FarmKaset.ORG :  The best of organic fertilizer
ชำระค่าสินค้าจากฟาร์มเกษตร ได้ที่ 7 ELEVEN ทุกสาขา
ขณะนี้: ท่านกำลังอยู่ในส่วนของ องค์ความรู้
เปลี่ยนหน้าเว็บเป็นเวอร์ชั่นมือถือ
Switch to Mobile Version!
FarmKaset.ORG design for iOS Safari FarmKaset.ORG design for android chrome
ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร
หน้าแรก พืชเศรษฐกิจ สินค้า การสั่งซื้อ ความรู้เกษตร เว็บบอร์ด บริการ ค้าส่ง เป็นคู่ค้า เป็นตัวแทน ติดต่อเรา FarmKaset.ORG Fan Page



 ผักและการปลูกผัก
โมโรเฮยะ - ผักพระราชา
ผักโมโรเฮยะ ได้ชื่อว่า เป็นผักของพระราชา ในสมัยอียิปต์โบราณ เนื่องจากเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน เบต้าแคโรทีน ฯ
โรคราน้ำค้าง ที่เกิดกับแตง
โรคราน้ำค้างของแตงตามรายงานมีผู้พบครั้งแรกในประเทศคิวบา เมื่อราวปี ค.ศ. 1864 หลังจากนั้นก็ปรากฏว่าเป็นโรคที่ระบาดแพร่..
โรคพริก ราแป้ง แอนแทรคโนส ฯลฯ การป้องกันและกำจัด
โรคพริก การป้องกันและกำจัดโรคของพริก แอนแทรคโนส ราแป้ง โรคใบจุด โรคเหี่ยว ..
แครอท ช่วยขับปัสสาวะ ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้
แครอท เป็นพืชตระกูลพืชกินหัว มีลักษณะเป็นท่อนกลมๆ ทรงกรวย มีหลากหลายสีตั้งแต่สีส้ม สีเหลือง สีม่วง
ถั่วลันเตา คุณค่าทางอาหารสูง และมีวิตามิน B2 ไขมันในระดับต่ำ โปรตีน
พืชตระกูลถั่วที่มีขนาดใหญ่ เมล็ดโต มีฝักที่เหนียวและแข็งแรงอย่างมาก จริงๆแล้ว ถั่วลันเตา นั้นไม่ได้เป็นพืชไทยแท้ แต่.
กุยช่าย สรรพคุณที่ไม่น่าเชื่อ สามารถใช้เป็น ยากระตุ้น Sex
กุยช่าย อาจจะมีชื่อที่ค่อนข้างไปทางภาษาจีนนิดหน่อย ใช่แล้วครับใบกุยช่ายมีการเพาะปลูกในพื้นที่แถบประเทศจีนด้วย
หอมหัวใหญ่ ผักสารพัดประโยชน์ รสแรง แต่คุณค่าสูง
หอมหัวใหญ่ พืชชนิดนี้สามารถปลูกได้ในฤดูหนาวและที่สำคัญคือสามารถปลูกในดินได้แทบทุกชนิด
ผักกาดหอม ใช้ปรุงได้หลากหลายประเภท
ผักกาดหอม เป็นพืชที่สามารถปลูกและเจริญเติบโต้ได้ดีโดยเฉพาะกับดินร่วน หรือจะสามารถปลูกกับดินได้แทบทุกชนิด
ถั่วฝักยาว ลักษณะนั้นเป็นเถาเลื้อย
ถั่วฝักยาวเป็นอีก 1 พืชตระกูลไม้เลื้อย ลักษณะนั้นเป็นเถาเลื้อยที่มีความเหนียวและแข็งแรงมาก
โหระพา … เป็นยาก็ดี ปรุงอาหารก็อร่อย
ใบ โหระพา เป็นพืชตระกูลไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีธาตุแคลเซียมสูง อายุยืนนาน แพร่กระจายอยู่ตามพื้นแถบต่างๆในเขตเอเชีย
ฟักทอง … ผักสารพัดประโยชน์
ฟักทอง จัดว่าเป็นไม้เถาเลื้อยชนิดหนึ่ง เป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับผลมะระ ด้านบนมีดอกสีเหลืองเป็นลักษณะคล้ายกับกระดิ่ง
ฟักเขียว ผักที่อุดมด้วยสรรพคุณทางด้านโอสถ
ฟักเขียว มีอีกชื่อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะเรียกก็คือ ฟักแฟง หรือจะเรียกสั้นๆว่า ฟัก
การปลูกหอมหัวใหญ่
เรามักจะรับประทานอาหารที่มีหอมหัวใหญ่เป็นวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหน
ฟักทอง
ฟักทองมีรสชาติหอมมัน นำไปประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือขนมหวาน

