มันสำปะหลัง Integrated Nutrient Shift:...
👤
โดย: Admin
📅
2026-01-31 07:47:47
🌐
118.172.191.33
มันสำปะหลัง Integrated Nutrient Shift: กลยุทธ์เปลี่ยนสูตรจากสร้างต้นสู่สร้างหัว
บทคัดย่อ
การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมองระบบโภชนาการพืชแบบพลวัต (Dynamic Nutrient Management) มิใช่การใช้สูตรธาตุอาหารคงที่ตลอดฤดูปลูก แนวคิด Integrated Nutrient Shift อธิบายการเปลี่ยนผ่านเชิงระบบจากระยะ “สร้างต้น–สร้างใบ” ไปสู่ระยะ “ลงหัว–สะสมแป้ง” โดยปรับสัดส่วนธาตุอาหารให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสรีรวิทยาพืช บทความนี้วิเคราะห์กลไก Source–Sink Relationship การจัดสรรคาร์โบไฮเดรต และบทบาทของโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี ในการเสริมความแข็งแรงของหัวมันสำปะหลัง พร้อมเสนอแนวทางการปรับสูตรธาตุอาหารอย่างเป็นระบบ
บทนำ
มันสำปะหลังเป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบสองระยะชัดเจน ระยะแรก (0–90 วัน) มุ่งสร้างโครงสร้างเหนือดิน ได้แก่ ลำต้น ใบ และระบบราก เพื่อสะสมศักยภาพการสังเคราะห์แสง ระยะถัดมา (หลัง 90 วัน) พืชจะค่อย ๆ เปลี่ยนลำดับความสำคัญทางสรีรวิทยา ไปสู่การขยายหัวและสะสมแป้ง
หากยังคงใช้สูตรธาตุอาหารเน้นสมดุลเท่าเดิมตลอดฤดู อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของพืชในช่วงสะสมผลผลิต การเปลี่ยนสัดส่วนธาตุอาหารจึงเป็น “จุดคานงัดของระบบ” (System Leverage Point) ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดสรรคาร์โบไฮเดรตและน้ำหนักหัวโดยตรง
วิเคราะห์เชิงระบบ: จาก Source สู่ Sink
1) ระยะสร้างต้น (Vegetative Phase: 0–90 วัน)
ในช่วงแรก พืชต้องการสมดุล N–P–K เพื่อกระตุ้นการแตกใบ การพัฒนาราก และการขยายทรงพุ่ม
ไนโตรเจน สนับสนุนการสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์
ฟอสฟอรัส เสริมการพัฒนารากและพลังงานระดับเซลล์ (ATP)
โพแทสเซียม ช่วยควบคุมสมดุลน้ำและการเปิด–ปิดปากใบ
เป้าหมายของระยะนี้คือ “สร้างแหล่งผลิตอาหาร (Source)” ให้แข็งแรงที่สุด
2) ระยะลงหัว–ขยายหัว (Tuber Initiation & Bulking Phase: หลัง 90 วัน)
เมื่อโครงสร้างใบพร้อม ระบบจะเปลี่ยนทิศทางการจัดสรรคาร์โบไฮเดรตไปยังหัว ซึ่งทำหน้าที่เป็น “แหล่งสะสม (Sink)”
ในช่วงนี้ โพแทสเซียมมีบทบาทเด่นชัด ได้แก่
กระตุ้นการเคลื่อนย้ายซูโครสจากใบสู่หัว
ควบคุมแรงดันออสโมติกภายในเซลล์หัว ช่วยให้หัวขยายตัว
กระตุ้นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แป้ง
แมกนีเซียมช่วยคงประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงผ่านการเป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์
สังกะสีมีบทบาทต่อการทำงานของเอนไซม์และการควบคุมฮอร์โมนพืช
การเพิ่มสัดส่วนโพแทสเซียมในช่วงนี้จึงไม่ใช่เพียง “เพิ่มตัวเลข K” แต่คือการสนับสนุนระบบการสะสมผลผลิตโดยตรง
Integrated Nutrient Shift: กลยุทธ์การเปลี่ยนสูตร
แนวคิดนี้เสนอว่า
ช่วงแรกปลูก–90 วัน ควรใช้สูตรสมดุล เช่น 20-20-20 + Mg + Zn เพื่อสร้างฐานใบและระบบรากให้แข็งแรง
หลัง 90 วันขึ้นไป ควรปรับสู่สูตรโพแทสเซียมสูง เช่น 5-10-40 + Mg + Zn เพื่อส่งเสริมการขยายหัวและสะสมแป้ง
การเปลี่ยนสูตรในจังหวะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหาร (Nutrient Partitioning Efficiency) และลดการสูญเสียศักยภาพการผลิต
การประยุกต์ใช้เชิงปฏิบัติ
ปุ๋ยทางใบ FK-3C (5-10-40 + Mg + Zn) ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับช่วงลงหัวของมันสำปะหลัง โดยเน้นโพแทสเซียมสูงเป็นพิเศษ
อัตราใช้ 25–50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม เหมาะสำหรับระยะเริ่มลงหัว ขยายหัว และช่วงสะสมแป้ง
ในขณะที่ช่วงแรกปลูก–90 วัน ควรใช้ FK-1 (20-20-20 + Mg + Zn) เพื่อสร้างระบบใบและความแข็งแรงของต้นก่อนเข้าสู่ระยะสะสมผลผลิต
สรุป
Integrated Nutrient Shift คือการมองมันสำปะหลังในมิติของระบบพลังงานและการจัดสรรทรัพยากร พืชต้องสร้างใบก่อนจึงจะสร้างหัวได้ และต้องปรับสัดส่วนธาตุอาหารให้สอดคล้องกับบทบาททางสรีรวิทยาในแต่ละช่วงเวลา
การใช้ FK-1 ในช่วงสร้างต้น และเปลี่ยนเป็น FK-3C หลัง 90 วัน จึงเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับกลไกภายในพืช ช่วยให้ระบบ Source–Sink ทำงานสมดุล ส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักหัวและคุณภาพแป้งอย่างเป็นระบบค่ะ
อ้างอิง (เชิงแนวคิด)
Cock, J.H. Cassava: New Potential for a Neglected Crop.
El-Sharkawy, M.A. Cassava Physiology.
Marschner, P. Mineral Nutrition of Higher Plants.
#มันสำปะหลัง #Cassava #IntegratedNutrientShift #SourceSinkRelationship #การจัดการธาตุอาหาร #โพแทสเซียมสูง #สะสมแป้ง #ขยายหัว #ปุ๋ยทางใบ #FK1 #FK3C #โภชนาการพืช #เพิ่มน้ำหนักหัว #เกษตรเชิงระบบ #เกษตรเชิงวิชาการ