ทำไมช่วงเร่งลำของอ้อย...
👤
โดย: ผู้ดูแล
📅
2026-01-29 10:06:05
🌐
118.172.191.33
ทำไมช่วงเร่งลำของอ้อย ต้องการโพแทสเซียมสูงกว่าที่คิด
บทคัดย่อ
การเร่งลำและการสะสมความหวานของอ้อยเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบทางสรีรวิทยา โดยมีโพแทสเซียมเป็นธาตุอาหารหลักที่ทำหน้าที่ควบคุมเสถียรภาพของระบบดังกล่าว บทความนี้อธิบายด้วยแนวคิด System Thinking ว่าทำไมช่วงเร่งลำของอ้อยจึงมีความต้องการโพแทสเซียมสูงกว่าที่เกษตรกรมักประเมินไว้ พร้อมวิเคราะห์บทบาทของโพแทสเซียมต่อการสร้างลำ การลำเลียงคาร์โบไฮเดรต และการสะสมซูโครส รวมถึงบทบาทเสริมของแมกนีเซียมและสังกะสีในการคงศักยภาพการสังเคราะห์แสงและการทำงานของเอนไซม์ เพื่อเพิ่มทั้งน้ำหนักลำและคุณภาพความหวานอย่างเป็นระบบ
บทนำ
ในการปลูกอ้อยเชิงการค้า ช่วงเร่งลำมักถูกมองว่าเป็นระยะที่พืช “โตเต็มที่แล้ว” และไม่ต้องการธาตุอาหารมากนัก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสรีรวิทยาพืชชี้ให้เห็นตรงกันข้ามว่า ระยะนี้เป็นช่วงที่อ้อยมีความต้องการธาตุอาหารสูง โดยเฉพาะโพแทสเซียม เนื่องจากเป็นช่วงที่พืชต้องรองรับทั้งการเพิ่มมวลลำและการสะสมซูโครสพร้อมกัน หากระบบโภชนาการไม่สอดคล้องกับกลไกดังกล่าว ศักยภาพผลผลิตและความหวานจะถูกจำกัดโดยอัตโนมัติ
ช่วงเร่งลำ: จุดเปลี่ยนจากการเจริญเติบโตสู่การสะสมซูโครส
ตั้งแต่อ้อยมีอายุประมาณ 90 วันขึ้นไป ระบบสรีรวิทยาของพืชจะเปลี่ยนจากการขยายใบและจำนวนลำ ไปสู่การเพิ่มเส้นผ่านศูนย์กลางลำ ความยาวปล้อง และการสะสมซูโครสในเซลล์พาเรงคิมาของลำ กระบวนการนี้ต้องใช้คาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก ซึ่งถูกผลิตจากใบและลำเลียงมายังลำอ้อยอย่างต่อเนื่อง ความสามารถของพืชในการจัดสรรคาร์โบไฮเดรตจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดของผลผลิตน้ำตาล
โพแทสเซียม: แกนหลักของระบบการเร่งลำและสะสมความหวาน
โพแทสเซียม (K) มีบทบาทสำคัญในหลายระดับของระบบอ้อย ได้แก่
การควบคุมแรงดันออสโมติกและการขยายตัวของเซลล์ลำ ทำให้ลำอ้อยขยายขนาดได้เต็มศักยภาพ
การกระตุ้นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์และการเคลื่อนย้ายซูโครส
การลำเลียงน้ำตาลจากใบ (source) ไปยังลำ (sink) ผ่านระบบท่อลำเลียง
งานวิจัยระบุว่า การได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอในช่วงเร่งลำช่วยเพิ่มทั้งน้ำหนักลำและค่าความหวาน (Brix) อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การขาดโพแทสเซียมจะทำให้ซูโครสสะสมได้ไม่เต็มที่ แม้ใบจะยังเขียวอยู่ก็ตาม (Marschner, 2012; Kingston, 2014)
บทบาทของ Mg และ Zn ต่อเสถียรภาพของระบบ
ในช่วงที่อ้อยต้องการพลังงานสูง ระบบจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากขาดธาตุรองและธาตุเสริมที่สนับสนุนกระบวนการชีวเคมี แมกนีเซียม (Mg) เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์และเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนพลังงานในกระบวนการสังเคราะห์แสง ช่วยให้อ้อยคงความสามารถในการผลิตคาร์โบไฮเดรตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ สังกะสี (Zn) มีบทบาทต่อการทำงานของเอนไซม์และการควบคุมฮอร์โมนพืช ช่วยลดความเสื่อมของใบในช่วงปลายฤดู หากขาด Mg หรือ Zn ระบบเมตาบอลิซึมจะขาดเสถียรภาพ ส่งผลให้การสะสมซูโครสลดลงโดยตรง
การจัดการโภชนาการอ้อยเชิง System Thinking
จากมุมมองเชิงระบบ ช่วงเร่งลำของอ้อยไม่ใช่ช่วงลดการให้ธาตุอาหาร แต่เป็นช่วงที่ต้อง “ปรับบทบาท” ของธาตุอาหารให้สอดคล้องกับหน้าที่ของพืช ระยะแรกปลูกถึงประมาณ 90 วัน ควรมุ่งสร้างระบบใบและฟื้นต้นให้สมบูรณ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงเร่งลำ ควรเน้นการเสริมโพแทสเซียมสูงร่วมกับ Mg และ Zn เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการผลิตและการสะสมซูโครส
ในทางปฏิบัติ ระยะแรกปลูก–90 วัน สามารถใช้ FK-1 (20-20-20 + Mg + Zn) เพื่อสร้างระบบใบและการเจริญเติบโต เมื่ออ้อยมีอายุ 90 วันขึ้นไป จึงเปลี่ยนมาใช้ FK-3S (5-10-40 + Mg + Zn) ซึ่งออกแบบให้เน้นโพแทสเซียมสูง เพื่อสนับสนุนการเร่งลำ เพิ่มน้ำหนัก และสะสมความหวานอย่างเป็นระบบ
สรุป
ช่วงเร่งลำของอ้อยเป็นระยะที่ระบบสรีรวิทยาพืชทำงานหนักที่สุด ทั้งด้านการขยายโครงสร้างและการสะสมซูโครส ความต้องการโพแทสเซียมจึงสูงกว่าที่มักประเมินกันในทางปฏิบัติ แนวคิด System Thinking ช่วยให้เห็นว่า การให้โพแทสเซียมอย่างเหมาะสม ร่วมกับ Mg และ Zn ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มปุ๋ย แต่เป็นการรักษาเสถียรภาพของระบบ เพื่อให้ได้ทั้งน้ำหนักลำและความหวานในระดับสูงอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Marschner, P. (2012). Marschner’s Mineral Nutrition of Higher Plants. Academic Press.
Kingston, G. (2014). Mineral nutrition of sugarcane. In Sugarcane: Physiology, Biochemistry, and Functional Biology. Wiley-Blackwell.
Taiz, L., Zeiger, E., Møller, I. M., & Murphy, A. (2015). Plant Physiology and Development. Sinauer Associates.
#SystemThinking #อ้อย #เร่งลำอ้อย #โพแทสเซียมสูง #สะสมซูโครส #โภชนาการพืช #FK1 #FK3S #SugarcanePhysiology #เกษตรเชิงระบบ