอ้อย และช่วยเพิ่มทั้งน้ำหนักลำและศักยภาพความหวานอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง (ตัวอย่าง)
Taiz, L., & Zeiger, E. (2015). Plant Physiology and Development.
Marschner, P. (2012). Mineral Nutrition of Higher Plants.
Cakmak, I. (2005). The role of potassium in alleviating abiotic stress. Journal of Plant Nutrition.
Moore, P.H. (1995). Temporal and spatial regulation of sucrose accumulation in sugarcane. Australian Journal of Plant Physiology.