*ทั้งหมดในหมวด

 หมวดหมู่ทั้งหมด
เกษตรกรตัวอย่าง
ปาล์มน้ำมัน
ไร่อ้อย
ยางพารา
ออแกนิกส์
สินค้าเกษตร
เกษตรน่ารู้
มันสำปะหลัง
FK Freestyle
นาข้าว
การปลูกพืช
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
ผักและการปลูกผัก
ห้องปศุสัตว์
Agri live update
ไม้ดอก
ไม้ผล
สุขภาพ
สมุนไพร
FK Talk
โสม
ไม้มงคล
ไร่ข้าวโพด
ไร่กาแฟ
องค์กรด้านการเกษตร
การใช้ SUN กับพืชต่างๆ
แอพมือถือจากฟาร์มเกษตร
ซื้อขายที่ดิน
คลิก +1 หรือ Like ให้หน่อยนะครับ
พิมพ์หน้านี้
farmkaset mobile version
อ่านหน้านี้แล้ว 67644 คน
Excerpt
การปลูกผักในอากาศ เทคโนโลยีการปลูกพืชไร้ดิน
จริง ๆ แล้วการปลูกผักแบบไฮโดรโพนิกส์ (hydropoincs) หรือการปลูกพืชในน้ำหนือน้ำยาเป็นลักษณะหนึ่งของการปลูกพืชแบบไร้ดิน...
อัปเดท ( 26 กุมภาพันธ์ 2553 ) , เข้าชมแล้ว (67,644) , ความคิดเห็น (6) , สั่งพิมพ์คลิกที่นี่
ข้อมูลอย่างย่อ
จริง ๆ แล้วการปลูกผักแบบไฮโดรโพนิกส์ (hydropoincs) หรือการปลูกพืชในน้ำหนือน้ำยาเป็นลักษณะหนึ่งของการปลูกพืชแบบไร้ดิน (Soilless Culture)แต่ที่ไร่วโนทยาน เรียกการปลูกผักทั้ง 2 ลักษณะแยกกัน เป็น 2 ประเภท

 จริง ๆ แล้วการปลูกผักแบบไฮโดรโพนิกส์ (hydropoincs) หรือการปลูกพืชในน้ำหนือน้ำยาเป็นลักษณะหนึ่งของการปลูกพืชแบบไร้ดิน (Soilless Culture)แต่การปลูกผักในอากาศที่ไร่วโนทยาน เรียกการปลูกผักทั้ง 2 ลักษณะแยกกัน เป็น 2 ประเภท คือ ถ้าปลูกในน้ำยาเรียก ไฮโดรโพนิคส์ และเรียกการปลูกผักในวัสดุปลูกอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ดินว่า "ซอยเลส" (Soilless)

          ดร. นภดล เรียบเลิศหิรัญ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขียนไว้ในหนังสือเรียน "การปลูกพืชไร้ดิน" เมื่อปี พ.ศ. 2538โดยกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการปลูกแบบไร้ดินว่าเริ่มครั้งแรกที่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2479 ผู้เริ่มคือ ดร.เกอริก ได้ทดสอบการปลูกมะเขือเทศในน้ำยาผสมธาตุอาหารตามสูตรที่เขาดัดแปลงขึ้นและ ประสบความสำเร็จเนื่องจากต้นมะเขือเทศเจริญเติบโตดีมาก จนกระทั่งออกดอกและติดผลที่มีขนาดรับประทานได้ผลงานของดร.เกอริกได้รับการ ตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง
         ดร. เกอริก เรียกการปลูกพืชในลักษณะนี้ว่า "hydropoincs"ซึ่งเป็นคำภาษากรีกมาจากคำว่า "hydro" ซึ่งแปลว่า "น้ำ" และ "ponics"แปลว่า "การทำงาน" รวมกันเป็น "hydroponics" แปลว่า "การทำงานของน้ำ"

