FarmKaset.ORG :  The best of organic fertilizer
ชำระค่าสินค้าจากฟาร์มเกษตร ได้ที่ 7 ELEVEN ทุกสาขา
ขณะนี้: ท่านกำลังอยู่ในส่วนของ องค์ความรู้
ดาวน์โหลด App: ฟาร์มเกษตรบนมือถือ , ปุ๋ย-ยา , ผสมปุ๋ย , Fertilizer Mixing Calculators
ใช้งาน FarmKaset ง่ายขึ้น ติดตั้งแอพบนมือถือจากเรา
Organic Fertilizer : Best fertilizer Thailand
ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร
หน้าแรก พืชเศรษฐกิจ สินค้า การสั่งซื้อ ความรู้เกษตร เว็บบอร์ด บริการ ค้าส่ง เป็นคู่ค้า เป็นตัวแทน ติดต่อเรา FarmKaset.ORG Fan Page



 ออแกนิกส์
สวนหลังบ้าน ผักปลอดสารพิษ
สวนหลังบ้าน เนื้อที่เพียง 1 งาน ทำรายได้เดือนละหลายหมื่น ด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษ และผักพื้นเมืองต่างๆ
น้ำเต้าควบคุมเบาหวาน
น้ำเต้ามีฤทธิ์ลดกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยและแผลกระเพาะอาหาร แต่ที่จีนและอินเดียกินน้ำเต้าควบคุมเบาหวาน
เห็ด หนึ่งตัวเลือกเมนูเจเพื่อสุขภาพ
เข้าสู่เทศกาลกินเจกันอย่างเป็นทางการแล้ว ช่วงนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่อาหารเจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารทอด ๆ หรือมัน ๆ เสีย..
คู่มือ ฉลาดเลือกกินผัก
การรับประทานผักให้เหมาะสมกับฤดูกาล นอกจากจะได้ประโยชน์สูงสุด และช่วย..
ผักหวานป่า
ผักหวานป่า เป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre ชาวบ้านแถวจังหวัดสุรินทร์เรียก ผักหวาน
Thai Jasmine Brown Rice Organic
Jasmine Rice is a naturally aromatic long grain rice originally grown only in Thailand.
พืชโตไวด้วยแบคทีเรียตรึงไนโตรเจน
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัจจัยการผลิตด้วยแบคทีเรียตรึงไนโตรเจน
สะเดา ประโยชน์จากความขม
สะเดา ช่วยเจริญอาหาร-แก้ไข้ แถมถ่ายคล่อง
มะขามป้อม
มะขามป้อม วิตามินซีและแทนนินสูง
ซุปดอกไม้จีนสด
ซุปดอกไม้จีนสด เมนูสุขภาพ
เกษตรอินทรีย์ ระบบการเกษตรด้วยความยั่งยืน
ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใย ด้วยความยั่งยืนทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน
บล็อคโคลี ผักอายุยืน ป้องกันอัลโซเมอร์
บล็อคโคลี ผักอายุยืน ป้องกันอัลโซเมอร์ ต่อต้านการเกิดเมร็งปอด ภาคเหนือและอีสานปลูกได้ดี สีเขียวสวยสด เป็นพืชล้มลุก
น้ำใบบัวบก
มีวิตามินเอ สูงมาก ช่วยบำรุงสายตา และสารแคลเซียมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลายๆชนิด ช่วยแก้ช้ำ...

*ทั้งหมดในหมวด

 หมวดหมู่ทั้งหมด
เกษตรกรตัวอย่าง
ห้องสมุดปาล์มน้ำมัน
ห้องสมุดอ้อย
ห้องสมุดยางพารา
ออแกนิกส์
สินค้าเกษตร
เกษตรน่ารู้
ห้องสมุดมันสำปะหลัง
FK Freestyle
ห้องสมุดข้าว
การปลูกพืช
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
ผักและการปลูกผัก
ห้องปศุสัตว์
Agri live update
ไม้ดอก
ไม้ผล
สุขภาพ
สมุนไพร
FK Talk
โสม
ไม้มงคล
ห้องสมุดข้าวโพด
ห้องสมุดกาแฟ
องค์กรด้านการเกษตร
การใช้ SUN กับพืชต่างๆ
แอพมือถือจากฟาร์มเกษตร
Peninsula Enterprises Report
ไร่ศิริจินดา
คลิก +1 หรือ Like ให้หน่อยนะครับ
พิมพ์หน้านี้
farmkaset mobile version
Excerpt
เกษตรอินทรีย์ ระบบการเกษตรด้วยความยั่งยืน
ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใย ด้วยความยั่งยืนทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน
อัปเดท ( 18 ตุลาคม 2553 ) , เข้าชมแล้ว (46,765) , ความคิดเห็น (4) , สั่งพิมพ์คลิกที่นี่
ข้อมูลอย่างย่อ
เกษตรอินทรีย์ คือ ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใย ด้วยความยั่งยืนทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืช สัตว์ และนิเวศการเกษตร

