บทความนี้อยู่ในหมวด: เกษตรน่ารู้ | อ่านแล้ว 48345 คน | สั่งพิมพ์หน้านี้

ทราบหรือไม่ ว่าดินมีหน้าที่อะไร

หน้าที่และความสำคัญของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชและการเกษตรกรรม กล่าวโดยสรุปได้...

ทราบหรือไม่ว่าดินมีหน้าที่อะไร และมีความสำคัญอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

หน้าที่และความสำคัญของดินที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชและการเกษตรกรรม กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
๑. ดินทำหน้าที่เป็นที่ให้รากพืชได้เกาะยึดเหนี่ยวเพื่อให้ลำต้นของพืชยืนต้นได้อย่างมั่นคง แข็งแรง ขณะที่พืชเจริญเติบโต รากของพืชจะเติบโตชอบไชหยั่งลึกแพร่กระจายลงไปในดินอย่างกว้างขวางทั้งแนวลึกและแนวราบ ดินที่ร่วนซุยและมีชั้นดินลึก รากพืชจะเจริญเติบโตแข็งแรง สามารถเกาะยึดดิน ต้านทานต่อลมพายุไม่ทำให้ต้นพืชล้มหรือถอนโคได้
๒. ดินเป็นแหล่งให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทั้งนี้เนื่องจากธาตุอาหาร พืชจะถูกปลดปล่อยออกจากอินทรีวัตถุ และแร่ต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของดิน ให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย
๓. ดินเป็นแหล่งที่เก็บกักน้ำหรือความชื้นในดิน ให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดึงดูดได้ง่าย เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงลำต้นและสร้างการเจริญเติบโต น้ำในดินจะต้องอยู่ในสภาพที่เหมาะสมเท่านั้น ที่รากพืชสามารถดึงดูดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ การรดน้ำพืชจนขังแฉะรากพืชไม่สามารถดึงดูดน้ำขึ้นไปใช้ประโยชน์ได้ จะทำให้พืชเหี่ยวเฉาและตายในที่สุด
๔. ดินเป็นแหล่งที่ให้อากาศในดิน ที่รากพืชใช้เพื่อการหายใจรากพืชประกอบด้วยเซลล์ที่มีชีวิต ต้องการออกซิเจนสำหรับการหายใจทำให้เกิดพลังงานเพื่อการดึงดูดน้ำ ธาตุอาหารและการเจริญเติบโต ดินที่มีการถ่ายเทอากาศดี รากพืชจะเจริญเติบโตแข็งแรง ดูดน้ำและ ธาตุอาหารได้มาก ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลิตผลสูง

 

พืชไม่ได้ต้องการเพียงธาตุอาหารหลัก NPK เท่านั้น 
ปุ๋ยอินทรีย์ จากฟาร์มเกษตรประกอบไปด้วยธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง ที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกันของพืช นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยจุลินทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยแป้ง ประกอบไปด้วยอาหารของจุลินทรย์ ประกอบด้วยธาตุอาหารปลดปล่อยเร็ว ธาตุอาหารปลดปล่อยช้า และกรดอมิโนที่พืชดูดกินได้ทันที

ปุ๋ยตรานกอินทรีคู่
จากฟาร์มเกษตร ผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ ปลอดสารพิษ ส่งออกไปยังประเทศจีน ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ กาน่า ด้วยเทคโนโลยีการผลิต และความร่วมมือจากนักลงทุนประเทศ ออสเตเลีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย โดยคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และยังมี สสว. องค์กรของภาครัฐร่วมลงทุนอยู่ด้วยประมาณ 15% จึงมันใจได้ว่า ปุ๋ยตรานกอินทรีคู่ มีคุณภาพสูง และเป็นที่ยอมรับในองค์กรชั้นนำ
สนใจติดต่อ คุณปิยะมาศ 089-4599003
หรือ ดูรายการสินค้าและราคาคลิกที่นี่

