คุณกำลังใช้เว็บเวอร์ชั่นเก่า ไปเวอร์ชั่นใหม่ คลิก..
FarmKaset.ORG :  The best of organic fertilizer
ชำระค่าสินค้าจากฟาร์มเกษตร ได้ที่ 7 ELEVEN ทุกสาขา
ติดตั้งแอพ เกษตร เพื่อเข้าใช้เว็บนี้
รองรับทั้ง iPhone และ Android
FarmKaset.ORG design for iOS Safari FarmKaset.ORG design for android chrome
ขณะนี้: ท่านกำลังอยู่ในส่วนของ องค์ความรู้ ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร
หน้าแรก สินค้า การสั่งซื้อ สมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย บริการ แอพผสมปุ๋ย ความรู้เกษตร เว็บบอร์ด พืชเศรษฐกิจ ติดต่อเรา FarmKaset.ORG Fan Page



 เกษตรน่ารู้
เก็บไม่ทันขาย-รายได้งาม! หลินจือแดง บ้านเกาะใหญ่ ออร์เดอร์ล้นเกินปีใหม่
พัฒนาเห็ดหลินจือแดงไปอีกขั้น โดยนำเห็ดหลินจือแดงสดที่ตากแห้งส่งให้ มอ.หาดใหญ่ตรวจเพื่อยื่นเรื่องขอ อย.
สารคามติวเข้มเกษตรกร รู้ทันเล่ห์พ่อค้าโกงตาชั่ง ระบาดหนักสุดในภาคอีสาน!
เผยมีเครื่องชั่งไฟฟ้าที่ใช้รับซื้อข้าวเปลือก ยางพารา แอบใช้รีโมตกำหนดน้ำหนักเองได้ กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 เครื่อง
เพาะเลี้ยง ไข่น้ำ อาหารปลาราคาถูก
คนอีสานรู้จักผำมาแต่โบราณ เอาทำกับข้าว ผัดใส่ไข่เจียว แต่รู้จักเอามาจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในหน้าฝนเกิดขึ้นมาก แต่..
เปิดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ข้าว ทุเรียน ปาล์ม แนะเกษตรกรวางแผนเก็บกักน้ำ ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่
บูรณาการศึกษาวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ ของการผลิตข้าวหอมมะลิ การผลิตข้าว กข การผลิตทุเรียน และการผลิตปาล์มน้ำมัน
เปิดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ข้าว ทุเรียน ปาล์ม แนะเกษตรกรวางแผนเก็บกักน้ำ ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่
เกษตรฯ-สธ. เผยผลตรวจผักสวนครัวผลไม้ประเภท ผักชี-ผักชีฝรั่ง-มังคุด-องุ่น พบสารตกค้างอื้อ
ชำแหละ! พ.ร.บ.พันธุ์พืช ใครได้ ใครเสีย?
น้ำปลา..ครอบจักรวาล
เกษตรฯเปิดแผนขับเคลื่อนปี 61 ทุ่ม 5.7หมื่นล้าน ดัน 15 โครงการ
ไฟเขียว 2.2พันล้าน ปั้น11โครงการ มุ่งพัฒนาระบบชลประทาน เสริมแกร่งการเกษตร
กฎหมาย กับไม้พะยูง
สสส.หนุนขนมไทยอ่อนหวาน ปล่อยเมนูใหม่ ฝอยทองหญ้าหวาน
พาณิชย์เตือนชาวนา ระวังกลโกงพ่อค้าแสบ ลวงใช้เล่ห์ตุกติกชั่งน้ำหนักสินค้าเกษตร

