FarmKaset.ORG (ฟาร์มเกษตร)
The Connecting of Agricultrue

For importers, exporters. Want to be a partner with us. Please click here.
Liquid Fertilizer
ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยเขียว FK-1 ปุ๋ยทางใบที่ดีที่สุด พืชโตไวเขียวแข็งแรง ส่งฟรีถึงบ้าน เก็บเงินปลายทาง

บทความนี้อยู่ในหมวด: ผักและการปลูกผัก | อ่านแล้ว 82796 คน | สั่งพิมพ์หน้านี้

วิธีปลูกผักสวนครัว

วิธีปลูกผักสวนครัว - มีขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ การพรวนดิน การยกแปลง การปรับปรุงเนื้อดิน การดูแลรักษา จนถึงเก็บเกี่ยวบริโภค

วิธีปลูกผักสวนครัว

วิธีปลูกผักสวนครัว

วิธีปลูกผักสวนครัว

1. การปลูกผักสวนครัวในแปลงปลูก มีขั้นตอน คือ

1.1 การพรวนดิน ใช้จอบขุดดินลึกประมาณ 6 นิ้ว เพื่อพรวนดินให้มีโครงสร้างดีขึ้น กำจัดวัชพืชในดินกำจัดไข่แมลงหรือโรคพืชที่อยู่ในดิน โดยการพรวนดินและตากทิ้งไว้ประมาณ 7-15 วัน

1.2 การยกแปลง ใช้จอบพรวนยกแปลงสูงประมาณ 4-5 นิ้ว จากผิวดิน โดยมีความกว้างประมาณ 1-1.20 เมตร ส่วนความยาวควรเป็นตามลักษณะของพื้นที่หรืออาจแบ่งเป็นแปลงย่อยๆ ตามความเหมาะสม ความยาวของแปลงนั้นควรอยู่ในแนวทิศเหนือ - ใต้ ทั้งนี้เพื่อให้ผักได้รับแสงแดดทั่วทั้งแปลง

1.3การปรับปรุงเนื้อดินเนื้อดินที่ปลูกผักควรเป็นดินร่วนแต่สภาพ ดินเดิมนั้นอาจจะเป็นดิน ทรายหรือดินเหนียว จำเป็นต้องปรับปรุงให้เนื้อดินดีขึ้นโดยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตราประมาณ 2-3 กิโลกรัม ต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร คลุกเคล้าให้เข้ากัน

1.4การกำหนดหลุมปลูกจะกำหนดภายหลังจากเลือกชนิด ผักต่างๆ แล้วเพราะว่าผักแต่ละชนิดจะใช้ระยะปลูกที่ต่างกัน เช่น พริก ควรใช้ระยะ 75*100 เซนติเมตร ผักบุ้งจะเป็น 5*5 เซนติเมตร เป็นต้น

2. วิธีปลูกผักสวนครัว ในภาชนะการปลูกผักในภาชนะควรจะ พิจารณาถึงการหยั่งรากของพืชผักชนิดนั้นๆ พืชผักที่หยั่งรากตื้นสามารถปลูกได้ดีในภาชนะปลูกชนิดต่างๆ และภาชนะชนิดห้อยแขวนที่มีความลึก ไม่เกิน 10 เซนติเมตร คือ ผักบุ้งจีน คะน้าจีน ผักกาดกวางตุ้ง (เขียวและขาว) ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดหอม ผักกาดขาวชนิดไม่ห่อ (ขาวเล็ก ขาวใหญ่) ตั้งโอ๋ ปวยเล้ง หอมแบ่ง (ต้นหอม) ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักโขมจีน กระเทียมใบ (Leek) กุยช่าย กระเทียมหัว ผักชีฝรั่ง บัวบก สะระแหน่ แมงลัก โหระพา (เพาะเมล็ด) กะเพรา (เพาะเมล็ด) พริกขี้หนู ตะไคร้ ชะพลู หอมแดง หอมหัวใหญ่ หัวผักกาดแดง (แรดิช) วัสดุที่สามารถนำมาทำเป็นภาชนะปลูกอาจดัดแปลงจากสิ่งที่ใช้แล้ว เช่น ยางรถยนต์เก่า กะละมัง ปลอกซีเมนต์ เป็นต้น สำหรับภาชนะแขวนอาจใช้ กาบมะพร้าว กระถาง หรือเปลือกไม้