เนื้อดินที่มีความเหมาะสมในการเพาะปลูกเป็นอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ความสำคัญของเนื้อดินที่มีต่อความเหมาะสมในการเพาะปลูก
๑. ด้านการเตรียมดิน กลุ่มดินเหนียวและกลุ่มดินค่อนข้างเหนียวจะไถพรวนลำบาก กล่าวคือ เมื่อเปียกจะเหนียวจัด ถ้าแห้งก็จะแข็งจัดการเตรียมดินเพื่อการปลูกพืชทำได้ลำบากกว่ากลุ่มดินร่วนและกลุ่มดินทราย ซึ่งจะไถพรวนง่ายกว่า
๒. ด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน กลุ่มดินเหนียวและค่อนข้างเหนียวจะมีความสามารถอุ้มปุ๋ย หรือธาตุอาหารพืชและน้ำไว้ในดินได้มากกว่ากลุ่มดินร่วนและดินทราย ดังนั้นถ้าเราสามารถทำให้ดินเหนียวและดินค่อนข้างเหนียวมีสภาพไม่แน่นทึบ ดินมีความโปร่งพอสมควร ดินพวกนี้จะปลูกพืชได้งามดี ไม่ต้องการปุ๋ยมากนัก ตรงข้ามกับกลุ่มดินร่วนและดินทรายซึ่งจะอุ้มน้ำและปุ๋ยได้น้อย ถ้าดินไม่ได้รับปุ๋ย หรืออินทรีวัตถุในดินมีอยู่น้อย พืชที่ปลูกมักจะไม่ค่อยงาม ต้องรดน้ำบ่อยใส่ปุ๋ยบ่อยๆ พืชจึงจะงอกงามดี
๓. ความโปร่งและร่วยซุย ดินในกลุ่มดินเหนียวมักจะแน่นทึบต้องพรวนบ่อยๆ หรือต้องจัดการเรื่องการระบายน้ำให้ดี เพราะจะขังน้ำได้ง่าย ทำให้รากพืชเน่าและไม่สามารถดูดน้ำและปุ๋ยได้อย่างปกติ จึงต้องหาวิธีทำให้ดินพวกนี้โปร่ง เช่น ใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักผสมดินตอนเตรียมดินให้มากๆ ส่วนดินร่วนและดินทรายจะมีคุณสมบัติโปร่ง การระบายน้ำดี อากาศถ่ายเทดี เหมาะกับการเจริญเติบโตและการดึงดูดปุ๋ยและน้ำในดินของราก แต่บางครั้งดินที่มีทรายปนอยู่มากจะโปร่งจนเกินไป พืชขาดน้ำง่ายเพราะดินแห้งเร็ว ต้องรดน้ำบ่อยๆ ทำให้การดูแลลำบาก เราสามารถเพิ่มความอุ้มน้ำของดินร่วนและดินทรายได้ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรืออินทรีวัตถุต่างๆ ผสมกับดินให้มากๆ

ความเป็นกรด-ด่างของดินมีความสำคัญอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

สภาพความเป็นกรด-ด่างของดินนั้นเราสามารถตรวจสอบได้ ปกติเรามักใช้บอกความเป็นกรด-ด่างด้วยค่าที่เรียกว่า พีเอช หรือนิยมเขียนสัญลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษ pH ความหมายของค่าพีเอนี้ขออธิบายดังนี้ ช่วงของพีเอของดินโดยทั่วไปจะมีค่าอยู่ระหว่างประมาณ 3.0-9.0 ค่า pH 7.0 บอกถึงสภาพความเป็นกลางของดิน กล่าวคือ ดินมีตัวที่ทำให้เป็นกรดและตัวที่ทำให้เป็นด่างอยู่เป็นปริมาณเท่ากันพอดี ค่าที่ต่ำกว่า 7.0
เช่น 6.0 บอกสภาพความเป็นกรดของดิน ในกรณีนี้เมื่อดินมี pH 6.0 เราก็จะทราบว่าดินเป็นกรดอย่างอ่อน มีสภาพเป็นกรดมากกว่าดินที่มี pH 7.0 (เป็นกลาง) สิบเท่า ค่า pH ของดินยิ่งลดลงเท่าใดสภาพความเป็นกรดก็รุนแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น ดินที่มี pH 5.0 จะเป็นกรดมากกว่า pH 6.0 สิบเท่า และมากเป็น 100 เท่าของดินที่มี pH 7.0 แต่ละค่าของ pH ที่ต่างกันหนึ่งหน่วยจะบอกความเป็นกรดที่แตกต่างกันสิบเท่า เช่นเดียวกับดินที่มี pH สูงกว่า 7.0 ก็จะบอกสภาพความเป็นด่างของดิน ยิ่งมีค่าสูงกว่า 7.0 เท่าใด ความเป็นด่างก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และจะเป็นด่างมากขึ้นเป็นสิบเท่าต่อความแตกต่างกันหนึ่ง หน่วยของค่า pH ระดับความรุนแรงของความเป็นกรด-ด่างของดินสามารถบอกได้จากค่าของ pH ดังนี้
ค่าของ pH ของดินสามารถวัดได้ด้วยเครื่องวัดความเป็นกรดในภาคสนามสามารถใช้ชุดตรวจสอบชนิดใช้น้ำยาเปลี่ยนสีตรวจสอบเรียกwbr pH Test Kit หรือชุดตรวจสอบ pH