เกษตรอินทรีย์

เกษตรอินทรีย์ คือ ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใย ด้วยความยั่งยืนทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืช สัตว์ และนิเวศการเกษตร เกษตรอินทรีย์ลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอก และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ แต่ในขณะเดียวกัน เกษตรอินทรีย์พยายามประยุกต์กลไกและวัฐจักรธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต และพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืชและสัตว์เลี้ยง หลักการเกษตรอินทรีย์นี้เป็นหลักการสากล ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ-สังคม ภูมิอากาศ และวัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย

แนวคิดเกษตรอินทรีย์

แนวคิดพื้นฐานของเกษตรอินทรีย์คือ การบริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรแบบองค์รวม ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากการเกษตรแผนใหม่ที่มุ่งเกษตรอินทรีย์เน้นการเพิ่มผลผลิตชนิดใดชนิดหนึ่งสูงสุด โดยการพัฒนาเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการให้ธาตุอาหารพืชและป้องกันกำจัดสิ่งมีชีวิตอื่นที่อาจมีผลในการทำให้พืชที่ปลูกมีผลผลิตลดลง แนวคิดเช่นนี้เป็นแนวคิดแบบแยกส่วน เพราะแนวคิดนี้ตั้งอยู่บนฐานการมองว่า การเพาะปลูกไม่ได้สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ดังนั้นการเลือกชนิดและวิธีการใช้ปัจจัยการผลิตต่างๆ มุ่งเฉพาะแต่การประเมินประสิทธิผลต่อพืชหลักที่ปลูก โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรการเกษตรหรือนิเวศการเกษตร สำหรับเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นการเกษตรแบบองค์รวมจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน, การรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด และการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของฟาร์ม ทั้งนี้เพราะแนวทางเกษตรอินทรีย์อาศัยกลไกและกระบวนการของระบบนิเวศในการทำการผลิต ดังนั้นเกษตรอินทรีย์จะประสบความสำเร็จได้ เกษตรกรจำเป็นต้องเรียนรู้กลไกและกระบวนการของระบบนิเวศ

จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เกษตรอินทรีย์จึงปฏิเสธการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมี เนื่องจากสารเคมีการเกษตรเหล่านี้มีผลกระทบต่อกลไกและกระบวนการของระบบนิเวศ นอกเหนือจากการปฏิเสธการใช้สารเคมีการเกษตรแล้ว เกษตรอินทรีย์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของวงจรของธาตุอาหาร, การประหยัดพลังงาน, การอนุรักษ์ระบบนิเวศการเกษตร และการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งถือได้ว่าเกษตรอินทรีย์เป็นการบริหารจัดการฟาร์มเชิงบวก (positive management) และการจัดการเชิงบวกนี้เองที่ทำให้เกษตรอินทรีย์แตกต่างอย่างสำคัญจากการเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีแบบปล่อยปะละเลย (ที่มักอ้างว่า เป็นการเกษตรตามแบบธรรมชาติ) หรือเกษตรปลอดสารเคมีและเกษตรไร้สารพิษที่เฟื่องฟูในบ้านเรามานานหลายปี

