คุณกำลังใช้เว็บเวอร์ชั่นเก่า ไปเวอร์ชั่นใหม่ คลิก..
FarmKaset.ORG :  The best of organic fertilizer
ชำระค่าสินค้าจากฟาร์มเกษตร ได้ที่ 7 ELEVEN ทุกสาขา
ติดตั้งแอพ เกษตร เพื่อเข้าใช้เว็บนี้
รองรับทั้ง iPhone และ Android
FarmKaset.ORG design for iOS Safari FarmKaset.ORG design for android chrome
ขณะนี้: ท่านกำลังอยู่ในส่วนของ องค์ความรู้ ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร
หน้าแรก สินค้า การสั่งซื้อ สมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย บริการ แอพผสมปุ๋ย ความรู้เกษตร เว็บบอร์ด พืชเศรษฐกิจ ติดต่อเรา FarmKaset.ORG Fan Page



 การปลูกพืช
หนอน หนอนกินใบ หนอนเจาะผล หนอนเจาะลำต้น ทุกหนอน แก้ด้วยไอกี้-บีที
เกลือเป็นหนอน ต้องแก้ปัญหาขององค์กร แต่พืชเป็นหนอน กำจัดง่าย ฉีดพ่นด้วย ไอกี้-บีที กำจัดหนอน ปลอดสารพิษ
พืชใบเหลือง ต้นไม้ใบเหลือง ใบไม้เหลือง อย่าตกใจ บางครั้งแค่ขาดไนโตรเจน
ในบางกรณี ที่เราให้ปุ๋ยที่มีส่วนประกอบของไนโตรเจนไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เขียว หรือพืชดูคล้ายจะไม่ตอบสนองต่อปุ๋ยที่เรา..
ชวนชมใบเหลือง ชวนชมใบร่วง ชวนชมใบจุด เป็นได้สองถึงสามสาเหตุ แต่หลักๆคือ ชวนชมไม่แข็งแรง
โรคและแมลงศัตรูพืช จะเข้าทำลายต้นชวมชมเมื่ออ่อนแอ แต่หากเรารู้วิธีการดูแลชวนชมให้สมบูรณ์แข็งแรง โรคและแมลงก็ไม่มี
เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยไฟ เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี่ยอ่อน เพลี้ยกระโดด แก้ด้วย มาคา
เพลี้ยจักจั่นปีกลาย เพลี้ยไฟ ที่ทำลายเมล่อน และผักต่างๆ ป้องกันและจำกัดเพลี้ยด้วย มาคา สารอัลคาลอยด์
หนอนชอนใบ เมล่อน แตงโม แตงกวา แคนตาลูบ แตงโม ฟักทอง มะระจีน กำจัดด้วย ไอกี้-บีที
แมลงวันหนอนชอนใบ มักจะพบตัวหนอนชอนไช อยู่บริเวณในใบ สังเกตุง่าย จะเห็นรอยเส้นสีขาวคดเคี้ยวเลี้ยวไปมา อยู่บนใบของพืช
ปุ๋ยอินทรีย์ เร่งโต สร้างภูมิต้านทางโรค คุณภาพดีจาก ฟาร์มเกษตร FarmKaset.ORG
ลดอาการคลายน้ำในพืช และช่วยให้พืชใบเขียวเข้ม เจริญเติบโตได้ดีแม้ในช่วงหน้าแล้ง ด้วย บูตเตอร์สีเงิน มีธาตุเหล็ก และ..
พริกใบหงิก ดอกหลุดร่วง ใบเหลือง ออกผลน้อย นั้นเพราะ เพลี้ยไฟพริก ระบาดแล้ว
เพลี้ยไฟพริก จะระบาดมากในช่วงฤดูแล้ง ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มไว ของ เพลี้ยไฟพริกนี้ จะใช้ปากเจาะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช
ปลูกต้นคูน ไว้กินและขาย
ก้านใบปอกเปลือก รับประทานเป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริก แกงกะทิ ใบอ่อนและก้านใบ นำไปแกงส้มใส่ปลา และปรุงเป็นผักในแกงแค
เพาะเห็ดยักษ์..หิมาลัย กก.ละ 700 ออเดอร์ครึ่งปี
หนุ่มเมืองกรุงย่านบางแค ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส บางหว้า เล่าย้อนอดีตถึงการเพาะเห็ดยักษ์หิมาลัย หลังลาออกจากงานประจำ
การปลูกและดูแลรักษาดาวเรือง
ปลูกวนิลาขายรายได้อย่างงาม
ใช้ปุ๋ยหมักโบกาชิมูลสัตว์ ดีต่อพืช ผู้ปลูก และผู้บริโภค
ปลูกพืชระบบชิดแบบเกื้อกูล 4.0 หนึ่งไร่สร้างเงินแสนที่ร้อยเอ็ด
ปลูกทุกอย่าง ขายได้ทุกอย่าง ขายได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูการ นี่แหละคือต้นแบบของการทำเกษตรด้วยตัวเอง