          แต่ในเว็บไซต์ของ biocontrols.com บอกว่า ผู้ที่พัฒนาระบบการปลูกพืชแบบhydroponics รายแรกคือ Dr.Hoagland และ D.L Amonแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เช่นเดียวกัน แต่ดำเนินการเมื่อปี 1938 หรือปี 2481 ถ้าดูระยะเวลาก็ต้องบอกว่ามาทีหลัง ดร. เกอริก ใครจะเป็นรายแรกรายหลังก็ไม่เป็นไร เพราะทั้งคู่อยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน คือมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มาดูประเทศไทยดีกว่า ดร. นภด เรียบเลิศหิรัญกล่าวไว้ในหนังสือ "การปลูกพืชไร้ดิน" ของท่านว่า สำหรับประเทศไทยการปลูกพืชแบบไร้ดิน เริ่มมาจากการทดลองของสถาบันการศึกษาต่าง ๆเสียมากกว่า มีผู้ริเริ่มปลูกเป็นการค้าจริงๆ ที่ตำบลนาดี อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อปี พ.ศ. 2526โดยชาวไต้หวันเป็นผู้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาแนะนำโดยเริ่มด้วยการเน้นปลูก ผักที่ราคาแพงปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจัดเป็นผักอนามัยปลอดภัยจาก สารพิษที่แท้จริงและเจ้าของสวนให้ชื่อว่า "ผักลอยฟ้า"หลังจากนั้นเทคโนโลยีนี้จึงได้ขยายผลไปยังผู้ประกอบการรายอื่น ๆแต่ก็นับว่าได้ใช้เวลาเกือบ 10 ปี กว่าเทคโนโลยีจะแพร่หลาย

         คุณสุภาพร รัตนะรัต นักวิทยาศาสตร์ กองเกษตรเคมี(ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร )กรมวิชาการเกษตร เขียนไว้ในหนังสือ "หลักและวิธีการผลิตผักอนามัย"ของกรมวิชาการเกษตร เมื่อปี พ.ศ. 2544 เรื่อง "การปลูกพืชไร้ดิน :การปลูกผักอนามัยในสารละลายธาตุอาหาร" ว่า การปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน หรือSoilless culture เป็นการปลูกผักโดยให้รากอยู่ในวัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดินได้แก่ การปลูกให้รากแช่อยู่ในน้ำ (water culture หรือ hydroponics)ปลูกให้รากอยู่ในอากาศ (aeroponics) และปลูกให้รากอยู่ในวัสดุปลูกอื่น ๆ(substrate culture) ได้แก่ วัสดุอินทรีย์ เช่น ขุยมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบขี้เลื่อย วัสดุผสมต่าง ๆ และวัสดุอนินทรีย์ เช่น ทราย กรวด ฟองน้ำ ใยหิน(rock wool) เพอไลท์ (perlite) และเวอร์มิคูไลท์ (vermiculite) เป็นต้นซึ่งการปลูกในวัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดินเหล่านี้ต้องให้สารละลายธาตุ อาหารแก่พืชอย่างพอเหมาะและต่อเนื่องจึงจะทำให้พืชเจริญเติบโต การปลูกผักในลักษณะนี้ถือเป็นการปลูกพืชแบบไร้ดิน (Soilless culture) อีกวิธีหนึ่ง