เนื่องจากเกษตรอินทรีย์เป็นการเกษตรที่ให้ความสำคัญกับการทำฟาร์มเชิงสร้างสรรค์ (เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศการเกษตรในไร่นา) ดังนั้นเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์จึงจำเป็นต้องพัฒนาการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและการบริหารจัดการฟาร์มของตนเพิ่มขึ้นด้วย ผลที่ตามมาก็คือเกษตรอินทรีย์จึงเป็นแนวทางการเกษตรที่ตั้งอยู่บนกระบวนการแห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญา เพราะเกษตรกรต้องสังเกต, ศึกษา, วิเคราะห์-สังเคราะห์ และสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการทำการเกษตรของฟาร์มตนเอง ซึ่งจะมีเงื่อนไขทั้งทางกายภาพ (เช่น ลักษณะของดิน ภูมิอากาศ และภูมินิเวศ) รวมถึงเศรษฐกิจ-สังคมที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น เพื่อคัดสรรและพัฒนาแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่เฉพาะและเหมาะสมกับฟาร์มของตัวเองอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เกษตรอินทรีย์ยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรผู้ผลิตและชุมชนท้องถิ่น เกษตรอินทรีย์มุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นคงในการทำการเกษตรสำหรับเกษตรกร ตลอดจนอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรกรรม วิถีการผลิตของเกษตรอินทรีย์เป็นวิถีการผลิตที่เกษตรกรต้องอ่อนน้อมและเรียนรู้ในการดัดแปลงการผลิตของตนให้เข้ากับวิถีธรรมชาติ อาศัยกลไกธรรมชาติเพื่อทำการเกษตร ดังนั้นวิถีการผลิตเกษตรอินทรีย์จึงเป็นวิถีแห่งการเคารพและพึ่งพิงธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกลมกลืนกับวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรพื้นบ้านของสังคมไทย

แต่ในขณะเดียวกัน เกษตรอินทรีย์ก็ไม่ได้ปฏิเสธการผลิตเพื่อการค้า เพราะตระหนักว่าครอบครัวเกษตรกรส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาการจำหน่ายผลผลิตเพื่อเป็นรายได้ในการดำรงชีพ ขบวนการเกษตรอินทรีย์พยายามส่งเสริมการทำการตลาดผลผลิตเกษตรอินทรีย์ทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และระหว่างประเทศ โดยการตลาดท้องถิ่นอาจมีรูปแบบที่หลากหลายตามแต่เงื่อนไขทางสภาพเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่นนั้น เช่น ระบบชุมชนสนับสนุนการเกษตร (Community Support Agriculture - CSA) หรือระบบอื่นๆ ที่มีหลักการในลักษณะเดียวกัน ส่วนตลาดที่ห่างไกลออกไปจากผู้ผลิต ขบวนการเกษตรอินทรีย์ได้พยายามพัฒนามาตรฐานการผลิตและระบบการตรวจสอบรับรองที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ว่า ทุกขั้นตอนของการผลิต แปรรูป และการจัดการนั้นเป็นการทำงานที่พยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรักษาคุณภาพของผลผลิตให้เป็นธรรมชาติเดิมมากที่สุด

โดยสรุปจะเห็นว่า เกษตรอินทรีย์เป็นระบบเกษตรที่มีลักษณะเป็นองค์รวม ที่ให้ความสำคัญในเบื้องต้นกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละเลยมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจ เพราะความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมไม่อาจดำรงอยู่ได้ โดยแยกออกจากความยั่งยืนทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกร

หลักการเกษตรอินทรีย์

หลักการสำคัญ 4 ข้อของเกษตรอินทรีย์ คือ สุขภาพ, นิเวศวิทยา, ความเป็นธรรม, และการดูแลเอาใจใส่ (health, ecology, fairness and care)

(ก) มิติด้านสุขภาพ เกษตรอินทรีย์ควรจะต้องส่งเสริมและสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพอย่างเป็นองค์รวมของดิน พืช สัตว์ มนุษย์ และโลก

สุขภาวะของสิ่งมีชีวิตแต่ละปัจเจกและของชุมชน เป็นหนึ่งเดียวกันกับสุขภาวะของระบบนิเวศ การที่ผืนดินมีความอุดมสมบูรณ์จะทำให้พืชพรรณต่างๆ แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ที่อาศัยพืชพรรณเหล่านั้นเป็นอาหาร