*ทั้งหมดในหมวด

 หมวดหมู่ทั้งหมด
เกษตรกรตัวอย่าง
ปาล์มน้ำมัน
ไร่อ้อย
ยางพารา
ออแกนิกส์
สินค้าเกษตร
เกษตรน่ารู้
มันสำปะหลัง
FK Freestyle
นาข้าว
การปลูกพืช
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
ผักและการปลูกผัก
ห้องปศุสัตว์
Agri live update
ไม้ดอก ไม้ประดับ
ไม้ผล ไม้ยืนต้น
สุขภาพ
สมุนไพร
FK Talk
พุทธศึกษา
ไม้มงคล
ไร่ข้าวโพด
ไร่กาแฟ
องค์กรด้านเกษตร
การใช้ SUN กับพืชต่างๆ
แอพฯด้านเกษตร
ซื้อขายที่ดิน
จักรกล, อุปกรณ์การเกษตร
รวม VDO เด่นจาก FK
ไอเดียและเทคโนโลยีเกษตร
ประมง
เศรษฐกิจเกษตร
ภาพถ่ายเกษตร
พิมพ์หน้านี้
อ่านหน้านี้แล้ว 25561 คน กด Like, Share, g+, Tweet ให้หน่อยนะ ^^
ต้องการบทความเรื่องใด ส่งอีเมล์มาเราจัดให้
แจ้งขอบทความที่ sandman.enter@gmail.com
farmkaset mobile version
Excerpt

การปลูกกะหล่ำปลี

บทความนี้อยู่ในหมวดการปลูกพืชแสดงหมวด การปลูกพืช

การปลูกกะหล่ำปลี และการดูแลรักษากะหล่ำปลี

อัปเดท ( 24 เมษายน 2556 ) , เข้าชมแล้ว (25,561) , ความคิดเห็น (0) , สั่งพิมพ์คลิกที่นี่

การปลูกกะหล่ำปลี

สายพันธุ์ของกะหล่ำปลีสามารถแยกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

กะหล่ำปลีธรรมดา มีความสำคัญและปลูกมากที่สุดในแง่ผัก บริโภค มีลักษณะหัวหลายแบบ ตั้งแต่หัวกลม หัวแหลมเป็นรูปหัวใจ จนถึงกลมแบนราบ มีสีเขียวจนถึงเขียวอ่อน เป็นพันธุ์ที่ทนร้อน อายุการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 50-60 วัน พันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่พันธุ์ลูกผสมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ผสมเปิดอื่น ๆ อีกเช่น พันธุ์โคเปนเฮเกนมาร์เก็ต พันธุ์โกเดนเอเลอร์

การปลูกกะหล่ำปลีกะหล่ำปลีแดง มีลักษณะหัวค่อนข้างกลม ใบสีแดงทับทิม ส่วนใหญ่มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 90 วัน ต้องการอากาศหนาวเย็นพอสมควร เมื่อนำไปต้มน้ำจะมีสีแดงคล้ำ พันธุ์ที่นิยมปลูกได้แก่พันธุ์รูบี้บอล รูบี้เพอเฟคชั่น