*ทั้งหมดในหมวด

 หมวดหมู่ทั้งหมด
เกษตรกรตัวอย่าง
ปาล์มน้ำมัน
ไร่อ้อย
ยางพารา
ออแกนิกส์
สินค้าเกษตร
เกษตรน่ารู้
มันสำปะหลัง
FK Freestyle
นาข้าว
การปลูกพืช
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
ผักและการปลูกผัก
ห้องปศุสัตว์
Agri live update
ไม้ดอก ไม้ประดับ
ไม้ผล ไม้ยืนต้น
สุขภาพ
สมุนไพร
FK Talk
พุทธศึกษา
ไม้มงคล
ไร่ข้าวโพด
ไร่กาแฟ
องค์กรด้านเกษตร
การใช้ SUN กับพืชต่างๆ
แอพฯด้านเกษตร
ซื้อขายที่ดิน
จักรกล, อุปกรณ์การเกษตร
รวม VDO เด่นจาก FK
ไอเดียและเทคโนโลยีเกษตร
ประมง
เศรษฐกิจเกษตร
ภาพถ่ายเกษตร
พิมพ์หน้านี้
อ่านหน้านี้แล้ว 297 คน กด Like, Share, g+, Tweet ให้หน่อยนะ ^^
ต้องการบทความเรื่องใด ส่งอีเมล์มาเราจัดให้
แจ้งขอบทความที่ sandman.enter@gmail.com
farmkaset mobile version
Excerpt

ชำแหละ! พ.ร.บ.พันธุ์พืช ใครได้ ใครเสีย?

บทความนี้อยู่ในหมวดเกษตรน่ารู้แสดงหมวด เกษตรน่ารู้

อัปเดท ( 16 ตุลาคม 2560 ) , เข้าชมแล้ว (297) , ความคิดเห็น (0) , สั่งพิมพ์คลิกที่นี่

ประเด็นร้อนต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ...ที่ยกร่างขึ้นใหม่เพื่อจะใช้แทน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ที่กรมวิชาการเกษตรผู้ยกร่างฯกับมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ที่มองต่างมุม โดยสงวนจุด ร่วมยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นที่ตั้ง ความจริงจะเป็นอย่างไร ใครได้-ใครเสีย รวมถึงบางประเด็นที่ยังมีข้อถกเถียง ทำให้กรมวิชาการเกษตรต้องขยายระยะเวลาการรับฟังความเห็นออกไปจากจะสิ้นสุดวันที่ 20 ตุลาคมเป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 “ฐานเศรษฐกิจ” ฉบับนี้รายงานพิเศษถึงมุมมองที่แตกต่างของผู้มีส่วนได้-เสียต่อร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทั้งเอกชน ราชการ และกลุ่มเอ็นจีโอ ดังนี้

ดร.ชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย

ดร.ชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย



**ยันไม่กระทบเกษตรกร
ดร.ชัยฤกษ์ สงวนทรัพยากร นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ เป็น การคุ้มครองการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งเป็นการคุ้มครองเชิงทรัพย์สินทางปัญญาให้สิทธินักปรับปรุงพันธุ์พืชจากภาครัฐ ภาคเอกชน หรือเกษตรกรที่มีความรู้ความสามารถในการปรับปรุงพันธุ์พืชจนได้เป็นพันธุ์พืชใหม่และนำมาจด ทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ใหม่ภายใต้ พ.ร.บ.นี้

“ประเด็นการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ และการใช้พันธุ์พื้นเมืองทั่วไปมักจะถูกนำมาบิดเบือนสร้างความสับสนให้กับสาธารณะ เช่น เป็นการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ให้บริษัทเอกชน/เกษตรกรมีความผิดติดคุก หากเก็บรักษาพันธุ์ไว้ปลูกต่อ และการหลีกเลี่ยงไม่ต้องแบ่งปันผลประโยชน์ของบริษัทเอกชน ทางสมาคมขอยืนยันว่าไม่จริง ไม่ได้ห้ามหรือจำกัดสิทธิเกษตรกรหรือประชาชนคนใดในการเก็บพันธุ์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ และ
ถึงแม้ว่าจะเป็นพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับอนุมัติให้เป็นพันธุ์พืชใหม่ตาม พ.ร.บ.นี้ เกษตรกรก็มีสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ไปปลูกรุ่นต่อๆไปได้”