ธาตุอาหารในดินมีกี่ชนิด แบ่งเป็นอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ธาตุอาหารพืชในดิน 13 ธาตุ นั้นมีดังนี้คือ
กลุ่มที่ ๑ ไนโตเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สามธาตุนี้พืชมักต้องการเป็นปริมาณมาก แต่มักจะมีอยู่ในดินไม่ค่อยพอกับความต้องการของพืชที่ปลูก ต้องช่วยเหลือโดยใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ เฉพาะธาตุอาหารในกลุ่มนี้เท่านั้นที่จะขอกล่าวไว้พอสมควรในที่นี้
กลุ่มที่ ๒ แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน สามธาตุนี้พืชต้องการมากเหมือนกัน บางธาตุก็ไม่แพ้กลุ่มที่หนึ่ง แต่ธาตุทั้งสามนี้โดยปกติมักอยู่ในดินค่อนข้างมากเพียงพอกับความต้องการของพืชทั่วๆ ไป เมื่อเราใส่ปุ๋ยสำหรับธาตุในกลุ่มที่ 1 ธาตุในกลุ่มที่ 2 นี้ก็มักจะติดมาด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหาเกิดการขาดหรือมีไม่ พอเพียงกับความต้องการของพืช
กลุ่มที่ ๓ เหล็ก แมงกานีส โบรอน โมลิบดินัม ทองแดง สังกะสี และคลอรีน ธาตุทั้งเจ็ดนี้ พืชโดยทั่วไปมีความต้องการเป็นปริมาณน้อยมาก เราจึงเรียกธาตุในกลุ่มที่ 3 นี้ว่า จุลธาตุอาหาร ธาตุพวกนี้บางธาตุถ้ามีอยู่ในดินเป็นปริมาณมากเช่นเหล็กและแมงกานีส ก็จะกลับกลายเป็นพิษแก่พืชได้ อย่างไรก็ตามธาตุพวกนี้รวมทั้งในกลุ่มที่ 2 ต่างก็มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชเท่าเทียมกันหมด และมีความสำคัญเท่าเทียมกับกลุ่มที่ 1 ด้วยเช่นกัน ถ้ามีธาตุใดขาดไป หรือไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช พืชก็จะหยุดชะงักการเจริญเติบโตและจะตายไปในที่สุด ธาตุอาหารในกลุ่มที่ 3 นี้ก็เช่นเดียวกัน จะไม่ขอกล่าวเพราะเป็นเรื่องที่ยืดยาวมากถ้าจะกล่าวกันให้ครบถ้วน