ดร. นภดล เรียบเลิศหิรัญ บอกว่าประโยชน์ของการปลูกพืชแบบไร้ดิน มีหลายประการ คือ

          - ใช้ทดแทนการปลูกพืชในดินที่มีปัญหา เช่น ดินเค็ม ดินกรวด และดินด่าง
          - ประหยัดพื้นทีที่จะใช้ปลูก เพราะระบบไร้ดินปลูกพืชได้หนาแน่นกว่าปลูกในดิน
         - ประหยัดค่าใช้จ่ายในการปลูก และบำรุงรักษาพืชเพราะธาตุอาหารและน้ำอยู่ในระบบที่หมุนเวียนได้ประหยัดค่า ใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืช
          - อายุการเก็บเกี่ยวสั้นกว่าการปลูกในดิน
          - สามารถควบคุมโรคและแมลงได้สะดวกกว่าการปลูกในดิน เนื่องจากใช้พื้นที่ปลูกขนาดเล็กกว่า
          - ใช้ปลูกบำรุงรักษาพืชให้อยู่รอดมากขึ้น โดยเฉพาะพืชจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
         - เหมาะสำหรับการปลูกพืชในเมืองใหญ่หรือเมืองอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่ดินสำหรับ ปลูกพืชน้อย หรือบนตึกสูง เช่นคอมโดมีเนียม โรงแรม โรงพยาบาล เป็นต้น
         - ใช้ปลูกพืชในยานอวกาศได้ปัญหาของการปลูกพืชแบบไร้ดินก็มีอยู่บ้างเช่นกันคือ ต้องลงทุนสูงกว่าการปลูกพืชในดินทั่ว ๆ ไป ผู้ปลูกต้องทราบ เทคนิคการปลูกพืชไร้ดินหรือเทคโนโลยีพอสมควร ที่สำคัญคือถ้าจะปลูกเป็นการค้าต้องเลือกปลูกพืชที่มีราคาและมีตลาดรองรับ จึงจะประสบความสำเร็จ

ไร้ดินแบบไฮโดรโพนิคส์
         ดังที่กล่าวแล้วว่าการปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิคส์เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อ ประมาณ 10 ปีมาแล้วโดยชาวไต้หวัน นำเข้ามาแนะนำให้ผู้ประกอบการคนไทยทำเป็นการค้าที่เรียกว่า"ผักลอยฟ้า"

         ไฮโดรโพนิคส์ เข้ามามีบทบาทเพื่อแก้ปัญหาของการปลูกพืชในดินซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัด ศัตรูพืชและวัชพืชรวมทั้งเชื้อโรคพืชที่อาศัยอยู่ในดินทำให้เกิดสารพิษ ตกค้างในผลผลิตเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและตัวเกษตรกรผู้ปลูกนอกจากนี้การ ปลูกพืชในดินยังต้องใช้น้ำมากถ้าปราศจากแหล่งน้ำก็ก่อให้เกิดปัญหาในการเพาะ ปลูกอีกการปลูกพืชในดินต้องมีการเตรียมดิน ปรับสภาพดิน และต้องใช้ปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ ตามอายุพืช"ไฮโดรโพนิคส์" จึงเป็นระบบการปลูกพืชที่เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวแต่ทั้งนี้ไฮโดรโพนิคส์ก็ เหมาะสมสำหรับพืชบางชนิดเท่านั้น ไฮโดรโพนิคส์เป็นการปลูกพืชไร้ดิน ในรูปแบบของการปลูกพืชให้รากพืชแช่อยู่ในน้ำหรือสารละลายธาตุอาหารพืช ซึ่งคุณสุภาพร รัตนะรัต บอกว่าการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชมีหลายวิธีแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสีย แตกต่างกัน วิธีที่ง่ายและสะดวก เป็นที่นิยมกันมี2 วิธี คือ

          - การปลูกพืชในสารละลายแบบไม่ไหลเวียนเป็นการ ปลูกแบบให้รากแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหารที่มีเครื่องพ่นอากาศเป่าอากาศลงใน สารละลายนั้น การปลูกในระบบนี้เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายมากเหมาะสำหรับปลูกในครัวเรือน เป็นงานอดิเรกหรือเป็นงานทดลองภาชนะที่ปลูกอาจจะเป็นภาชนะเดี่ยวหรือเป็น กระบะรวมการปลูกในภาชนะเดี่ยวมีข้อดี คือ ไม่ต้องเสี่ยงกับความเสียหายทั้งหมดในกรณีที่มีโรคติดมากับรากพืชที่ปลูก ความเสียหายจะเกิดเฉพาะต้นที่เป็นโรคเท่านั้นและการเคลื่อนย้ายภาชนะปลูก สามารถทำได้ง่าย แต่มีข้อเสียคือ อาจต้องสิ้นเปลืองแรงงานมากกว่า
          - การปลูกในสารละลายแบบไหลเวียน(Nutrient Flow Tecnnique หรือ NFT)เป็นวิธีให้รากแช่อยู่ในสารละลายที่ไหลเวียนภายในภาชนะปลูกรวมโดยใช้ ปั๊มทำการผลักดันให้สารละลายเกิดการไหลเวียน มี 2 แบบ คือแบบสารละลายไหลผ่านรากพืชเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ตามความลาดชันของรางปลูก(Nutrient Flow Tecnnique) และระบบสารละลายไหลผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่อง(Natrient Flow Tecnnique) การปลูกในระบบนี้สารละลายธาตุอาหารที่ไหลผ่านรากพืชจะไหลลงสู่ถังภาชนะบรรจุ แล้วถูกสูบด้วยปั้มน้ำขึ้นมาให้พืชได้ใช้ใหม่โดยวิธีนี้จะสามารถใช้ประโยชน์ จากสารละลายธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพการนำสารละลายธาตุอาหารกลับมาใช้ ใหม่ จึงเป็นวิธีที่ประหยัดและไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จากสารละลายเหลือใช้แต่ข้อเสียของระบบนี้คือ ถ้าเกิดโรคที่ติดมากับรากพืชจะทำให้แพร่กระจายได้มากและรวดเร็ว จากการที่รากแช้อยู่ในสารละลายเดียวกันซึ่งยากที่จะกำจัด หรือรักษาให้หายได้การแพร่ระบาดของโรคอย่างรุนแรงทำความเสียหายแก่พืชที่ ปลูกไว้ทั้งหมด

         การปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิคส์โดยเฉพาะพืชผักจะต้องปลูกในโรงเรือนมุ้ง ตาข่ายภาชนะปลูกส่วนใหญ่จะเป็นกระบะ สำหรับใส่น้ำสารละลายธาตุอาหารพืชมีแผ่นโฟมปิดบนกระบะแผ่นโฟมจะเจาะเป็นช่อง ๆสำหรับวางต้นกล้าให้รากลงไปแช่ในสารละลายปัจจุบันมีการพัฒนาภาชนะปลูกให้ ทันสมัยขึ้นประหยัดเนื้อที่และประหยัดน้ำมากขึ้นโดยการทำเป็นรางน้ำแทนกระบะ นอกจากนี้ยังต้องมีเครื่องปั๊มอากาศสำหรับปั๊มอากาศเข้าไปในภสชนะปลูกพืชให้ ออกซิเจนแก่รากพืชเพื่อพืชใช้ในการดูดซึมอาหาร

          สำหรับธาตุอาหารที่พืชต้องการในการเจริญเติบโต มี 16 ชนิด ได้แก่ คาร์บอนออกซิเจน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โปตัสเซียมกำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส โมลิบดินัม สังกะสี คลอรีน และโบรอนนอกจากนี้อาจจะมีธาตุอาหารอื่นๆ บ้าง เช่น อะลูเนียม แกลเลียม ซิลิกอนไอโดดีน ซีลีเนียม และโซเดียม แต่จากการวิเคราะห์พบว่า ธาตุอาหารที่พืชต้องการมากคือ คาร์บอน
         และออกซิเจน ทั้ง 2 ชนิดรวมกันประมาณ 90% ของธาตุอาหารพืชทั้งหมดที่เหลือเป็นไฮโดรเจน ไนโตรเจน และอื่น ๆ คุณสุภาพร รัตนะรัตกล่าวถึงข้อดี และข้อจำกัดของการปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิคส์โดยเฉพาะพืชผักไว้ดังนี้

การปลูกผัก ไฮโดรโพนิคส์ข้อดี คือ

          *ให้ผลผลิตที่สะอาด ถูกอนามัย ปลอดภัยจากสารพิษเนื่องจากปลูกในโรงเรือนที่มีมุ้งตาข่ายปิดมิดชิดจึงไม่ จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
         * พืชเจริญเติบโตและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วกว่าการปลูกในดินเนื่องจากพืชได้ รับธาตุอาหารต่างๆครบถ้วนในสัดส่วนที่พอเหมาะและตลอดเวลาที่พืชต้องการทำให้ ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและรสชาติดี
         * พืชที่ปลูกอยู่รอดมากขึ้น และให้ผลผลิตสูง เพราะสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆที่ให้แก่พืชได้ดีกว่าปลูกในดิน ลดความเสี่ยงจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่แน่นอนเช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง
         * ใช้พื้นที่น้อย เพราะปลูกพืชได้หนาแน่นกว่าปลูกในดินและปลูกต่อได้ทันทีหลังจากเก็บเกี่ยว พืชชุดแรกแล้วจึงสามารถปลูกได้หลายครั้งต่อปี
          * ประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืช
         * ทดแทนการปลูกพืชในดินที่มีปัญหา เช่น ดินเค็ม ดินกรด ดินด่างดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกพืช เช่น ดินลูกรัง ดินที่มีน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง
          * เหมาะสำหรับปลูกในสถานที่ที่มีพื้นผิวดินสำหรับปลูกพืชน้อย เช่น ระเบียงบ้าน หรือ คอนโดมีเนียม
          * ปลูกได้ตลอดปี ไม่ต้องรอฤดูกาล สามารถเลือกปลูกพืชในช่วงที่มีราคาแพง ทำให้ผลผลิตได้ราคาดีขึ้น
          * ใช้แรงงานในการดูแลน้อย