ส่วนเรื่องการผูกขาดเมล็ดพันธุ์เป็นไปไม่ได้ในประเทศไทย เพราะพันธุ์พืชชนิดเดียวกันกับพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับการอนุมัติจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีอีกมากมาย ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพันธุ์พืชใหม่ ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีพันธุ์แตงกวา กว่า 100 พันธุ์ หากนาย ก.ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่และได้รับอนุมัติให้เป็นแตงกวาพันธุ์ใหม่ตาม พ.ร.บ.นี้ อีกหนึ่งพันธุ์ เกษตรกรก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเลือกใช้พันธุ์ใหม่ของนาย ก. เกษตรกรสามารถเลือกซื้อพันธุ์แตงกวาจากหน่วยราชการ สถาบันการศึกษา หรือบริษัทต่างๆ ได้ตามความพอใจ

**เหตุต้องเป็นสมาชิกUPOV
ดร.ชัยฤกษ์ กล่าวอีกว่า การเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (อนุสัญญา UPOV 1991) จะทำให้พันธุ์พืชไทยที่ส่งไปขายในประเทศภาคีสมาชิก (72 ประเทศ) ได้รับการคุ้มครองพันธุ์ที่ไทยได้พัฒนาขึ้น หากไม่ได้เป็นสมาชิกก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองพันธุ์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนเรื่องระยะเวลาการคุ้มครองได้รับการขยายต่อไปยาวนานจนกลายเป็นการผูกขาดที่นานเกินไป ในเรื่องนี้ถือเป็นความจำเป็น เพราะการพัฒนาพันธุ์ต้องใช้ทั้งทุนทรัพย์ เวลา และความทุ่มเทของนักปรับปรุงพันธุ์ สิทธิตัวนี้ควรเป็นของนักปรับปรุงพันธุ์ ที่ต้องได้รับผลตอบแทนไปตลอดเหมือนกับค่ายเพลง ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย(BioThai)

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย(BioThai)



**โต้กรมแจงไม่หมด
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย(BioThai) กล่าวว่า จากที่กรมวิชาการเกษตรได้แถลงออกมานั้นเป็นการอธิบายคนละมุม ชี้แจงไม่หมด ยกตัวอย่างในกรณีที่อ้างว่าเกษตรกรยังคงเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชได้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากในร่างพ.ร.บ.มาตรา 35 จะระบุข้อความว่า “เพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์สำหรับพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับความคุ้มครอง เกษตรกรมีสิทธิในการใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองเป็นผู้ผลิตในพื้นที่ของตนเอง”

แต่ทั้งนี้กลับเพิ่มเงื่อนไขสำคัญต่อท้ายว่า “เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชมีอำนาจออกประกาศกำหนดพันธุ์พืชใหม่ชนิดใดเป็นพันธุ์พืชที่สามารถจำกัดปริมาณการเพาะปลูกหรือการขยายพันธุ์ทั้งหมดหรือบางส่วนของเกษตรกร
ที่จะเอาไปปลูกต่อโดยสามารถจะจำกัดได้บางส่วน หรือทั้งหมด” นี่เป็นสิ่งที่ UPOV 1991 ประเทศสหรัฐอเมริกาและบริษัทยักษ์ใหญ่ผลักดันมาโดยตลอด ที่จะจำกัดพันธุ์และปริมาณที่จะไปขยายต่อ ทั้งนี้หากเกษตรกรปลูกพันธุ์พืชใหม่ตามประกาศข้างต้นแล้วเก็บรักษาพันธุ์ไปปลูกต่อ หรือแจกจ่ายแก่เพื่อนบ้านจะมีความผิดตามร่าง พ.ร.บ.มาตรา 74 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่สำคัญการแก้กฎหมายฉบับนี้ควรจะปรับแก้เป็นรายมาตรา ไม่ใช่ทั้งฉบับ