อ่านเรื่องนี้แล้ว : 48345 คน £

ปุ๋ยเร่งโต
ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยเขียว
FK-1 ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ ที่ดีที่สุดสำหรับเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความเขียวแข็งแรงให้กับพืช
ราคา 890 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
ปุ๋ยมัน
ปุ๋ยเร่งหัวมันสำปะหลัง
FK-3C เร่งมันสำปะหลังลงหัว เพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง มันสำปะหลังหัวใหญ่ มีน้ำหนักดี
ราคา 950 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
ปุ๋ยข้าว
ปุ๋ยสำหรับนาข้าว
FK-3R ฉีดพ่นทางใบ ทำให้ข้าวรวงยาวใหญ่ เมล็ดเต็ม มีน้ำหนักดี ให้ผลผลิตสูง
ราคา 950 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
ปุ๋ยอ้อย
ปุ๋ยสำหรับอ้อย
FK-3S เร่งผลผลิตอ้อย ทำให้อ้อยย่างปล้องสูง เพิ่มความหวาน เพิ่ม CCS และได้น้ำหนัก
ราคา 950 บาท
โทร 089-4599003
Line ID: primpb
Facebook Prim
แสดงทั้งหมดใน [เกษตรน่ารู้]:
เกาะติดศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยใน AEC
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในลำดับต้นที่ส่งออกไปยังตะวันออกกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากอดีตที่ผ่านมา
อ่านแล้ว: 49
ส่งออกเครียดบาทแข็งทุบออร์เดอร์ใหม่
บาทแข็ง-ค่าเงินคู่ค้าอ่อน ส่อเค้าป่วนยาวทุบออร์เดอร์ใหม่ ไตรมาส1วูบ กลุ่มอาหาร-เกษตร โดนหนักสุด..
อ่านแล้ว: 138
ศึกษาตลาดเกษตรไทยในยุโรป
กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป เร่งดำเนินโครงการศึกษาสถานการณ์สินค้าเกษตรและ..
อ่านแล้ว: 152
ดัชนีราคาสินค้าเกษตรขยับ ภาพรวมสูงขึ้น
ภาพรวมราคาสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เที่ยบกับธันวาคมปี 57 ยางพารา ปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น มันสำปะหลัง สุกร ลดลง
อ่านแล้ว: 231
ผักตบชวา มีโปแตสเซียมสูงถึง 20%!
ผักตบชวานั้น เป็นพืชที่มีโปแตสเซียมเป็นส่วนประกอบมาก สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ยได้เป็นอย่างดี หาได้ไม่ยาก
อ่านแล้ว: 408
วิกฤตหรือโอกาศ ในยุคข้าวยากหมากแพง?
ยุคนี้อาหาร สาธารณูปโภคพื้นฐานราคาแพง ในขณะที่เงินไม่สะพัด ลอจิสติกขาดรายได้ เราจะปรับตัวอย่างไร กับภาวะแบบนี้..
อ่านแล้ว: 289
ทำไมใบไม้จึงมีสีเขียว ?
ด้วยเหตุผลอะไรกัน ที่ทำให้ใบไม้ส่วนมาก 90 เปอร์เซ็นของพันธุ์ไม้เลยก็ว่าได้ จึงต้องมีใบสีเขียว เพราะคลอโรฟิลหรืออย่างไร?
อ่านแล้ว: 641
หมวด เกษตรน่ารู้ ทั้งหมด >>

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน:

ใคร
sutisa3340@hotmail.com
ทามมัยคัคลอกไมได้อ่ะ
08 ธ.ค. 2554 , 10:31 PM  e

......
batzaza13@hotmail.com
.....
18 พ.ย. 2553 , 06:37 PM  e

pe_kuanteen
pe_kuanteen@hotmail.com
ข้อมูลดีแล้วครับแต่ยังไม่ค่อยละเอียดนะครับ
28 ส.ค. 2553 , 07:47 AM  e

นภัสสรณ์ ไมตรีจิตร
aqw1234@hotmal.co.th
เก่งมาก
21 มิ.ย. 2553 , 04:37 AM  e

Drem
aing-kitty@hotmail.com
อ้างอิงเยอะกว่านี้ไดป๊ะซัก1หน้ากระดาษเลย
17 มิ.ย. 2553 , 06:34 AM  e

pim
namfonwbs_waii@hotmail.com
ไม่เห็นมีความหมายการเจิรญเติบโตเลยค่ะ

15 มิ.ย. 2553 , 07:40 PM  e

จามา
jama_sumalai@gmail.com
ขอบคุณ
19 ก.พ. 2553 , 07:28 PM  e

kimnolee
kim_nolee@hotmail.com
ขอความสำคัญของธาตุอาหารในดินต่อการเจริญเติบโตของพืชมีอะไรบ้าง
08 ก.ค. 2552 , 01:33 AM  e

ส่งความคิดเห็น