FarmKaset.ORG :  The best of organic fertilizer
ชำระค่าสินค้าจากฟาร์มเกษตร ได้ที่ 7 ELEVEN ทุกสาขา
ขณะนี้: ท่านกำลังอยู่ในส่วนของ องค์ความรู้
ดาวน์โหลด App: ฟาร์มเกษตรบนมือถือ , ปุ๋ย-ยา , ผสมปุ๋ย , Fertilizer Mixing Calculators
ใช้งาน FarmKaset ง่ายขึ้น ติดตั้งแอพบนมือถือจากเรา
Organic Fertilizer : Best fertilizer Thailand
ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร
หน้าแรก พืชเศรษฐกิจ สินค้า การสั่งซื้อ ความรู้เกษตร เว็บบอร์ด บริการ ค้าส่ง เป็นคู่ค้า เป็นตัวแทน ติดต่อเรา FarmKaset.ORG Fan Page



 เกษตรกรตัวอย่าง
รางวัล ยุวเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ปี 57
ยุวเกษตรกร จากอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม คว้ารางวัล ยุวเกษตกรดีเด่น แห่งชาติ ปี 57
ทำมันสำปะหลังตากแห้ง พลิกภัยแล้งเป็นรายได้
เปลี่ยนมันสำปะหลังสด เป็นมันเส้น หรือมันสำปะหลังตากแแห้ง เพิ่มรายได้ ช่วงภัยแล้ง
การสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นสมควรยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรในสาขาต่างๆ
รักษาโรคมะเร็ง ด้วยสมุนไพร
รู้กันดีว่า สมุนไพรไทยหลายชนิดมีสรรพคุณเป็นเลิศในการป้องกัน และรักษาโรคมะเร็ง ดังนั้น
ปลูกผักสวนครัว
วิธีการปลูกผักสวนครัวง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้ที่บ้านของคุณ
การปลูกมะม่วงหิมพานต์
มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญพืชหนึ่งของประเทศไทย และกำลังได้รับความสนใจทั้ง ภาครัฐบาลและเอกชน
เกษตรกรตัวอย่าง:เลี้ยงด้วงสาคูสร้างเงิน
เป็นที่รู้กันดีโดยทั่วกันว่า อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช คือดินแดนที่มีโอโซนดีที่สุดของไทย ดังนั้น จึงไม่แปลกหากที่นี่จะมี.
ถักทอเสื่อกก ลวดลายขิด งานขายฝีมือ
การทอเสื่อเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในชนบทที่ใช้เวลาว่างจากการทำไร่ทำนามาถักทอ บางส่วนทอเก็บไว้เพื่อทำบุญช่วงเทศกาลประเพณี โดย
ฟาร์มตัวอย่าง โคกปาฆาบือซา
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรักและห่วงใยพี่น้องประชาชนทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้...
จิ้งหรีด-เลี้ยงเล่นๆ เดือนละเกือบหมื่น
ทำงานเบาๆ เลี้ยงจิ้งหรีด และปลูกผักปลอดสารพิษในกระถางส่งขายที่ศูนย์บ้านเขาดิน เศรษฐกิจพอเพียง โครงการอบรมฟื้นฟูและพัฒ...
ปลูกผักหลังนาที่บ้านนาเกียน
อดีตที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณบ้านนาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ถูกบุกรุกทำลายไปกว่า 50% ของพื้นที่ป่าที่มีอยู่ ทำให้ราษฎรใน.
อย่าเมิน ปลาหมอไทย ปลาปล่อยตลาดใหญ่ สร้างรายได้นับหมื่น
ถ้าคิดจะยึดอาชีพเลี้ยงปลาที่เสี่ยงน้อย ราคานิ่ง ไม่หวือหวาพุ่งกระฉูด ไม่ดิ่ง ตกเหวจนขาดทุนหมดตัว ปลาหมอไทยน่าเลี้ยงที่..
ชะลอมจักสาน ฝีมือชาวบ้านหัวทุ่ง เสริมรายได้ - มุ่งใช้สอยในครัวเรือน
อานิสงส์จากการเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลในโครงการประเมินศักยภาพชุมชนในการจัดการมลพิษหมอกควันและการเผาในที่โล่ง ชุมชน..