สุขภาวะเป็นองค์รวมและเป็นปัจจัยที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต การมีสุขภาวะที่ดีไม่ใช่การปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่รวมถึงภาวะแห่งความเป็นอยู่ที่ดีของกายภาพ จิตใจ สังคม และสภาพแวดล้อมโดยรวม ความแข็งแรง ภูมิต้านทาน และความสามารถในการฟื้นตัวเองจากความเสื่อมถอยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสุขภาวะที่ดี

บทบาทของเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตในไร่นา การแปรรูป การกระจายผลผลิต หรือการบริโภค ต่างก็มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กสุดในดินจนถึงตัวมนุษย์เราเอง เกษตรอินทรีย์จึงมุ่งที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสนับสนุนให้มนุษย์ได้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ เกษตรอินทรีย์จึงเลือกที่จะปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เวชภัณฑ์สัตว์ และสารปรุงแต่งอาหาร ที่อาจมีอันตรายต่อสุขภาพ

(ข) มิติด้านนิเวศวิทยา เกษตรอินทรีย์ควรจะต้องตั้งอยู่บนรากฐานของระบบนิเวศวิทยาและวัฐจักรแห่งธรรมชาติ การผลิตการเกษตรจะต้องสอดคล้องกับวิถีแห่งธรรมชาติ และช่วยทำให้ระบบและวัฐจักรธรรมชาติเพิ่มพูนและยั่งยืนมากขึ้น

หลักการเกษตรอินทรีย์ในเรื่องนี้ตั้งอยู่บนกระบวนทัศน์ที่มองเกษตรอินทรีย์ในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของระบบนิเวศที่มีชีวิต ดังนั้น การผลิตการเกษตรจึงต้องพึ่งพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยาและวงจรของธรรมชาติ โดยการเรียนรู้และสร้างระบบนิเวศสำหรับให้เหมาะสมกับการผลิตแต่ละชนิด ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของการปลูกพืช เกษตรกรจะต้องปรับปรุงดินให้มีชีวิต หรือในการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรจะต้องใส่ใจกับระบบนิเวศโดยรวมของฟาร์ม หรือในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกรต้องใส่ใจกับระบบนิเวศของบ่อเลี้ยง

การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่า จะต้องสอดคล้องกับวัฐจักรและสมดุลทางธรรมชาติ แม้ว่าวัฐจักรธรรมชาติจะเป็นสากล แต่อาจจะมีลักษณะเฉพาะท้องถิ่นนิเวศได้ ดังนัน การจัดการเกษตรอินทรีย์จึงจำเป็นต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขท้องถิ่น ภูมินิเวศ วัฒนธรรม และเหมาะสมกับขนาดของฟาร์ม เกษตรกรควรใช้ปัจจัยการผลิตและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการใช้ซ้ำ การหมุนเวียน เพื่อที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืน

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ควรสร้างสมดุลของนิเวศการเกษตร โดยการออกแบบระบบการทำฟาร์มที่เหมาะสม การฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น และการสร้างความหลากหลายทั้งทางพันธุกรรมและกิจกรรมทางการเกษตร ผู้คนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การแปรรูป การค้า และการบริโภคผลผลิตเกษตรอินทรีย์ควรช่วยกันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่ของภูมินิเวศ สภาพบรรยากาศ นิเวศท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ อากาศ และน้ำ

(ค) มิติด้านความเป็นธรรม เกษตรอินทรีย์ควรจะตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ที่มีความเป็นธรรมระหว่างสิ่งแวดล้อมโดยรวมและสิ่งมีชีวิต

ความเป็นธรรมนี้รวมถึงความเท่าเทียม การเคารพ ความยุติธรรม และการมีส่วนในการปกปักพิทักษ์โลกที่เราอาศัยอยู่ ทั้งในระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง และระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

ในหลักการด้านนี้ ความสัมพันธ์ของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและการจัดการผลผลิตเกษตรอินทรีย์ในทุกระดับควรมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรม ทั้งเกษตรกร คนงาน ผู้แปรรูป ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้า และผู้บริโภค ทุกผู้คนควรได้รับโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนช่วยในการรักษาอธิปไตยทางอาหาร และช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน เกษตรอินทรีย์ควรมีเป้าหมายในการผลิตอาหารและผลผลิตการเกษตรอื่นๆ ที่เพียงพอ และมีคุณภาพที่ดี