          ข้อจำกัดคือ ลงทุนสูงในระยะแรก และต้องมีปัจจัยในการปลูกพืชในระบบนี้ คือ ไฟฟ้าน้ำ และธาตุอาหารที่พืชต้องการในรูปของสารเคมีอย่างไรก็ตามการปลูกพืชในระบบไฮ โดรโพนิคส์ในปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากสำหรับปลูกผักอนามัย และวิธีการปลูกวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ก็มีการพัฒนาให้สะดวกและทันสมัยมากขึ้นตลาดของผักอนามัยในปัจจุบัน เริ่มมีผู้หันมานิยมบริโภคมากขึ้นการวางจำหน่ายผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโพ นิคส์ ปัจจุบันจะบรรจุถุงทั้งต้นโดยไม่ตัดรากและบางรายภาชนะปลูกที่ใช้พยุงต้นซึ่ง เป็นกระถางพลาสติกโปร่งขนาดเล็กๆยังมีติดที่โคนต้นเป็นการยืนยันว่าเป็นผัก ที่ปลูกในระบบไฮโดรโพนิคส์จริง ๆปราศจากสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงแน่นอน

ไร้ดินแบบแอโรโพนิคส์

         การปลูกพืชในระบบแอโรโพนิคส์ (aeroponics) คล้าย ๆ กับไฮโดรโพนิคส์แต่แทนที่รากพืชจะแช่อยู่ในน้ำยาซึ่งเป็นสารละลายธาตุอาหาร พืชก็ใช้วิธีการฉีดพ่นสารละลายธาตุอาหารพืชให้แก่พืชทางรากเป็นระยะ ๆ ตลอด 24ชั่วโมงแทน วิธีการนี้พืชได้อาหารครบถ้วนและพอเพียงแต่การปลูกด้วยระบบแอโรโพนิคส์ต้อง ใช้ระบบควบคุมการฉีดพ่นธาตุอาหารแบบอัตโนมัติ เช่น ฉีดพ่นทุก ๆ 1 นาทีระยะเวลาฉีดพ่น 1 นาที หยุด 1 นาที เป็นต้น วิธีการนี้ใช้นน้ำน้อยมากการปลูกพืชในระบบแอโรโพนิคส์นี้ความชื้นจากการฉีด พ่นสารละลายธาตุอาหารจะไปกระตุ้นให้รากพืชเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ภายใน 10 วันและต้นพืชโดยเฉพาะพืชผักสามารถเจริญเติบโตเก็บเกี่ยวได้ภายในระยะเวลา เพียง30 วัน ใน biocontrols.com ระบุว่า การปลูกพืชในระบบแอโรโพนิคส์นี้ มีประโยชน์และข้อดีหลายประการคือ

          * ไม่มีโรคและแมลงศัตรูพืช
          * ไม่ต้องใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
          * ประหยัดน้ำและสารละลายธาตุอาหารพืช
          * พืชโตเร็ว เก็บเกี่ยวได้เร็ว และให้ผลผลิตสูง
          * สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกได้ ทั้งนี้มีตัวเลขยืนยัน ดังนี้

                    สามารถลดการใช้น้ำได้ 98%
                    สามารถลดปริมาณปุ๋ยเคมี ได้ 95%
                    สามารถลดปริมาณสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ 99%
                    สามารถเพิ่มผลผลิตในแต่ละรอบการเพาะปลูกได้ 45%
                    ได้ผลผลิตที่สะอาด