*ทั้งหมดในหมวด

 หมวดหมู่ทั้งหมด
เกษตรกรตัวอย่าง
ห้องสมุดปาล์มน้ำมัน
ห้องสมุดอ้อย
ห้องสมุดยางพารา
ออแกนิกส์
สินค้าเกษตร
เกษตรน่ารู้
ห้องสมุดมันสำปะหลัง
FK Freestyle
ห้องสมุดข้าว
การปลูกพืช
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
ผักและการปลูกผัก
ห้องปศุสัตว์
Agri live update
ไม้ดอก
ไม้ผล
สุขภาพ
สมุนไพร
FK Talk
โสม
ไม้มงคล
ห้องสมุดข้าวโพด
ห้องสมุดกาแฟ
องค์กรด้านการเกษตร
การใช้ SUN กับพืชต่างๆ
แอพมือถือจากฟาร์มเกษตร
Peninsula Enterprises Report
ไร่ศิริจินดา
ซื้อขายที่ดิน
คลิก +1 หรือ Like ให้หน่อยนะครับ
พิมพ์หน้านี้
farmkaset mobile version
Excerpt
การปลูกดอกหน้าวัว
ดอกหน้าวัว ชุมพร สร้างรายได้ให้กับเจ้าของ แบบรายเดือน
อัปเดท ( 17 เมษายน 2554 ) , เข้าชมแล้ว (24,841) , ความคิดเห็น (0) , สั่งพิมพ์คลิกที่นี่
ข้อมูลอย่างย่อ
การปลูกดอกหน้าวัว : ก่อนหน้านี้ งานปลูกเลี้ยงหน้าวัว ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการคิดคำนวณตัวเลขแล้ว ผลตอบแทนต่อไร่ค่อนข้างมาก

ดอกหน้าวัว

ดอกหน้าวัวชุมพร สร้างรายได้ให้กับเจ้าของ แบบรายเดือน


ในบรรดาผู้ที่เรียนจบมาทางด้านการเกษตร คุณศุภชัย หรือ คุณดำ สุระชิต เป็นผู้ที่ได้นำความรู้มาปฏิบัติมากที่สุดคนหนึ่ง

คุณ ดำ อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 8 ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 86190 คุณดำ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รุ่น 49 ปัจจุบันเขาปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ดอกหน้าวัว รวมทั้งจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร อาทิ ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช และอื่นๆ เนื่องจากมีพื้นฐานทางด้านเกษตร สิ่งที่เกษตรกรหนุ่มทำอยู่ จึงมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

สำหรับ ดอกหน้าวัว คุณดำ ปลูกเลี้ยงมาตั้งแต่ ปี 2544 ในพื้นที่ 3 ไร่ ด้วยกัน

ก่อน หน้านี้ งานปลูกเลี้ยงดอกหน้าวัว ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการคิดคำนวณตัวเลขแล้ว ผลตอบแทนต่อไร่ค่อนข้างมาก แต่เมื่อทำเข้าจริงๆ มีอุปสรรคไม่น้อย หลายคนเลิกราไป แต่สำหรับคุณดำแล้วยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้มีอุปสรรคก็แก้ไขให้ลุล่วงได้

ถามถึงเรื่องการลงทุนก่อน ว่าตกไร่ละเท่าไร

นักเกษตรหนุ่มบอกว่า เมื่อก่อนลงทุนมากกว่าปัจจุบัน สาเหตุนั้น โครงสร้างโรงเรือนใช้เหล็กล้วนๆ ปัจจุบันมีการผสมผสานใช้เหล็กผสมผสานกับท่อ พีวีซี เรื่องของต้นพันธุ์นำเข้ามาจากฮอลแลนด์ สนนราคาต้นละ 120 บาท ต้นทุนโรงเรือนบวกกับต้นพันธุ์ เมื่อเริ่มแรกจึงตกไร่ละ 600,000 บาท (หกแสนบาทถ้วน) เมื่อผ่านปีที่ 5 ไปแล้ว ผู้ปลูกสามารถขยายพันธุ์เอง ต้นทุนช่วงหลังจึงตกไร่ละ 300,000 บาท

โรงเรือนที่ปลูกดอกหน้าวัว มุงด้วยซาแรน ส่วนแปลงนั้นพูนดินให้เป็นรูปหลังเต่า แล้วปูด้วยพลาสติค จากนั้นทำขอบแปลงให้สูงขึ้น วัสดุปลูกดีที่สุดคือ ถ่าน สำหรับดอกหน้าวัวที่ต้นอายุไม่มาก เมื่อเวลาผ่านไป ต้นสูงขึ้น เจ้าของบอกว่า ให้ใช้เปลือกมะพร้าวเป็นวัสดุปลูก ต้นจะได้ยึดไม่ล้มง่าย อีกอย่างต้นทุนการผลิตจะถูกลง เนื่องจากถ่านแพงกว่าเปลือกหรือกาบมะพร้าวอย่างแน่นอน