**เปิดทางบรรษัทผูกขาด
ส่วนการขยายสิทธิผูกขาดแก่บริษัทเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น จากเดิมพืชที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี และพืชที่ให้ผลผลิตตามลักษณะประจำพันธุ์ได้หลังจากปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ในเวลาเกินกว่า 2 ปีให้การคุ้มครอง 12 ปีและ 17 ปีตามลำดับนั้น ในมาตรา 31 ของร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ขยายระยะเวลาออกไปเป็น 20 ปี ส่วนไม้เถายืนต้น (เช่น องุ่น) ให้มีระยะเวลา 25 ปี

“ไบโอไทย ยังมีงานวิจัยที่นักวิชาการได้ศึกษาผลกระทบไว้จากร่าง พ.ร.บ.นี้ 5 ด้าน ได้แก่ 1. ประเทศไทยสูญเสียอิสระในการกำหนดนโยบายคุ้มครองพันธุ์ 2. บรรษัทยึดครองตลาดพันธุ์พืช 3. กระทบความมั่นคงทางอาหาร 4. เกษตรกรต้องซื้อพันธุ์ราคาแพง และ 5 ลดทอนกลไกการจัดการทรัพยากรชีวภาพ”

สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร



**กรมยํ้าไม่เสียประโยชน์
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่าการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นการเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้สอดคล้องกับข้อมูลของ
อนุสัญญา UPOV 1991 แต่ยังมิใช่เป็นการขอความเห็นชอบในการเป็นภาคี UPOV 1991 เนื่องจากเป็นแนวทางปฏิบัติที่ประเทศส่วนใหญ่ใช้อยู่ ส่วนการตัดสิทธิของเกษตรกรเก็บรักษาพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกต่อนั้นได้ไปใส่ไว้ในมาตรา 35 เพื่อให้เกิดความชัดเจน ยืนยันว่าเกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในฤดูต่อไปในพื้นที่ของตนเองได้โดยไม่มีโทษ ส่วนการขยายระยะเวลาการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่ของบริษัทออกไปตาม UPOV 1991 โดยขยายสิทธิผูกขาดพันธุ์พืชออกไปจาก 12-17 ปี เป็น 20-25 ปีแล้วแต่กรณี (ยกเว้นพืชที่ให้เนื้อไม้)

“สาเหตุขยายเวลาการคุ้มครองตามกลุ่มพืชจากเดิมพืชล้มลุก 12 ปี เป็น 20 ปี พืชไม้ผลยืนต้นจาก 17 ปีเป็น 25 ปี และพืชให้เนื้อไม้จาก 27 เป็น 25 ปี นั้นเนื่องจากในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชกว่าจะได้พันธุ์ใหม่ที่ดีมีศักยภาพออกสู่ตลาดจำเป็นต้องใช้ทุนทั้งสติปัญญาเวลาและงบประมาณ ที่สำคัญจะทำให้นักปรับปรุงพันธุ์มีแรงจูงใจที่จะลงทุนและลงแรงในการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมา”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,305 วันที่ 15 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560


£

คุณอยู่ในเว็บเวอร์ชั่นเก่า กรุณาโพสคอมเม้นบนเว็บเวอร์ชั่นใหม่ คลิกที่นี่


คุณอยู่ในเว็บเวอร์ชั่นเก่า กรุณาโพสคอมเม้นบนเว็บเวอร์ชั่นใหม่ คลิกที่นี่


ชื่อ  
อีเมล์    
ความเห็น | PC Mode | Mobile Mode |

พิมพ์คำว่า "คนไทย"    

