การตัดแต่งกิ่งผิดจังหวะ ทำให้ทุเรียน “สูญเสียพลังงาน”...

การตัดแต่งกิ่งผิดจังหวะ ทำให้ทุเรียน “สูญเสียพลังงาน” มากกว่าที่คิด

วิเคราะห์ด้วยวิทยาศาสตร์พืช: เมื่อการตัดกิ่ง กลายเป็นการตัดแหล่งพลังงานโดยไม่รู้ตัว

บทนำ (Introduction)

การตัดแต่งกิ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคการจัดการทรงพุ่มทุเรียนที่ชาวสวนใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อควบคุมความสูง ลดความทึบ และกระตุ้นการแตกใบใหม่ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยด้านสรีรวิทยาพืชชี้ให้เห็นว่า “จังหวะเวลา” ของการตัดแต่งกิ่ง มีผลต่อสมดุลพลังงานของต้นทุเรียนอย่างมีนัยสำคัญ**

การตัดกิ่งในช่วงที่ต้นยังไม่ฟื้นตัว หรืออยู่ในระยะใช้พลังงานสูง อาจทำให้ต้นทุเรียนสูญเสียพลังงานสะสม (Carbohydrate reserve) มากกว่าที่ชาวสวนประเมินไว้ และส่งผลกระทบต่อการออกดอก การติดผล และคุณภาพผลในระยะยาว

พลังงานของต้นทุเรียนมาจากไหน? (Source–Sink Concept)

ในทางวิทยาศาสตร์พืช ใบทุเรียนทำหน้าที่เป็น Source หรือแหล่งผลิตพลังงาน ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis)
พลังงานที่ผลิตได้จะถูกเปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรต และส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้นที่เป็น Sink เช่น

* ราก
* ลำต้น
* ตาดอก
* ผลอ่อน

เมื่อมีการตัดแต่งกิ่ง เท่ากับเป็นการ **ลดพื้นที่ใบ** ซึ่งหมายถึง

> “ลดความสามารถในการผลิตพลังงานของต้นโดยตรง”

ไมการตัดแต่งกิ่ง “ผิดจังหวะ” จึงอันตราย

1. ตัดกิ่งช่วงต้นกำลังสะสมพลังงาน

หลังเก็บเกี่ยว ทุเรียนจะเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูต้นและสะสมคาร์โบไฮเดรตเพื่อเตรียมออกดอกรุ่นถัดไป
หากตัดกิ่งหนักในช่วงนี้

* ใบที่ควรทำหน้าที่สะสมพลังงานถูกตัดออก
* ต้นต้องดึงพลังงานสำรองมาแตกใบใหม่
→ ส่งผลให้ พลังงานสุทธิของต้นลดลง

2. ตัดกิ่งใกล้ระยะสร้างตาดอก

งานวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงสมดุล Source–Sink อย่างรุนแรง
จะทำให้

* การสะสมแป้งในกิ่งและตาลดลง
* การพัฒนาตาดอกไม่สมบูรณ์
→ เกิดปัญหา *ดอกไม่สมบูรณ์ ดอกร่วง หรือออกดอกน้อยกว่าศักยภาพ*

3. ตัดกิ่งขณะต้นมี Sink ขนาดใหญ่

ในช่วงติดผลอ่อน
ผลทุเรียนเป็น Sink ที่ใช้พลังงานสูงมาก
การตัดกิ่งช่วงนี้จะทำให้

* แหล่งพลังงานลดลง
* การแข่งขันพลังงานระหว่างผลกับใบอ่อนรุนแรงขึ้น
→ เสี่ยง ผลหลุดร่วง ขั้วอ่อนแอ และเนื้อไม่แน่น

การตอบสนองของต้นทุเรียนหลังถูกตัดกิ่ง

จากมุมมองสรีรวิทยาพืช เมื่อทุเรียนถูกตัดแต่งกิ่ง จะเกิดกระบวนการดังนี้

1. ฮอร์โมนออกซิน (Auxin) ลดลง
2. ไซโตไคนิน (Cytokinin) จากรากถูกดึงขึ้นมากระตุ้นการแตกยอด
3. ต้นต้องใช้พลังงานสำรองจำนวนมากเพื่อสร้างใบใหม่

หากพลังงานสำรองไม่เพียงพอ
→ ต้นจะ “ฟื้นตัวช้า” และเข้าสู่ภาวะเครียดสะสม (Chronic stress)

จังหวะการตัดแต่งกิ่งที่เหมาะสม (Physiological Timing)

จากหลักวิทยาศาสตร์พืช ช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือ

* หลังเก็บเกี่ยว
* ใบชุดใหม่เริ่มแก่ (Leaf maturity)
* ระบบรากทำงานสมบูรณ์
* ไม่มีภาระ Sink ขนาดใหญ่ (ดอก/ผล)

การตัดเพียง **เบา–ปานกลาง** และเหลือใบที่สมบูรณ์ไว้ให้มากพอ
จะช่วยให้ต้นยังรักษาศักยภาพการผลิตพลังงานได้

สรุป (Conclusion)

การตัดแต่งกิ่งไม่ใช่เพียงเรื่อง “รูปทรงต้น” แต่เป็นเรื่องของ

> สมดุลพลังงาน (Energy balance)

การตัดกิ่งผิดจังหวะ เท่ากับ

* ลดแหล่งพลังงาน
* เพิ่มภาระการฟื้นฟู
* กระทบการออกดอก ติดผล และคุณภาพทุเรียนในระยะยาว

ชาวสวนที่เข้าใจกลไกทางสรีรวิทยาพืช จะสามารถใช้การตัดแต่งกิ่งเป็น “เครื่องมือเพิ่มศักยภาพ” ไม่ใช่ต้นเหตุของความสูญเสียโดยไม่รู้ตัว

เอกสารอ้างอิง (References)

1. Taiz, L., Zeiger, E., Møller, I. M., & Murphy, A. (2015). *Plant Physiology and Development*. Sinauer Associates.
2. Lakso, A. N., & Flore, J. A. (2003). Carbohydrate partitioning and plant growth. *Horticultural Reviews*, 27, 1–44.
3. Goldschmidt, E. E. (2013). Carbohydrate supply as a critical factor for fruit development. *Plant Science*, 207, 1–10.
4. Marcelis, L. F. M. (1996). Sink strength as a determinant of dry matter partitioning. *Journal of Experimental Botany*, 47, 1281–1291.
5. สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร. หลักการจัดการทรงพุ่มไม้ผลเขตร้อน

#ตัดแต่งกิ่งทุเรียน #ทุเรียนเสียพลังงาน #สรีรวิทยาพืชทุเรียน #การจัดการทรงพุ่มทุเรียน #ทุเรียนออกดอกน้อย #ผลทุเรียนร่วง #พลังงานสะสมทุเรียน #เทคนิคสวนทุเรียน #ทุเรียนคุณภาพ #เกษตรเชิงวิทยาศาสตร์
รูปภาพประกอบ
🌟 แนะนำ ปุ๋ย ยาปราบฯ คุณภาพดี
ผลผลิตเพิ่ม ราคาประหยัด! คลิกเลย!
← กลับหน้าบทความ
👁️ ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด: 457578