กะหล่ำปลีใบย่น มีลักษณะผิวใบหยิกย่นและเป็นคลื่นมากต้องการอากาศหนาวเย็นในการปลูก

การเตรียมดินปลูกกะหล่ำปลี


การปลูกกะหล่ำปลีแปลงเพาะกล้า เตรียมดินโดยการขุดไถให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาวตามความต้องการ ตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน แล้วคลุกด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ย่อยดินให้ละเอียดพอสมควร รดน้ำให้ชื้น แล้วทำการหว่านเมล็ดลงไป ควรพยายามหว่านเมล็ดให้กระจายบางๆ ถ้าต้องการปลูกเป็นแถวก็ควรจะทำร่องไว้ก่อนแล้วหว่านเมล็ดตามร่องที่เตรียม ไว้ คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งบาง ๆ เมื่อกล้าออกใบจริงประมาณ 1-2 ใบ ก็ทำการถอนแยกต้นที่แน่นหรืออ่อนแอทิ้ง

แปลงปลูก กะหล่ำปลีที่นิยมปลูกในประเทศไทยเป็นพันธุ์เบา ระบบรากตื้น ควรเตรียมดินลึกประมาณ 18-20 เซนติเมตร ตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักให้มาก เพื่อปรับสภาพของดิน และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยเฉพาะในดินทรายและดินเหนียว จากนั้นย่อยผิวหน้าดินให้มีขนาดก้อนเล็กแต่ไม่ต้องละเอียดจนเกินไป ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินให้มีความเหมาะสมต่อการปลูก

การปลูกกะหล่ำปลี

 

การปลูกกะหล่ำปลีและการดูแลรักษา


การปลูกกะหล่ำปลี- เมื่อกล้ามีอายุได้ประมาณ 25-30 วัน จึงย้ายปลูกในแปลงปลูกที่เตรียมไว้ โดยให้มีระยะปลูก 30-40 x 30-40 เซนติเมตร การปลูกอาจปลูกเป็นแบบแถวเดียว หรือแถวคู่ก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสวน

- การใส่ปุ๋ย กะหล่ำปลีเป็นพืชที่ต้องการธาตุไนโตรเจนและโปตัสเซียมสูง เพื่อใช้ในการสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ต้นถืช ปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้คือ ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 14-14-21 โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ใส่รองพื้นขณะปลูก แล้วพรวนกลบลงในดิน ครั้งที่ 2 ใส่หลังจากกะหล่ำปลีมีอายุได้ 7-14 วัน และควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต หรือยูเรียควบคู่ไปด้วย ซึ่งการใส่ปุ๋ยนี้ก็แบ่งใส่ 2 ครั้งเช่นกันคือใส่เมื่อกะหล่ำปลีมีอายุได้ 20 วัน และเมื่ออายุได้ 40 วัน โดยการโรยข้างๆ ต้น

- การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยปล่อยไปตามร่องระหว่างแปลงประมาณ 7-10 วัน/ครั้ง ในเขตร้อนและแห้งแล้งจำเป็นต้องให้น้ำมากขึ้นและเมื่อกะหล่ำปลีเข้าปลีเต็ม ที่แล้วควรลดปริมาณน้ำให้น้อยลง เพราะหากกะหล่ำปลีได้รับน้ำมากเกินไปจะทำให้ปลีแตกได้

- การพรวนดินและกำจัดวัชพืช ในระยะแรก ๆ ควรปฏิบัติบ่อย ๆ เพราะวัชพืชจะเป็นตัวแย่งอาหารในดินรวมทั้งเป็นที่อาศัยของโรคและแมลงอีก ด้วย

การเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลี


การปลูกกะหล่ำปลีอายุ การเก็บเกี่ยวของกะหล่ำปลีตั้งแต่ปลูกจนถึงวันเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับลักษณะ ของแต่ละพันธุ์ สำหรับพันธุ์เบาที่นิยมปลูกจะมีอายุประมาณ 50-60 วัน แต่พันธุ์หนักมีอายุถึง 120 วัน การเก็บควรเลือกหัวที่ห่อหัวแน่นและมีขนาดพอเหมาะ กะหล่ำปลี 1หัวมีน้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม หากปล่อยไว้นานหัวจะหลวมลง ทำให้คุณภาพของหัวกะหล่ำปลีลดลง การเก็บควรใช้มีดตัดให้ใบนอกที่หุ้มหัวติดมาด้วยเพราะจะทำให้สามารถเก็บ รักษาได้ตลอดวัน เมื่อตัดและขนออกนอกแปลงแล้วให้ตัดแต่งใบนอกออกเหลือเพียง 2-3 ใบ เพื่อป้องกันความเสียหายเนื่องจากการบรรจุและขนส่ง จากนั้นคัดแยกขนาด แล้วบรรจุถุง

