Humic Substances ต่อการเพิ่ม Cation Exchange Capacity...
👤
โดย: Admin
📅
2026-02-12 07:40:22
🌐
2405:9800:bcb0:42c7:688a:7a94:43a6:7053
Humic Substances ต่อการเพิ่ม Cation Exchange Capacity และประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหารในระบบดินเสื่อมโทรม
บทคัดย่อ
ดินที่มีอินทรียวัตถุต่ำ โดยเฉพาะดินทรายและดินที่ผ่านการใช้ประโยชน์อย่างเข้มข้น มักประสบปัญหาความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก (Cation Exchange Capacity; CEC) ต่ำ ส่งผลให้ธาตุอาหารสูญเสียผ่านการชะล้างและพืชใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ บทความนี้วิเคราะห์บทบาทของ Humic–Fulvic complex ต่อการเพิ่ม CEC การจับยึดธาตุอาหาร การกระตุ้นการพัฒนาระบบรากแขนงและ root hair ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยหลักในระดับระบบ โดยเน้นกลไกเชิงเคมี–ชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับดินเสื่อมโทรมในเขตร้อน
บทนำ
การลดลงของอินทรียวัตถุในดินเป็นปัญหาโครงสร้างเชิงระบบของการเกษตรเขตร้อน ดินที่มีค่า Organic Matter ต่ำกว่า 2% มักมี CEC ต่ำ โครงสร้างดินไม่เสถียร และการอุ้มน้ำจำกัด
ผลที่ตามมาคือ
ธาตุอาหารหลัก (N, K, Ca, Mg) ถูกชะล้างง่าย
ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย (Nutrient Use Efficiency; NUE) ต่ำ
ระบบรากพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ
การฟื้นฟูระบบดินจึงต้องมองลึกกว่าการเติมธาตุอาหาร แต่ต้องเสริม “โครงสร้างการแลกเปลี่ยนประจุ” ของดินด้วย
วิเคราะห์กลไกเชิงเคมี–ชีวภาพ
1) Humic–Fulvic Complex กับการเพิ่ม CEC
Humic substances ประกอบด้วยหมู่ฟังก์ชันคาร์บอกซิล (-COOH) และฟีนอลิก (-OH) ซึ่งมีประจุลบเมื่ออยู่ในสภาพ pH ดินทั่วไป
กลไกสำคัญ ได้แก่:
การจับประจุบวก (Ca²⁺, Mg²⁺, K⁺, NH₄⁺)
การสร้าง chelate กับธาตุรอง–จุลธาตุ
การลดการสูญเสียผ่านการชะล้าง
เมื่อปริมาณ humic เพิ่มขึ้น จะทำให้ CEC ของดินสูงขึ้น ส่งผลให้ธาตุอาหารอยู่ในรูปที่พืชเข้าถึงได้ยาวนานขึ้น
2) การกระตุ้นรากแขนงและ Root Hair Development
Humic substances มีคุณสมบัติคล้ายสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (auxin-like effect) ในระดับต่ำ
ผลที่สังเกตได้คือ:
เพิ่มจำนวนรากแขนง
เพิ่มความยาว root hair
เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสดิน (root surface area)
เมื่อพื้นที่ดูดซึมเพิ่มขึ้น ความสามารถในการดูดน้ำและธาตุอาหารก็เพิ่มขึ้นตามหลักการ diffusion–mass flow
3) การเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยหลัก (Nutrient Use Efficiency)
ในดินทรายหรือดินเสื่อม ธาตุอาหารมักสูญเสียก่อนพืชจะดูดใช้ได้เต็มที่
Humic–Fulvic complex ช่วย:
ลดการตรึงฟอสฟอรัสในรูปที่ไม่ละลายน้ำ
ลดการชะล้างไนโตรเจน
รักษาสมดุลโพแทสเซียมในเขตราก
ดังนั้น การใช้ humic ควบคู่กับปุ๋ยหลัก จึงเพิ่มประสิทธิภาพเชิงระบบ มากกว่าการเพิ่มปริมาณปุ๋ยเพียงอย่างเดียว
4) บทบาทต่อดินทรายและดินเสื่อมโทรม
ดินทรายมีพื้นผิวเฉพาะต่ำ และมีแร่ดินเหนียวจำกัด ทำให้ CEC ต่ำโดยธรรมชาติ
การเสริม humic substances ช่วย:
เพิ่มความสามารถอุ้มน้ำ
ปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย
กระตุ้นกิจกรรมจุลินทรีย์ดิน
เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบรากต่อความแห้งแล้ง
ในเชิงระบบ นี่คือการ “ยกระดับศักยภาพดิน” ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุ
สรุป
Humic substances ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่าง “ดิน–ธาตุอาหาร–รากพืช” ผ่านการเพิ่ม CEC การจับยึดธาตุอาหาร และการกระตุ้นการพัฒนาระบบราก โดยเฉพาะในดินทรายหรือดินเสื่อมโทรม การเสริม humic อย่างเหมาะสมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ลดการสูญเสีย และสร้างเสถียรภาพการเจริญเติบโตในระยะยาว
การจัดการดินจึงควรเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างการแลกเปลี่ยนประจุควบคู่กับการให้ธาตุอาหาร
แนวทางเสริมภาคปฏิบัติ
ฮิวมิค FK (เสริมฟูลวิค)
บรรจุ 1 กิโลกรัม
อัตราการใช้ 10–20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
สามารถฉีดพ่นทางใบ รดดิน หรือราดโคน ตามความเหมาะสม
ราคา 1 ซอง 250 บาท
โปรพิเศษ
3 ซอง 735 บาท
5 ซอง 1,200 บาท
ส่งฟรี จ่ายเงินปลายทาง
สั่งซื้อทักแชท หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร 090-592-8614
การเสริม Humic–Fulvic complex ไม่ใช่เพียงการบำรุงดินชั่วคราว แต่คือการสร้างฐานโครงสร้างดินให้สามารถจับยึดธาตุอาหารได้ดีขึ้น เพิ่มศักยภาพราก และยกระดับประสิทธิภาพปุ๋ยทั้งระบบอย่างยั่งยืน