ในหลักการข้อนี้หมายรวมถึงการปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสภาพการเลี้ยงให้สอดคล้องกับลักษณะและความต้องการทางธรรมชาติของสัตว์ รวมทั้งดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของสัตว์อย่างเหมาะสม

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่นำมาใช้ในการผลิตและการบริโภคควรจะต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม ทั้งทางสังคมและทางนิเวศวิทยา รวมทั้งต้องมีการอนุรักษ์ปกป้องให้กับอนุชนรุ่นหลัง ความเป็นธรรมนี้จะรวมถึงว่า ระบบการผลิต การจำหน่าย และการค้าผลผลิตเกษตรอินทรีย์จะต้องโปร่งใส มีความเป็นธรรม และมีการนำต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาเป็นต้นทุนการผลิตด้วย

(ง) มิติด้านการดูแลเอาใจใส่ การบริหารจัดการเกษตรอินทรีย์ควรจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ เพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งพิทักษ์ปกป้องสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วย

เกษตรอินทรีย์เป็นระบบที่มีพลวัตรและมีชีวิตในตัวเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์ควรดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตในการผลิต แต่ในขณะเดียวกันจะต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนี้น เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ จะต้องมีการประเมินผลกระทบอย่างจริงจัง และแม้แต่เทคโนโลยีที่มีการใช้อยู่แล้ว ก็ควรจะต้องมีการทบทวนและประเมินผลกันอยู่เนืองๆ ทั้งนี้เพราะมนุษย์เรายังไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจอย่างดีพอเกี่ยวกับระบบนิเวศการเกษตร ที่มีความสลับซับซ้อน ดังนั้น เราจึงต้องดำเนินการต่างๆ ด้วยความระมัดระวังเอาใจใส่

ในหลักการนี้ การดำเนินการอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการ การพัฒนา และการคัดเลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในเกษตรอินทรีย์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นใจว่า เกษตรอินทรีย์นั้นปลอดภัยและเหมาะกับสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประสบการณ์จากการปฏิบัติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะสมถ่ายทอดกันมาก็อาจมีบทบาทในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เช่นกัน เกษตรกรและผู้ประกอบการควรมีการประเมินความเสี่ยง และเตรียมการป้องกันจากนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ และควรปฏิเสธเทคโนโลยีที่มีความแปรปรวนมาก เช่น เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นและระบบคุณค่าของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ และจะต้องมีการปรึกษาหารืออย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วม

ทำไมต้องเกษตรอินทรีย์

จากรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2543 พบว่าประเทศไทยมีเนื้อที่ทำการเกษตรอันดับที่ 48 ของโลก แต่ใช้ยาฆ่าแมลงอันดับ 5 ของโลก ใช้ยาฆ่าหญ้าอันดับ 4 ของโลก ใช้ฮอร์โมนอันดับที่ 4 ของโลก ประเทศไทยนำเข้าสารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตรเป็นเงินปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท เกษตรกรต้องซื้อปัจจัยการผลิตที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์เพื่อใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตทางตรงที่เกษตรกรต้องแบกรับ ส่งผลให้ต้องมีการลงทุนต่อไร่สูงและต้องใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาผลผลิตไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นตามสัดส่วนของต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนเรื้อรัง มีหนี้สินล้นพ้นตัว ดังนั้น เกษตรอินทรีย์จะเป็นหนทางของการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

การเกษตรสมัยใหม่ หรือเกษตรเชิงเดี่ยวก่อให้เกิดปัญหาทางการเกษตรมากมายดังนี้

  1. ความอุดมสมบูรณ์ของดินถูกทำลายต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหารในดิน
  2. ต้องใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงจะได้รับผลผลิตเท่าเดิม
  3. เกิดปัญหาโรคและแมลงระบาด ทำให้เพิ่มความยุ่งยากในการป้องกันและกำจัด
  4. แม่น้ำและทะเลสาบถูกปนเปื้อนด้วยสารเคมี และความเสื่อมโทรมของดิน
  5. พบสารเคมีปนเปื้อนในผลผลิตเกินปริมาณเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้เกิดภัยจากสารพิษสะสมในร่างกายของผู้บริโภค
  6. เกิดความไม่สมดุลของระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมถูกทำลายเสียหายจนยากจะเยียวยาให้กลับมาคืนดังเดิม