วิธี วิธีปลูกผักสวนครัว ในภาชนะแย่งออกได้เป็น 2 วิธี

2.1 วิธีการปลูกผักสวนครัว โดยการเพาะเมล็ดด้วยการหว่านแล้วถอนแยกหรือหยอดเป็นแถวแล้วถอนแยก ซึ่งพืชที่ควรปลูกด้วยวิธีนี้ ได้แก่

- ผักบุ้งจีน - คะน้าจีน - ผักกาดขาวกวางตุ้ง
- ผักกาดเขียวกวางตุ้ง - ผักฮ่องเต้(กวางตุ้งไต้หวัน)
- ตั้งโอ๋ - ปวยเล้ง - ผักกาดหอม
- ผักโขมจีน - ผักชี - ขึ้นฉ่าย
- โหระพา - กระเทียมใบ - กุยฉ่าย
- หัวผักกาดแดง - กระเพรา - แมงลัก
- ผักชีฝรั่ง - หอมหัวใหญ่

2.2 วิธีปลูกผักสวนครัว โดยปักชำด้วยต้น และหัว ได้แก่

- หอมแบ่ง (หัว) - ผักชีฝรั่ง - กระเทียมหัว (ใช้หัวปลูก)
- หอมแดง (หัว) - บัวบก (ไหล) - ตะไคร้ (ต้น)
- สะระแหน่ (ยอด) - ชะพลู (ต้น) - โหระพา กิ่งอ่อน)
- แมงลัก (กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน)
หมายเหตุ มีบางพืชที่ปลูกด้วยหัว หรือส่วนของต้นก็ได้ปลูกด้วยเมล็ดก็ได้ ดังนั้นจึงมีชื่อผักที่ซ้ำกันทั้งข้อ1และ 2

ผักในภาชนะ

การปฏิบัติดูแลรักษา

การดูแลรักษาด้วยความเอาใจใส่ จะช่วยให้ผักเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์จนถึงระยะเก็บเกี่ยว การดูแลรักษาดังกล่าว ได้แก่
1. การให้น้ำ วิธีปลูกผักสวนครัว จำเป็นต้องให้น้ำเพียงพอ การให้น้ำผักควรรดน้ำในช่วง เช้า- เย็น ไม่ควรรดตอนแดดจัด และรดน้ำแต่พอชุ่มอย่าให้โชก

2. การให้ปุ๋ย มี 2 ระยะคือ

2.1 ใส่รองพื้นคือการใส่เมื่อเวลาเตรียมดิน หรือรองก้นหลุมก่อนปลูก ปุ๋ยที่ใส่ควรเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก คลุกในดินให้ทั่วก่อนปลูกเพื่อปรับโครงสร้างดินให้โปร่งร่วนซุย นอกจากนั้นยังช่วยในการอุ้มน้ำและรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชด้วย
2.2 การใส่ปุ๋ยบำรุง ควรใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อย้ายกล้าไปปลูกจนกล้าตั้งตัวได้แล้ว และใส่ครั้งที่ 2 หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 2-3 สัปดาห์ การใส่ให้โรยบางๆ ระหว่างแถว ระวังอย่าให้ปุ๋ยอยู่ชิดต้น เพราะจะทำให้ผักตายได้ เมื่อใส่ปุ๋ยแล้วให้พรวนดินและรดน้ำทันที สูตรปุ๋ยที่ใช้กับพืชผัก ได้แก่ ยูเรีย หรือ แอมโมเนียซัลเฟต สำหรับบำรุงต้นและใบ และปุ๋ยสูตร 15-15-15 และ 12-24-12 สำหรับเร่งการออกดอกและผล

