บทความนี้อยู่ในหมวด: เกษตรน่ารู้ | อ่านแล้ว 9279 คน | สั่งพิมพ์หน้านี้

เลี้ยงกบ วิธีเกษตรธรรมชาติ

เลี้ยงกบ วิธีเกษตรธรรมชาติ เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ ด้านการพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง..
เลี้ยงกบ

เลี้ยงกบ วิธีเกษตรธรรมชาติ เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริ ด้านการพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โครงการเพาะเลี้ยงกบโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงเป็นโครงการหนึ่งที่ดำเนินการเพื่อสนองพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาการเสื่อมถอยของทรัพยากรธรรมชาติ การลดน้อยของประชากรกบที่พบในธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพเพาะเลี้ยงกบ ตามแนวพระราชดำริของหลักเศรษฐกิจพอเพียง

การเลี้ยงกบโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ คือการเลี้ยงในรูปแบบใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากธรรมชาติมาทำบ่อเลี้ยงเพื่อให้มีต้นทุนต่ำ และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ดังนั้นรูปแบบบ่ออาจจะต้องมีการพัฒนานำสิ่งที่ดี หาง่ายในพื้นที่มาใช้ในการทำบ่อ เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาทำรูปแบบและวิธีการเพาะเลี้ยงการทำบ่อเลี้ยงเช่น บ่อดิน มีความเหมาะสมในการใช้เพาะเลี้ยงกบ เนื่องจากมีการลงทุนต่ำสามารถใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในครัวเรือน และมีสภาพคล้ายคลึงธรรมชาติ

ขนาดบ่อทำได้ตั้งแต่ 2.5x3.0 เมตร

แต่ไม่ควรใหญ่เกินกว่า 3.0x4.0 เมตร

พื้นที่ควรเลือกบริเวณที่มีแดดส่องถึง โดยทำการปรับสภาพพื้นที่เป็นดินให้เรียบล้อมรอบบ่อด้วยตาข่ายไนลอนสีฟ้าสูง 1 เมตร ฝังตีนตาข่ายลึกลงไปในดินประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อกันกบมุดหนีหรือศัตรูภายนอกมุดเข้ามาทำอันตรายกบ บริเวณที่เป็นแอ่งน้ำอาจขุดเป็นบ่อน้ำเล็ก ๆ ถ้าดินสามารถเก็บน้ำได้ ในกรณีที่เป็นสภาพพื้นที่ไม่เก็บน้ำ ให้ใช้ภาชนะ เช่น กะละมังขนาดกลาง หรือถังซีเมนต์กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร ด้านบนปากบ่อคลุมด้วยตาข่ายไนลอนสีฟ้าหรือสแลนให้มิดชิดเพื่อป้องกันศัตรูธรรมชาติ เช่น จิ้งเหลน นก แมว งู และ คน

อาหารที่ใช้เลี้ยงกบลูกอ๊อด ซึ่งจะเริ่มกินอาหารครั้งแรกเมื่ออายุ 3 วัน ไรน้ำ เป็นแหล่งอาหารเสริมจากธรรมชาติที่ดีสำหรับลูกอ๊อด ในกรณีที่มีลูกอ๊อดเป็นจำนวนมาก อาจเสริมการให้อาหารด้วยการให้ผักกาดลวกน้ำร้อนกึ่งสุก เศษปลาต้มสุก รำละเอียด เศษเนื้อปลาบดผสมรำ เศษเครื่องในสัตว์ต้มสุก หรือหอยเชอร์รี่ต้มสุก บดผสมรำละเอียด ร่วมด้วย และเมื่อลูกอ๊อดโตขึ้นอาจให้อาหารสังเคราะห์สำเร็จรูปชนิดเม็ดสำหรับใช้เลี้ยงลูกกบโรยให้กินร่วมด้วย การให้อาหารควรให้ทีละน้อยและวางไว้ตลอดเวลาเพราะลูกอ๊อดจะกินอาหารตลอดวัน

การเลี้ยงลูกกบ ต้องฝึกให้ลูกกบให้กินอาหารสังเคราะห์ในช่วงแรกก่อน เนื่องจากถ้าให้ลูกกบกินอาหารธรรมชาติตั้งแต่เริ่มต้น อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในกรณีที่มีอาหารธรรมชาติไม่พอเพียง ดังนั้นจึงควรฝึกให้กินอาหารสังเคราะห์ให้เป็นก่อน จากนั้นให้อาหารเสริมจากธรรมชาติ เช่น ปลวก ไส้เดือน จิ้งหรีดหรือหนอนนก วิธีฝึกให้ลูกกบกินอาหารทำได้หลายวิธี เช่น ใส่อาหารในภาชนะหรือบนจานแล้ววางปริ่มน้ำ หรือโรยอาหารเม็ดลงในน้ำ ถ้าโรยอาหารลงในน้ำต้องโรยในบริเวณที่ลูกกบสามารถนั่งได้และหัวไม่จมน้ำ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้สามารถใช้ได้ทั้งในกบนาและกบบูลฟร็อก