นอกจากนั้น การเลี้ยงสัตว์แบบอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเลี้ยงสัตว์จำนวนมากในพื้นที่จำกัด ทำให้เกิดโรคระบาดได้ง่าย จึงต้องใช้ยาปฏิชีวนะจำนวนมาก และต่อเนื่องทำให้มีสารตกค้างในเนื้อสัตว์และไข่ ส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว โรควัวบ้าที่เกิดขึ้นจึงเป็นเสมือนสัญญาณอันตรายที่บอกให้รู้ว่า การเลี้ยงสัตว์แบบอุตสาหกรรมไม่เพียงเป็นการทรมานสัตว์ แต่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของมนุษย์ด้วย

ผักปลอดสารพิษ หรือผักอนามัยปลอดภัยแค่ไหน

ผักปลอดสารพิษ หรือผักอนามัย ที่วางจำหน่ายอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำในประเทศไทย คือการปลูกผักที่ยังคงใช้สารเคมี แต่ถูกกำหนดให้ใช้ในระดับที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวนั้นก็จำเป็นต้องให้เวลาสารเคมีเหล่านั้นเจือจางลง โดยการทิ้งช่วงเวลาก่อนตัดไปขาย และแน่นอนว่าผู้บริโภคยังมีโอกาสสะสมของสารพิษเช่นเดียวกัน คำว่า "ปลอดสาร" เป็นประโยคที่ทำให้ผู้บริโภคสบายใจในระดับหนึ่ง แต่สำหรับเมืองไทยนั้นยังไม่มีการตรวจสอบที่จะให้ความมั่นใจได้ว่า ปลอดสารคือปลอดภัยแค่ไหน

ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนที่ใส่ใจต่อสุขภาพคือการซื้อหาผักสดๆ จากแหล่งผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ที่เชื่อถือได้ และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่เหมาะสมกับสภาพการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ผักที่ผ่านการปลูกด้วยกรรมวิธีแบบเกษตรอินทรีย์ หรือเกษตรธรรมชาติ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า อาหารที่ได้จากกระบวนการเกษตรอินทรีย์ คืออาหารที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ และระบบนิเวศ

ผู้ที่บริโภคผักเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะมีสุขภาพดี ปลอดภัยจากสารเคมีแล้ว ยังได้ช่วยให้เกษตรกรไทยมีสุขภาพแข็งแรงและมีรายได้ที่มั่นคง และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ

อ้างอิง: http://th.wikipedia.org




ช่ยวหนูที  fgh2@gmail.com
17 ก.ย. 2554 , 08:40 PM
โครงการนี้ทำกู้ยืมการศิกษาด้ยวไหมค่ะ

Face-t  tasakorn381@hotmail.com
24 มิ.ย. 2554 , 03:04 AM


ต้องการทราบหน่วยงานที่สามารถออกใบรับรอง การตรวจสภาพ ดินเพื่อการ ทำสวนผัก organic ค่ะ



ต้องจัดเตรียมการอย่างไรบ้างคะ



Face-t



คนพิจิตร  gu_ratZa@hotmailo.com
16 มิ.ย. 2554 , 02:40 AM
พิจิตร มีรัยดีมั้งเนี๊ย ห่วยแตก

ใครก็ได้ช่วยหน่อย  hi_good_@hotmail.com
16 พ.ค. 2554 , 01:45 AM
อยากทราบว่า ฟาร์มเพาะเห็นโคนญี่ปุ่นของนายชัยชาญ เข็มทอง ตั้งอยู่ตรงไหนของ อ.นครชัยศรีคะ
1

กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร ก่อนจึงโพสคำตอบได้

ชื่อ  
อีเมล์    
ความเห็น | PC Mode | Mobile Mode |

พิมพ์คำว่า "คนไทย"    