ระยะระหว่างต้นระหว่างแถวที่ปลูก ราว 1 ฟุต ไร่หนึ่งปลูกได้ประมาณ 10,000 ต้น

สายพันธุ์ที่ปลูกอยู่ มีดังนี้

สีแดง ได้แก่ พันธุ์ทรอปิคอล

สีเขียว ได้แก่ พันธุ์พิตาเช่

สีขาว ได้แก่ พันธุ์แชมเปญ

สีชมพู ได้แก่ พันธุ์เชียร์

ต้นพันธุ์ของดอกหน้าวัว ปัจจุบันมีการสั่งเข้ามาน้อย ในเมืองไทย ถือว่ามีอยู่มากพอสมควร ผู้ที่สนใจปลูกดอกหน้าวัว สามารถเสาะหาได้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หน่วยงานทางราชการก็สนับสนุนผู้สนใจ ทั้งเรื่องวิชาการและปัจจัยการผลิต

คุณดำ บอกว่า การดูแลรักษาดอกหน้าวัวไม่ง่ายนัก เพราะมีปัญหาเรื่องโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย หากพบต้องรีบกำจัด อาจจะกำจัดเป็นส่วนๆ ไป เช่น ระบาดในแปลงยาว 2 เมตร อาจจะยกไปทำลาย 3 เมตร บางครั้งอาจจะทั้งแปลง โรคอย่างอื่นก็มีสาเหตุที่เกิดจากเชื้อไฟทอปทอร่า ที่ทำให้ต้นเน่า ที่ผ่านมาคุณดำสามารถดูแลได้ แต่เน้นเรื่องของการป้องกันมากกว่า เช่น ก่อนที่จะเข้าไปชมแปลง มีอ่างน้ำยา ผู้ที่จะเดินเข้าไปในแปลงต้องจุ่มรองเท้าลงไปในน้ำยาก่อน เป็นการป้องกันขั้นพื้นฐาน เหมือนอย่างฟาร์มเป็ด ฟาร์มไก่ เขาทำกัน

เรื่องของการให้น้ำ หากเป็นหน้าแล้ง เจ้าของให้น้ำวันละ 3 ครั้ง หากเป็นหน้าฝน ที่ชุมพรฝนชุก สัปดาห์หนึ่งอาจจะไม่ต้องให้น้ำเลย

เรื่อง ของปุ๋ย เจ้าของให้ปุ๋ยละลายช้า สูตร 17-17-17 จำนวน 100 กรัม ต่อ 3 ตารางเมตร ระยะเวลา 4 เดือน ใส่ให้ครั้งหนึ่ง ปีหนึ่งใส่ให้ 3 ครั้ง

ตลาดและผลตอบแทน เป็นอย่างไรบ้าง

คุณ ดำ บอกว่า เดิมผลผลิตดอกหน้าวัวตนเองทำส่งญี่ปุ่น ราคาดอกละ 18-20 บาท แต่ขั้นตอนการบรรจุหีบห่อทำได้ยาก จึงจำหน่ายเฉพาะในเมืองไทยระยะหลัง โดยดอกส่งที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต สนนราคาดอกละ 10 บาท ที่ชุมพรก็มีจำหน่ายบ้าง ราคาอาจจะย่อมเยาลง 5-6 บาท ต่อดอก ถือว่าราคาต่ำสุดแล้ว

“ผลผลิตหน้าวัว 3 ไร่ จำนวน 30,000 ต้น หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ 15,000-20,000 บาท ต่อเดือน ดอกหน้าวัวตอนนี้ไม่พอส่งตลาด การตัดดอก ตัดอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 1,000 ดอก สิ่งที่ผู้ปลูกท้อกันคือโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย เป็นแล้วจะลามทั้งแปลง ต้องดูอย่างละเอียด เป็นนิดเป็นหน่อยต้องเอาไปทำลาย เรื่องของพันธุ์เมื่อเข้าปีที่ 4 เริ่มตัดขยายพันธุ์ คล้ายวาสนา ต้นเป็นข้อปล้อง เป็นพืชที่น่าลงทุน ตลาดไม่พอ ยังจำหน่ายได้ราคาดี กุหลาบยังขายได้ไม่เท่าดอกหน้าวัว