เมื่อลูกกบอายุประมาณ 2 เดือน สามารถให้อาหารสังเคราะห์ที่มีขนาดเม็ดใหญ่ขึ้นร่วมกับอาหารธรรมชาติที่เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงได้เองโดยวิธีง่าย ๆ นอกจากนี้การใช้ชนิดของอาหารอาจขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และวิธีการเลี้ยงของเกษตรกร ถ้าผู้เลี้ยงกบนาอยู่ใกล้บริเวณที่สามารถหาปลาสดได้อาจใช้ปลาสดบดหรือสับเป็นชิ้นวางในภาชนะปริ่มน้ำหรือเหนือน้ำหรือใช้ปลาสดบดผสมรำในอัตรา 3:1 หรือให้อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดที่ใช้เลี้ยงกบหรือเลี้ยงปลาดุก

การเจริญเติบโตของกบจากลูกอ๊อดไปเป็นลูกกบโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 28-45 วัน ตามปกติการเจริญจากลูกกบไปเป็นกบเนื้อใช้เวลา 3-5 เดือน กบเนื้อที่มีอายุประมาณ 4-5 เดือน มีความยาวของลำตัวประมาณ 4 นิ้ว มีน้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 200-300 กรัม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเพศของกบ กบที่พบว่ามีขนาดใหญ่ในระยะนี้มักจะเป็นเพศเมีย ส่วนที่มีขนาดเล็กจะเป็นเพศผู้ การเจริญเติบโตของพ่อแม่พันธุ์ใช้เวลา 10-12 เดือน สามารถขายกบได้เมื่อมีอายุ 4 เดือน จำนวนกบ 768 ตัวน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 180 กรัม น้ำหนักรวม 138.24 กิโลกรัม ราคาขาย/กิโลกรัม 70 บาทขายกบได้เงิน 9,676.80 บาท ค่าอาหารรวม 4,335.70 บาทกำไรที่ได้ 5,341.10 บาท การคำนวณ ต้นทุนการเลี้ยงกบนี้จะเป็นการเลี้ยงกบในบ่อขนาด 2x3x1 เมตร และหากต้องการจำหน่ายให้ได้มากกว่านี้ก็เพิ่มปริมาณการเลี้ยงก็จะได้ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ผลงานดี ๆ เช่นนี้ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ จะนำมาถ่ายทอดให้ผู้สนใจและต้องการเรียนรู้เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพ รับข้อมูลและการถ่ายทอดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น.

อ้างอิง:www.dailynews.co.th

 


อ่านเรื่องนี้แล้ว : 9279 คน £

ปุ๋ยเร่งโต
ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยเขียว
FK-1 ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ ที่ดีที่สุดสำหรับเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความเขียวแข็งแรงให้กับพืช
ราคา 890 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
ปุ๋ยมัน
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง
FK-3C เร่งมันสำปะหลังลงหัว เพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง มันสำปะหลังหัวใหญ่ มีน้ำหนักดี
ราคา 950 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
ปุ๋ยข้าว
ปุ๋ยสำหรับนาข้าว
FK-3R ฉีดพ่นทางใบ ทำให้ข้าวรวงยาวใหญ่ เมล็ดเต็ม มีน้ำหนักดี ให้ผลผลิตสูง
ราคา 950 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
ปุ๋ยอ้อย
ปุ๋ยสำหรับอ้อย
FK-3S เร่งผลผลิตอ้อย ทำให้อ้อยย่างปล้องสูง เพิ่มความหวาน เพิ่ม CCS และได้น้ำหนัก
ราคา 950 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
แสดงทั้งหมดใน [เกษตรน่ารู้]:
เกาะติดศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยใน AEC
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในลำดับต้นที่ส่งออกไปยังตะวันออกกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากอดีตที่ผ่านมา
อ่านแล้ว: 66
ส่งออกเครียดบาทแข็งทุบออร์เดอร์ใหม่
บาทแข็ง-ค่าเงินคู่ค้าอ่อน ส่อเค้าป่วนยาวทุบออร์เดอร์ใหม่ ไตรมาส1วูบ กลุ่มอาหาร-เกษตร โดนหนักสุด..
อ่านแล้ว: 143
ศึกษาตลาดเกษตรไทยในยุโรป
กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป เร่งดำเนินโครงการศึกษาสถานการณ์สินค้าเกษตรและ..
อ่านแล้ว: 163
ดัชนีราคาสินค้าเกษตรขยับ ภาพรวมสูงขึ้น
ภาพรวมราคาสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เที่ยบกับธันวาคมปี 57 ยางพารา ปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น มันสำปะหลัง สุกร ลดลง
อ่านแล้ว: 241
ผักตบชวา มีโปแตสเซียมสูงถึง 20%!
ผักตบชวานั้น เป็นพืชที่มีโปแตสเซียมเป็นส่วนประกอบมาก สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ยได้เป็นอย่างดี หาได้ไม่ยาก
อ่านแล้ว: 420
วิกฤตหรือโอกาศ ในยุคข้าวยากหมากแพง?
ยุคนี้อาหาร สาธารณูปโภคพื้นฐานราคาแพง ในขณะที่เงินไม่สะพัด ลอจิสติกขาดรายได้ เราจะปรับตัวอย่างไร กับภาวะแบบนี้..
อ่านแล้ว: 300
ทำไมใบไม้จึงมีสีเขียว ?
ด้วยเหตุผลอะไรกัน ที่ทำให้ใบไม้ส่วนมาก 90 เปอร์เซ็นของพันธุ์ไม้เลยก็ว่าได้ จึงต้องมีใบสีเขียว เพราะคลอโรฟิลหรืออย่างไร?
อ่านแล้ว: 656
หมวด เกษตรน่ารู้ ทั้งหมด >>

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน:

ส่งความคิดเห็น