ประโยชน์ของ การปลูกกะหล่ำปลี


1. ช่วยลดความอ้วน ล่าสุดมีงานวิจัยออกมาว่ากะหล่ำปลีมีกรด
ทาร์ทาริก ช่วยยับยั้งขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้งไปเป็นไขมันสะ
สมในร่างกาย จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลได้

2. เสริมสร้างภุมิคุ้มกัน ในกะหล่ำปลีมีวิตามินซีสูง ทำให้หวัดหาย
เร็ว ฟันและเหงือกแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ซึ่ง
การนึ่ง อบ หรือผัด จะช่วยคงคุณค่าสารอาหารในกะหล่ำไว้ได้ดีที่สุด

3. บำรุงกระดูกและฟัน กะหล่ำปลีอุดมไปด้วยแคลเซียม และฟอส
ฟอรัส ซึ่งดีต่อรางกายในการเสริมสร้างกระดูกในเด็กและคนชรา

4. ลดความเสี่ยงจากมะเร็งลำไส้ การรับประทานกะหล่ำปลีใน
แบบสุก หรือแบบดิบก็ได้ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดโอ
กาสการเป็นมะเร็งลำไส้ในผู้ชายลงถึงร้อยละ 66 และหากทานกำ
หล่ำปลีปรุงสุก วันละ 2 ช้อนโต๊ะ ก็จะช่วยป้องกันมะเร็งช่องท้อง
ได้เช่นกัน

5. ช่วยย่อยอาหารและล้างพิษ เนื่องจากในกำหล่ำปลีมีใยอา
หารอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ จึงช่วยย่อยอาหาร ลดระดับคอเลส
เตอรอลในเลือด กระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ทำให้ระบบขับ
ถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. ทำให้นอนหลับสบาย สารซัลเฟอร์ในกำหล่ำปลีมีสรรพคุณ
ช่วยระงับประสาท ทำให้รุ้สึกผ่อนคลายความตึงเครียด จึงทำให้
นอนหลับดีขึ้น วิธีรับประทานคือ การนำกะหล่ำปลีไปคั้นสด ๆ แล้ว
ดื่ม

7. รักษาแผลในกระเพาะอาหาร กะหล่ำปลีมีสารต้านการอักเสบ
ของแผลในกระเพาะและลำไส้ตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นเซลล์เยื่อ
บุกระเพาะและลำไส้ให้สร้างน้ำคัดหลั่งเคลือบผิวทางเดินอาหาร จึง
ป้องกันไม่ให้เิกิดแผลจากกรดในกระเพาะอาหารได้

8. บรรเทาอาการปวดตึงคัดเต้านม การนำกะหล่ำปลีมาประคบ
เต้านมโดยลอกกะหล่ำปลีออกเป็นใบ แล้วนำมาประคบที่เต้านมข้าง
ละใบ ใช้ผ้าพันทิ้งไว้ 20 นาที โดยไม่ต้องนวดคลึงอาการปวดบวม
คัดตึงจะหายไป

อ้างอิง
http://myveget.com/
http://www.youtube.com/watch?v=uJ29iOZAEuc


£

คุณอยู่ในเว็บเวอร์ชั่นเก่า กรุณาโพสคอมเม้นบนเว็บเวอร์ชั่นใหม่ คลิกที่นี่


คุณอยู่ในเว็บเวอร์ชั่นเก่า กรุณาโพสคอมเม้นบนเว็บเวอร์ชั่นใหม่ คลิกที่นี่


ชื่อ  
อีเมล์    
ความเห็น | PC Mode | Mobile Mode |

พิมพ์คำว่า "คนไทย"    