คุณดำ บอก และเล่าอีกว่า “ที่คนไม่ค่อยทำกันคือลงทุนสูงที่โรงเรือนและพันธุ์ รวมทั้งสู้โรคไม่ได้ คนมาดูกันบ่อยที่แปลงปลูกของผม ที่ผ่านมา คนมีเงินไปดูงาน ลงทุนเป็น 10 ล้าน เจ๊งก็มี มีคนมาดูงานที่ผมแล้วไปทำได้ผล เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ 2,000-3,000 ต้น แล้วค่อยๆ ขยาย ที่ชุมพร สุราษฎร์ฯ มีหลายแปลง เลิกปลูกไปก็มาก ของผมถือว่ารายได้เป็นรายเดือน”

คุณดำ บอกว่า งานปลูกดอกหน้าวัวของตนเอง หากเปรียบเทียบกับงานทางด้านอื่น เช่น ทำทุเรียนนอกฤดูส่งต่างประเทศ ทุเรียนจะดูวูบวาบกว่า มีแรงจูงใจมากกว่า เพราะมีโอกาสรับทรัพย์ก้อนโต แต่โดยรวมแล้ว ดอกหน้าวัว ก็ยังน่าทำ เนื่องจากผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพียงแต่ต้องศึกษาว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ผลิตให้เหมาะสมก็จะอยู่ได้

โรคใบไหม้ ของดอกหน้าวัว

สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris

เชื้อจะเข้าบริเวณขอบและใต้ใบ ทำให้เกิดจุดฉ่ำน้ำเล็กๆ สีน้ำตาล และมีสีเหลืองที่ขอบล้อมรอบแผล ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน กระจายอยู่ทั่วไป อาการจะเด่นชัดด้านหลังใบ ขนาดของแผลจะแตกต่างกันออกไป บางครั้งจะเป็นเหลี่ยม และถูกจำกัดด้วยเส้นใบ หรือขยายออกไปตามแนวยาวของเส้นกลางใบ จนถึงขอบใบ ลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม นอกจากนี้ ยังพบอาการแผลยาวสีน้ำตาลจากปลายปลีลงมาและลุกลามเข้าไปในก้านดอกและจาน รองดอกได้อีกด้วย หากใบที่เป็นโรคไม่ถูกตัดทิ้งในระยะเริ่มต้น เชื้อแบคทีเรียจะกระจายไปทั้งต้นพืช โดยผ่านทางท่อน้ำ ท่ออาหาร อาการต่อมาที่พบคือ ใบแก่ จะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองด้านๆ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียไปอุดท่อน้ำ ท่ออาหาร เมื่อผ่าตัดตามขวางจะเห็นท่อน้ำ ท่ออาหาร เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ทำให้ก้านใบ ก้านดอก หลุดร่วงได้ง่าย

สภาพที่เหมาะต่อการระบาดนั้น มีเรื่องของความชื้น อุณหภูมิ ฝน หรือการให้น้ำถูกใบ อาจทำให้ใบเป็นแผลและเป็นทางให้แบคทีเรียเข้าทำลายได้ง่าย

นักวิชาการเกษตรแนะนำว่า ควรหาทางป้องกันโรคนี้ ดีกว่าให้ระบาดแล้วรักษาแนวทางป้องกัน ทำได้โดย

1. ใช้พันธุ์ที่ปลอดโรค

2. ฆ่าเชื้อใบมีดสำหรับการตัดใบและตัดดอก โดยจุ่มในน้ำยาฆ่าเชื้อ

3. ไม่ควรปลูกพืชสกุลใกล้เคียงกันไว้ใกล้ๆ เช่น อะโกลนีมา ดิฟเฟนบาเกีย ฟิโลเดนดรอน บอน เดหลี เป็นต้น

4. ตัดแต่งใบให้ลมถ่ายเทได้สะดวก

5. หากเชื้อระบาด ควรถอนไปทำลายทิ้ง

6. ควรงดปุ๋ยไนโตรเจนชั่วคราว หากมีการระบาด

7. หากมีการระบาดควรพ่นด้วยสารสเตรปโตมัยซิน และสารคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์

ผู้สนใจไม้ดอกสวยๆ อย่างหน้าวัว ถามไถ่นักเกษตรหนุ่มได้ตามที่อยู่ หรือโทร. (081) 787-7240

พานิชย์ ยศปัญญา
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 21 ฉบับที่ 455

อ้างอิง : http://news.enterfarm.com/




กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร ก่อนจึงโพสคำตอบได้

ชื่อ  
อีเมล์    
ความเห็น | PC Mode | Mobile Mode |

พิมพ์คำว่า "คนไทย"    