Excerpt this page on language :
Afrikaans (Afrikaans) | Shqip (Albanian) | عربي (Arabic) | Հայերէն (Armenian) | آذربایجان دیلی (Azerbaijani) | Euskara (Basque) | Беларуская (Belarusian) | Български (Bulgarian) | Català (Catalan) | 中文简体 (Chinese Simplified) | 中文繁體 (Chinese Traditional) | Hrvatski (Croatian) | Čeština (Czech) | Dansk (Danish) | Nederlands (Dutch) | English (English) | Eesti keel (Estonian) | Filipino (Filipino) | Suomi (Finnish) | Français (French) | Galego (Galician) | ქართული (Georgian) | Deutsch (German) | Ελληνικά (Greek) | Kreyòl ayisyen (Haitian Creole) | עברית (Hebrew) | हिन्दी (Hindi) | Magyar (Hungarian) | Íslenska (Icelandic) | Bahasa Indonesia (Indonesian) | Gaeilge (Irish) | Italiano (Italian) | 日本語 (Japanese) | 한국어 (Korean) | Latviešu (Latvian) | Lietuvių kalba (Lithuanian) | Македонски (Macedonian) | Malay (Malay) | Malti (Maltese) | Norsk (Norwegian) | فارسی (Persian) | Polski (Polish) | Português (Portuguese) | Română (Romanian) | Русский (Russian) | Српски (Serbian) | Slovenčina (Slovak) | Slovensko (Slovenian) | Español (Spanish) | Kiswahili (Swahili) | Svenska (Swedish) | ไทย (Thai) | Türkçe (Turkish) | Українська (Ukrainian) | اردو (Urdu) | Tiếng Việt (Vietnamese) | Cymraeg (Welsh) | ייִדיש (Yiddish) | Laos (สปปลาว) | Cambodian (Cambodian)

สินค้า
Plantation
สารปรับปรุงดิน
สารปรับสภาพดิน
ปุ๋ย-ยา สำหรับ..
 -ยางพารา
 -อ้อย
 -ข้าว
 -มันสำปะหลัง
 -ปาล์มน้ำมัน
 -ข้าวโพด
 -สินค้าทั้งหมด
งาน Contents
ข่าวเกษตร
นิตยสารเกษตร
วารสารเกษตร
ลงโฆษณา นิตยสารเกษตร
ลงโฆษณา วารสารเกษตร
บริการ
Professional Services
ระบบน้ำหยด
Hotline เกษตร
ตรวจวิเคราะห์ดิน
สั่งซื้อออนไลน์
สั่งซื้อบนเฟสบุ๊ค
เกี่ยวกับฟาร์มเกษตร
ห้องหนังสือเกษตร
Knowledge
ทันข่าวเกษตร
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
ข้าวโพด
ปศุสัตว์
การปลูกพืช
ผักและการปลูกผัก
ไม้ดอก
ไม้ผล
สมุนไพร
ไม้มงคล
โสม
เกษตรกรตัวอย่าง
ออแกนิกส์
เกษตรน่ารู้
ฟาร์มเกษตรแนะนำ
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
เกษตร Tips
ห้อง Video
หนังสือทั้งหมด
กระดานซื้อขาย
Public Information
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปศุสัตว์
กระดานรวมด้านเกษตร
คำสำคัญ : horoscope | ปุ๋ย | Horoscope matching | การปลูกยางพารา | การปลูกมะนาว | ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ
เว็บไซต์ FarmKaset.ORG
โทร: 089-4599003 , Fax: 045-511273
ติดตามเราได้ที่
FKxTV บน YouTube
FKxTV บน FaceBook , เฟสบุ๊คกลุ่มฟาร์มเกษตร
ร้านฟาร์มเกษตรบนเฟสบุ๊ค , FKTrade.COM
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟาร์มเกษตร
18 หมู่ 6 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
ภายใต้การสนับสนุนจาก
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร: 089-4599003
Fax: 045-511273
FarmKaset Limited Partnership
18 Moo 6 Tambon Bung Amphur Mueng Amnat-Charoen Province 37000

Supported by Science Park, Ubonratchatani University.
Tel: +6689-4599003
Fax: 6645-511273

ข้อมูลบนเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลของฟาร์มเกษตร และข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ตามที่เราได้อ้างถึงไว้ท้ายบทความหรือข้อมูลนั้นๆ

สินค้าสั่งซื้อได้ที่ ร้านออนไลน์ฟาร์มเกษตร (089-4599003) หรือเกี่ยว กับเรา ติดต่อฟาร์มเกษตร

©2011 by FarmKaset.ORG All rights reserved