3. วิธีปลูกผักสวนครัว ในส่วนของการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ควรบำรุงรักษาต้นพืชให้แข็งแรงโดยการกำจัดวัชพืช ให้น้ำอย่างเพียงพอและใส่ปุ๋ยตามจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผักเจริญเติบโต แข็งแรง ทนต่อโรคและแมลง หากมีโรคและแมลงระบาดมากควรใช้สารธรรมชาติ หรือใช้วิธีกลต่างๆ ในการป้องกันกำจัด เช่น หนอนต่างๆ ใช้มือจับออก ใช้พริกไทยป่นผสมน้ำฉีดพ่น ใช้น้ำคั้นจากใบหรือเมล็ดสะเดา ถ้าเป็นพวกเพลี้ย เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และเพลี้ยจั๊กจั่น ให้ใช้น้ำยาล้างจาน 15 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นใต้ใบเวลาเย็น ถ้าเป็นพวกมด หอย และทาก ให้ใช้ปูนขาวโรยบางๆ ลงบริเวณพื้นดิน

การเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวผักควรเก็บในเวลาเช้าจะทำให้ได้ผักสดรสดี และหากยังไม่ได้ใช้ให้ล้างให้สะอาด และนำเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับผักประเภทผลควรเก็บในขณะที่ผลไม่แก่จัด จะได้ผลที่มีรสดีและจะทำให้ผลดก หากปล่อยให้ผลแก่คาต้น ต่อไปจะออกผลน้อยลง

สำหรับในผักใบหลายชนิด เช่นหอมแบ่ง ผักบุ้งจีน คะน้า กะหล่ำปลี การแบ่งเก็บผักที่สดอ่อนหรือโตได้ขนาดแล้ว โดยยังคงเหลือลำต้นและรากไว้ไม่ถอนออกทั้งต้น รากหรือต้นที่เหลืออยู่จะสามารถงอกงามให้ผลได้อีกหลายครั้ง ทั้งนี้จะต้องมีการดูแลรักษาให้น้ำและปุ๋ยอยู่ การปลูกพืชหมุนเวียนสลับชนิดหรือปลูกผักหลายชนิดในแปลงเดียวกัน และปลูกผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นบ้างยาวบ้างคละกันในแปลงเดียวกัน หรือปลูกผักชนิดเดียวกันแต่ทยอยปลูกครั้งละ 3-5 ต้น หรือประมาณว่าพอรับประทานได้ในครอบครัวในแต่ละครั้งที่เก็บเกี่ยว ก็จะทำให้ผู้ปลูกมีผักสดเก็บรับประทานได้ทุกวันตลอดปี

การบริโภคผักให้ปลอดภัยจากสารพิษ

การปลูกผักไว้รับประทานเอง เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้บริโภคผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ แต่ทุกครอบครัวคงไม่สามารถปลูกผักทุกชนิดไว้รับประทานเองได้ ดังนั้นการต้องซื้อหาผักจากตลาดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ ทั้งนี้ผักต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างก็ได้ ดังนั้นควรมีการล้างผักให้ถูกวิธีและให้ปลอดภัยจากสารพิษมากที่สุด

วิธีการล้างผักให้สะอาดเพื่อลดปริมาณสารพิษ สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวกดังนี้

1. ลอกหรือปอกเปลือกแล้วแช่ในน้ำสะอาด นาน 5-10 นาที หลังจากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จะช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 27-72
2. แช่น้ำปูนใสนาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 34-52
3. แช่โฮโดรเจนเพอร์ออกไซน์นาน 10 นาที (โฮโดรเจนเพอร์ออกไซน์ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 4 ลิตร) และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 35-50
4. แช่น้ำด่างทับทิมนาน 10 นาที (ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4 ลิตร ) และล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 35-43
5. ล้างด้วยน้ำไหลจากก๊อกนาน 2 นาที ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 25-39
6. แช่น้ำซาวข้าวนาน 10 นาที และล้างด้วยน้ะสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 29-38
7. แช่น้ำเกลือนาน 10 นาที (เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร) และล้างด้วยน้ำะสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 29-38
8. แช่น้ำส้มสายชูนาน 10 นาที (น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร) และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 27-36
9. แช่น้ำยาล้างผักนาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 22-36