Excerpt this page on language :
Afrikaans (Afrikaans) | Shqip (Albanian) | عربي (Arabic) | Հայերէն (Armenian) | آذربایجان دیلی (Azerbaijani) | Euskara (Basque) | Беларуская (Belarusian) | Български (Bulgarian) | Català (Catalan) | 中文简体 (Chinese Simplified) | 中文繁體 (Chinese Traditional) | Hrvatski (Croatian) | Čeština (Czech) | Dansk (Danish) | Nederlands (Dutch) | English (English) | Eesti keel (Estonian) | Filipino (Filipino) | Suomi (Finnish) | Français (French) | Galego (Galician) | ქართული (Georgian) | Deutsch (German) | Ελληνικά (Greek) | Kreyòl ayisyen (Haitian Creole) | עברית (Hebrew) | हिन्दी (Hindi) | Magyar (Hungarian) | Íslenska (Icelandic) | Bahasa Indonesia (Indonesian) | Gaeilge (Irish) | Italiano (Italian) | 日本語 (Japanese) | 한국어 (Korean) | Latviešu (Latvian) | Lietuvių kalba (Lithuanian) | Македонски (Macedonian) | Malay (Malay) | Malti (Maltese) | Norsk (Norwegian) | فارسی (Persian) | Polski (Polish) | Português (Portuguese) | Română (Romanian) | Русский (Russian) | Српски (Serbian) | Slovenčina (Slovak) | Slovensko (Slovenian) | Español (Spanish) | Kiswahili (Swahili) | Svenska (Swedish) | ไทย (Thai) | Türkçe (Turkish) | Українська (Ukrainian) | اردو (Urdu) | Tiếng Việt (Vietnamese) | Cymraeg (Welsh) | ייִדיש (Yiddish) | Laos (สปปลาว) | Cambodian (Cambodian)

สินค้า
Plantation
สารปรับปรุงดิน
สารปรับสภาพดิน
ปุ๋ย-ยา สำหรับ..
 -ยางพารา
 -อ้อย
 -ข้าว
 -มันสำปะหลัง
 -ปาล์มน้ำมัน
 -ข้าวโพด
 -สินค้าทั้งหมด
งาน Contents
ข่าวเกษตร
นิตยสารเกษตร
วารสารเกษตร
ลงโฆษณา นิตยสารเกษตร
ลงโฆษณา วารสารเกษตร
บริการ
Professional Services
ระบบน้ำหยด
Hotline เกษตร
ตรวจวิเคราะห์ดิน
สั่งซื้อออนไลน์
สั่งซื้อบนเฟสบุ๊ค
เกี่ยวกับฟาร์มเกษตร
ห้องหนังสือเกษตร
Knowledge
ทันข่าวเกษตร
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
ข้าวโพด
ปศุสัตว์
การปลูกพืช
ผักและการปลูกผัก
ไม้ดอก
ไม้ผล
สมุนไพร
ไม้มงคล
โสม
เกษตรกรตัวอย่าง
ออแกนิกส์
เกษตรน่ารู้
ฟาร์มเกษตรแนะนำ
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
เกษตร Tips
ห้อง Video
หนังสือทั้งหมด
กระดานซื้อขาย
Public Information
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปศุสัตว์
กระดานรวมด้านเกษตร
คำสำคัญ : เช่ารถตู้ เหมารถตู้ | horoscope | ปุ๋ย | Horoscope matching | การปลูกยางพารา | การปลูกมะนาว | ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ
เว็บไซต์ FarmKaset.ORG
โทร: 089-4599003 , Fax: 045-511273
ติดตามเราได้ที่
FKxTV บน YouTube
FKxTV บน FaceBook , เฟสบุ๊คกลุ่มฟาร์มเกษตร
ร้านฟาร์มเกษตรบนเฟสบุ๊ค , FKTrade.COM
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟาร์มเกษตร
18 หมู่ 6 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
ภายใต้การสนับสนุนจาก
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร: 089-4599003
Fax: 045-511273
FarmKaset Limited Partnership
18 Moo 6 Tambon Bung Amphur Mueng Amnat-Charoen Province 37000

Supported by Science Park, Ubonratchatani University.
Tel: +6689-4599003
Fax: 6645-511273

ข้อมูลบนเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลของฟาร์มเกษตร และข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ตามที่เราได้อ้างถึงไว้ท้ายบทความหรือข้อมูลนั้นๆ

สินค้าสั่งซื้อได้ที่ ร้านออนไลน์ฟาร์มเกษตร (089-4599003) หรือเกี่ยว กับเรา ติดต่อฟาร์มเกษตร

©2011 by FarmKaset.ORG All rights reserved