Excerpt this page on language :
Afrikaans (Afrikaans) | Shqip (Albanian) | عربي (Arabic) | Հայերէն (Armenian) | آذربایجان دیلی (Azerbaijani) | Euskara (Basque) | Беларуская (Belarusian) | Български (Bulgarian) | Català (Catalan) | 中文简体 (Chinese Simplified) | 中文繁體 (Chinese Traditional) | Hrvatski (Croatian) | Čeština (Czech) | Dansk (Danish) | Nederlands (Dutch) | English (English) | Eesti keel (Estonian) | Filipino (Filipino) | Suomi (Finnish) | Français (French) | Galego (Galician) | ქართული (Georgian) | Deutsch (German) | Ελληνικά (Greek) | Kreyòl ayisyen (Haitian Creole) | עברית (Hebrew) | हिन्दी (Hindi) | Magyar (Hungarian) | Íslenska (Icelandic) | Bahasa Indonesia (Indonesian) | Gaeilge (Irish) | Italiano (Italian) | 日本語 (Japanese) | 한국어 (Korean) | Latviešu (Latvian) | Lietuvių kalba (Lithuanian) | Македонски (Macedonian) | Malay (Malay) | Malti (Maltese) | Norsk (Norwegian) | فارسی (Persian) | Polski (Polish) | Português (Portuguese) | Română (Romanian) | Русский (Russian) | Српски (Serbian) | Slovenčina (Slovak) | Slovensko (Slovenian) | Español (Spanish) | Kiswahili (Swahili) | Svenska (Swedish) | ไทย (Thai) | Türkçe (Turkish) | Українська (Ukrainian) | اردو (Urdu) | Tiếng Việt (Vietnamese) | Cymraeg (Welsh) | ייִדיש (Yiddish) | Laos (สปปลาว) | Cambodian (Cambodian)

สินค้า
Plantation
สารปรับปรุงดิน
สารปรับสภาพดิน
ปุ๋ย-ยา สำหรับ..
 -ยางพารา
 -อ้อย
 -ข้าว
 -มันสำปะหลัง
 -ปาล์มน้ำมัน
 -ข้าวโพด
 -สินค้าทั้งหมด
งาน Contents
ข่าวเกษตร
นิตยสารเกษตร
วารสารเกษตร
ลงโฆษณา นิตยสารเกษตร
ลงโฆษณา วารสารเกษตร
บริการ
Professional Services
ระบบน้ำหยด
Hotline เกษตร
ตรวจวิเคราะห์ดิน
สั่งซื้อออนไลน์
สั่งซื้อบนเฟสบุ๊ค
เกี่ยวกับฟาร์มเกษตร
ห้องหนังสือเกษตร
Knowledge
ทันข่าวเกษตร
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
ข้าวโพด
ปศุสัตว์
การปลูกพืช
ผักและการปลูกผัก
ไม้ดอก
ไม้ผล
สมุนไพร
ไม้มงคล
โสม
เกษตรกรตัวอย่าง
ออแกนิกส์
เกษตรน่ารู้
ฟาร์มเกษตรแนะนำ
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
เกษตร Tips
ห้อง Video
หนังสือทั้งหมด
กระดานซื้อขาย
Public Information
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปศุสัตว์
กระดานรวมด้านเกษตร
คำสำคัญ : เช่ารถตู้ เหมารถตู้ | horoscope | ปุ๋ย | Horoscope matching | การปลูกยางพารา | การปลูกมะนาว | ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ
เว็บไซต์ FarmKaset.ORG
โทร: 089-4599003 , Fax: 045-511273
ติดตามเราได้ที่
FKxTV บน YouTube
FKxTV บน FaceBook , เฟสบุ๊คกลุ่มฟาร์มเกษตร
ร้านฟาร์มเกษตรบนเฟสบุ๊ค , FKTrade.COM
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟาร์มเกษตร
18 หมู่ 6 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
ภายใต้การสนับสนุนจาก
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร: 089-4599003
Fax: 045-511273
FarmKaset Limited Partnership
18 Moo 6 Tambon Bung Amphur Mueng Amnat-Charoen Province 37000

Supported by Science Park, Ubonratchatani University.
Tel: +6689-4599003
Fax: 6645-511273

ข้อมูลบนเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลของฟาร์มเกษตร และข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ตามที่เราได้อ้างถึงไว้ท้ายบทความหรือข้อมูลนั้นๆ

สินค้าสั่งซื้อได้ที่ ร้านออนไลน์ฟาร์มเกษตร (089-4599003) หรือเกี่ยว กับเรา ติดต่อฟาร์มเกษตร

©2011 by FarmKaset.ORG All rights reserved