อ้างอิง : www.ku.ac.th

 


อ่านเรื่องนี้แล้ว : 82796 คน £

ลองดูซิ ชาวต่างชาติจะติดต่อมาไหม? ถ่ายรูปผลผลิตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ ข้าว ทุเรียน มังคุด ผลไม้ต่างๆ แล้วโพสลง AECfocus.com ในห้อง Agriculture พร้อมให้ข้อมูลติดต่อกลับมายังคุณโดยละเอียด ที่อยู่ อีเมล์ เฟสบุ๊ค ไลน์ไอดี เบอร์ศัพท์ โดยให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ โพสสัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกัน 3 เดือน รอดูว่า ชาวต่างชาติ จะติดต่อซื้อผลผลิตเราหรือไม่ (AECfocus.com สนับสนุนเกษตรกรไทย ส่งออก AEC โดยตรงด้วยตัวเอง)



ความคิดเห็นจากผู้อ่าน:

farmkaset
shadowpd44@hotmail.com
ที่ปุ่มรูปปริ้นเตอร์ด้านบนบทความ กดครั้งนึง หน้าสำหรับปริ้นจะแสดงออกมา เรากดปุ่ม Cancel ไม่ต้องปริ้น และก็อปปี้ข้อมูล จากหน้าเตรียมปริ้นได้เลยครับ
25 มิ.ย. 2558 , 10:37 AM  e
0 ชอบ|0 ไม่ชอบ

นาย เอนก คีรีภูวดล
anek037@gmail.com
บอกตรงๆนะครับ ผมเป็นนักศึกษาฝึกสอน ผมอยากก็อปข้อมูลนี้ เพื่อใช้สอนนักเรียน ในวิชาพืชผักสวนครัว ผมต้องทำยังไงครับ?
25 มิ.ย. 2558 , 10:26 AM  e
0 ชอบ|0 ไม่ชอบ

ส่งความคิดเห็น

 

 
   
   

ปุ๋ยตรา FK แตกต่าง และดีกว่าอย่างไร?

เราออกแบบ และผลิตปุ๋ยตรา FK โดยการรวมข้อดีของปุ๋ยเคมี ที่สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารพืชได้อย่างรวดเร็วกว่าปุ๋ยอินทรีย์ และข้อดีของปุ๋ยอินทรีย์ ที่ปลอดปล่อยธาตุอาหารได้ยาวนานกว่าปุ๋ยเคมี เข้าไว้ด้วยกันในปุ๋ย FK นอกจากนั้นแล้ว ปุ๋ยตรา FK ยังประกอบไปด้วยธาตุรองธาตุเสริมต่างๆ ที่ไม่มีในปุ๋ยเคมี และมีในปริมาณที่เข้มข้นกว่าปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย

ปุ๋ยตรา FK จึงเป็น ปุ๋ยที่มีความเข้มข้นสูง ในทุกๆธาตุอาหาร
พิจารณากราฟการปลดปล่อยธาตุอาหารของปุ๋ย FK ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ตามกราฟด้านล่าง

พิจารณากราฟ

FK-1 เป็นปุ๋ยความเข้มข้นสูง สูตร 20-20-20 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป เป็นเหตุผลที่ทำให้ในช่วงวันที่ 1-7 ตามกราฟด้านบน ปุ๋ยตรา FK1 (เส้นสีส้มบนรูปกราฟ) มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงกว่าปุ๋ยเคมี (เส้นสีม่วงในกราฟ)