Excerpt this page on language :
Afrikaans (Afrikaans) | Shqip (Albanian) | عربي (Arabic) | Հայերէն (Armenian) | آذربایجان دیلی (Azerbaijani) | Euskara (Basque) | Беларуская (Belarusian) | Български (Bulgarian) | Català (Catalan) | 中文简体 (Chinese Simplified) | 中文繁體 (Chinese Traditional) | Hrvatski (Croatian) | Čeština (Czech) | Dansk (Danish) | Nederlands (Dutch) | English (English) | Eesti keel (Estonian) | Filipino (Filipino) | Suomi (Finnish) | Français (French) | Galego (Galician) | ქართული (Georgian) | Deutsch (German) | Ελληνικά (Greek) | Kreyòl ayisyen (Haitian Creole) | עברית (Hebrew) | हिन्दी (Hindi) | Magyar (Hungarian) | Íslenska (Icelandic) | Bahasa Indonesia (Indonesian) | Gaeilge (Irish) | Italiano (Italian) | 日本語 (Japanese) | 한국어 (Korean) | Latviešu (Latvian) | Lietuvių kalba (Lithuanian) | Македонски (Macedonian) | Malay (Malay) | Malti (Maltese) | Norsk (Norwegian) | فارسی (Persian) | Polski (Polish) | Português (Portuguese) | Română (Romanian) | Русский (Russian) | Српски (Serbian) | Slovenčina (Slovak) | Slovensko (Slovenian) | Español (Spanish) | Kiswahili (Swahili) | Svenska (Swedish) | ไทย (Thai) | Türkçe (Turkish) | Українська (Ukrainian) | اردو (Urdu) | Tiếng Việt (Vietnamese) | Cymraeg (Welsh) | ייִדיש (Yiddish) | Laos (สปปลาว) | Cambodian (Cambodian)

สินค้า
Plantation
สารปรับปรุงดิน
สารปรับสภาพดิน
ปุ๋ย-ยา สำหรับ..
 -ยางพารา
 -อ้อย
 -ข้าว
 -มันสำปะหลัง
 -ปาล์มน้ำมัน
 -ข้าวโพด
 -สินค้าทั้งหมด
งาน Contents
ข่าวเกษตร
นิตยสารเกษตร
วารสารเกษตร
ลงโฆษณา นิตยสารเกษตร
ลงโฆษณา วารสารเกษตร
บริการ
Professional Services
ระบบน้ำหยด
Hotline เกษตร
ตรวจวิเคราะห์ดิน
สั่งซื้อออนไลน์
สั่งซื้อบนเฟสบุ๊ค
เกี่ยวกับฟาร์มเกษตร
ห้องหนังสือเกษตร
Knowledge
ทันข่าวเกษตร
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
ข้าวโพด
ปศุสัตว์
การปลูกพืช
ผักและการปลูกผัก
ไม้ดอก
ไม้ผล
สมุนไพร
ไม้มงคล
โสม
เกษตรกรตัวอย่าง
ออแกนิกส์
เกษตรน่ารู้
ฟาร์มเกษตรแนะนำ
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
เกษตร Tips
ห้อง Video
หนังสือทั้งหมด
กระดานซื้อขาย
Public Information
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปศุสัตว์
กระดานรวมด้านเกษตร
คำสำคัญ : horoscope | ปุ๋ย | Horoscope matching | การปลูกยางพารา | การปลูกมะนาว | ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ
เว็บไซต์ FarmKaset.ORG
โทร: 089-4599003 , Fax: 045-511273
ติดตามเราได้ที่
FKxTV บน YouTube
FKxTV บน FaceBook , เฟสบุ๊คกลุ่มฟาร์มเกษตร
ร้านฟาร์มเกษตรบนเฟสบุ๊ค , FKTrade.COM
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟาร์มเกษตร
18 หมู่ 6 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
ภายใต้การสนับสนุนจาก
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร: 089-4599003
Fax: 045-511273
FarmKaset Limited Partnership
18 Moo 6 Tambon Bung Amphur Mueng Amnat-Charoen Province 37000

Supported by Science Park, Ubonratchatani University.
Tel: +6689-4599003
Fax: 6645-511273

ข้อมูลบนเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลของฟาร์มเกษตร และข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ตามที่เราได้อ้างถึงไว้ท้ายบทความหรือข้อมูลนั้นๆ

สินค้าสั่งซื้อได้ที่ ร้านออนไลน์ฟาร์มเกษตร (089-4599003) หรือเกี่ยว กับเรา ติดต่อฟาร์มเกษตร

©2011 by FarmKaset.ORG All rights reserved