จุดอ่อนของปุ๋ยเคมี (The weakness of chemical fertilizers)

ถึงแม้ปุ๋ยเคมีจะปลดปล่อยธาตุอาหารได้อย่างรวดเร็วกว่าปุ๋ยอินทรีย์ แต่ในทางกลับกัน ธาตุอาหารจะหมดไปอย่างรวดเร็ว จากกราฟ จะสังเกตุได้ว่า ในวันที่ 14 ปุ๋ยเคมีได้ปลดปล่อยธาตุอาหารหมดไปแล้ว แต่ในส่วนของ ปุ๋ยอินทรีย์ ยังคงให้อาหารกับพืชที่ปลูกได้อย่างต่อเนื่อง

ปุ๋ย FK ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ (FK Fertilizer is designed to solve this problem)

ธาตุรอง และธาตุเสริม จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช และถูกดึงออกจากดินในทุกๆรอบการปลูกพืช ซึ่งปุ๋ยทั่วๆไป ไม่เคยเติมธาตุเหล่านี้ ซึ่งธาตุรองธาตุเสริมที่ขาด จะกลายเป็นข้อจำกัดการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจาก "พืชจะเจริญเติบโตได้มากที่สุด เท่ากับธาตุอาหารที่มีต่ำที่สุด" ตามกฎ "Low of the minimum โปรดศึกษาต่อในวรรคท้ายสุด" ปุ๋ยตรา FK ประกอบด้วย ธาตุรอง ธาตุเสริม ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช จึงทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เกิดอาการขาดธาตุ ซึ่งบางอย่าง เป็นธาตุที่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่สามารถให้ได้

ปุ๋ยตรา FK จึงเป็นปุ๋ยที่มีความเข้มข้นสูง และมีธาตุอาหารครบถ้วน ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ใช้ได้ทั้งวิธีฉีดพ่นทางใบ และให้ไปกับระบบน้ำหยด ละลายเร็วไม่ตกค้าง ไม่ทำให้สายน้ำหยดอุดตัน


ซื้อปุ๋ย โฟแมน กับ ฟาร์มเกษตร
ถูกที่สุด คุณภาพเต็มแม็กซ์
โทร 089-459-9003


FK-1 : ปุ๋ยเร่งโต เร่งเขียว (Premium)
ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยเขียว ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ ที่ดีที่สุดสำหรับเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความเขียวแข็งแรงให้กับพืช ราคา 890 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
ปุ๋ยเร่งผลผลิต (Premium)
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง FK-ชุดเร่งผลผลิต (สำหรับพืชออกผล ทุกชนิด เพิ่มน้ำหนัก และคุณภาพผลผลิต) ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน Lazada
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง (Premium)
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง FK-3C เร่งมันสำปะหลังลงหัว เพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง มันสำปะหลังหัวใหญ่ มีน้ำหนักดี ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
ปุ๋ยเร่งหนักเร่ง CCS อ้อย (Premium)
ปุ๋ยสำหรับอ้อย FK-3S เร่งผลผลิตอ้อย ทำให้อ้อยย่างปล้องสูง เพิ่มความหวาน เพิ่ม CCS และได้น้ำหนัก ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE
ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเร่งผลผลิตข้าว
ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยสำหรับนาข้าว
ปุ๋ยน้ำ FK-3R ฉีดพ่นทางใบ ปุ๋ยน้ำ ทำให้ข้าวรวงยาวใหญ่ เมล็ดเต็ม มีน้ำหนักดี ให้ผลผลิตสูง
ราคา 950 บาท โทรซื้อ 089-4599003
สั่งซื้อบน LINE

ติดตั้งแอพ "เกษตร" เข้าเว็บนี้ด้วยแอพฯ

ปุ๋ยตรา FK ดีอย่างไร?

คลิกเพื่อดูรายละเอียด (พิจารณากราฟการปลดปล่อยธาตุอาหาร)

data-ad-format="autorelaxed">

เลือกหมวด :

แสดงเนื้อหารวมจากทุกหมวด, สินค้าเกษตร, ไอเดียและเทคโนโลยีเกษตร, รวม VDO เด่นจาก FK, นาข้าว, เศรษฐกิจเกษตร, ไร่อ้อย, มันสำปะหลัง, ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, ไร่ข้าวโพด, ผักและการปลูกผัก, การปลูกพืช, ไม้ผล ไม้ยืนต้น, เกษตรน่ารู้, สมุนไพร, ไม้มงคล, พุทธศึกษา, FK Talk, สุขภาพ, การใช้ SUN กับพืชต่างๆ, แอพฯด้านเกษตร, ไม้ดอก ไม้ประดับ, องค์กรด้านเกษตร, ซื้อขายที่ดิน, ห้องปศุสัตว์, ประมง, เกษตรกรตัวอย่าง, ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว, FK Freestyle, Agri live update, ออแกนิกส์, จักรกล, อุปกรณ์การเกษตร, ไร่กาแฟ,


แสดงทั้งหมดใน [ผักและการปลูกผัก]:
ราคา ผักชี พุ่งสูงมาก ต่างประเทศต้องการ นิยมบริโภคสูงขึ้น
ผักชี ชาวญี่ปุ่นมีความต้องการบริโภคสูง เหตุจากนักวิจัยชาวญี่ปุ่นเอง ได้ทดลองพบประโยชน์ของผักชีมากมาย จนเกิดเป็นกระแส..
อ่านแล้ว: 2336
ปลูกตะไคร้ รายได้เป็นแสน
ปลูกตะไคร้ ตะไคร้เป็นพืช พื้นบ้านที่มีประโยชน์ ได้ทั้งทำอาหาร เครื่องดื่ม เป็นยารักษาโรค และไล่แมลง ตะไคร้เป็นพืชเศรษฐ..
อ่านแล้ว: 832
ผักเหลียง ปลูกในสวนยางพารา ปลูกง่าย ขายส่งโลละ 70 บาท
ผักเหลียง - เจ้าของสวนยาง 100 ไร่ ปลูกผักเหลียง นาน 10 ปี มีรายได้ชดเชยราคายางตก ปลูกขายส่ง กิโลกรัมละ 70 บาท สร้างรายได
อ่านแล้ว: 1278
การปลูกมะเขือเปราะ
การปลูกมะเขือเปราะ ปลูกได้ตลอดทั้งปี ทุกสภาพดิน มีผลการทดสอบว่า ต้านมะเร็งตับและ มะเร็งลำไส้ได้ แถมลดไข้ แก้อักเสบ..
อ่านแล้ว: 1402
พริกขี้หนูสวน พันธุ์ใหม่ เผ็ด ทนแล้ง หอม
พริกขี้หนูสวน เป็นเครื่องปรุงอาหารคู่ครัวไทยมาช้านาน ตลาดมีความต้องการสูง แต่กลับไม่มีพันธุ์สำหรับปลูกเพื่อการค้า..
อ่านแล้ว: 1442
แตงกวาญี่ปุ่น ปลูกแตงกวาญี่ปุ่น สร้างเงินแสน บนพื้นที่เพียง 160 ตารางวา
แตงกวาญี่ปุ่น - เกษตรกรที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ใช้พื้นที่ในบ้าน สร้างโรงเรือนขนาด 160 ตารางวา ศึกษาด้วยตนเองสร้างรายได้นับแสน..
อ่านแล้ว: 1883
ปลูกชะอมให้ได้ยอดตลอดทั้งปี
ปลูกชะอม เมื่อชะอมแตกยอดอ่อน ควรมีการเสริมปุ๋ยให้แก่ชะอมและควรให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ประมาณ 15 วันครั้ง การให้ น้ำ..
อ่านแล้ว: 957
หมวด ผักและการปลูกผัก ทั้งหมด >>

 ปิดโฆษณานี้ X