ที่มา : ศูนย์สารสนเทศ กรมวิชาการเกษตร




คุณDentz วธัญญู  wathanyu@thaiunique.com
02 ม.ค. 2557 , 12:32 AM
เครื่องวัดค่าคุณภาพน้ำ pH meter, EC meter, TDS meter แบบ Pocket, Portable จากประเทศสิงคโปร์ สำหรับตรวจวัดคุณภาพน้ำและปุ๋ยในการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ 
http://www.transinstruments.com 

สนใจสอบถามข้อมูล
086 332 3632
wathanyu@thaiunique.com

ธนวรรณ  ploy_lovewoon@hotmail.com
26 มี.ค. 2555 , 07:39 PM
ดีค่ะแต่อยากทําบ้างจังไปเห็นในตั้งตัวค่ะ

ไพบูลย์ ศรีพงษ์  paiboon96@hotmail.com
08 ก.ค. 2554 , 02:09 AM


๑.อยากจะปลูกผักที่บ้านเกิด



๑.๑ อุปกรณ์การปลูกหาซื้อได้ที่ไหน 



๑.๒ ราคาแพงไหม



๑.๓ หากจะซื้อ สารละลาย A,B หาซื้อได้ที่ไหนครับ



นายดิษพล หวังหมู่กลาง  ditsapol@windowslive.com
26 พ.ค. 2554 , 09:46 PM


กระผมกำลังจะทำโครงการปลูกพืชไร้ดินที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย ซึ่งมีเนื้อที่ที่จะทำโครงการประมาณ 2 ไร่ ต้องการคำแนะนำในการจัดทำโครงการ ตั้งแต่เรื่องความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนการก่อสร้างโรงเรือนและแหล่งซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รบกวนแนะนำผมด้วยครับ และสามารถไปดูงานที่ไหนได้บ้างที่เขาทำแล้วสำเร็จเพื่อเป็นแม่แบบจะขอบพระคุณอย่างสูงครับ ส่งมาทาง Email  ditsapol@windowslive.com



ขอบคุณครับ



นายดิษพล หวังหมู่กลาง



089-1081923



โชติกา สุขกมลไมตรี  nantakorn-tai@hotmail.com
17 ธ.ค. 2553 , 08:59 AM
สนใจอยากกลับไปปลูกผักที่น่านแต่ไม่มีความรู้และตลาด

ช่วยแนะนำให้หน่อยนะค่ะ

ส้ม  orange_kop@hotmail.com
15 มิ.ย. 2553 , 02:05 AM
หากจะซื้อ สารละลาย A,B หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ
1

กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร ก่อนจึงโพสคำตอบได้

ชื่อ  
อีเมล์    
ความเห็น | PC Mode | Mobile Mode |

พิมพ์คำว่า "คนไทย"    

Excerpt this page on language :
Afrikaans (Afrikaans) | Shqip (Albanian) | عربي (Arabic) | Հայերէն (Armenian) | آذربایجان دیلی (Azerbaijani) | Euskara (Basque) | Беларуская (Belarusian) | Български (Bulgarian) | Català (Catalan) | 中文简体 (Chinese Simplified) | 中文繁體 (Chinese Traditional) | Hrvatski (Croatian) | Čeština (Czech) | Dansk (Danish) | Nederlands (Dutch) | English (English) | Eesti keel (Estonian) | Filipino (Filipino) | Suomi (Finnish) | Français (French) | Galego (Galician) | ქართული (Georgian) | Deutsch (German) | Ελληνικά (Greek) | Kreyòl ayisyen (Haitian Creole) | עברית (Hebrew) | हिन्दी (Hindi) | Magyar (Hungarian) | Íslenska (Icelandic) | Bahasa Indonesia (Indonesian) | Gaeilge (Irish) | Italiano (Italian) | 日本語 (Japanese) | 한국어 (Korean) | Latviešu (Latvian) | Lietuvių kalba (Lithuanian) | Македонски (Macedonian) | Malay (Malay) | Malti (Maltese) | Norsk (Norwegian) | فارسی (Persian) | Polski (Polish) | Português (Portuguese) | Română (Romanian) | Русский (Russian) | Српски (Serbian) | Slovenčina (Slovak) | Slovensko (Slovenian) | Español (Spanish) | Kiswahili (Swahili) | Svenska (Swedish) | ไทย (Thai) | Türkçe (Turkish) | Українська (Ukrainian) | اردو (Urdu) | Tiếng Việt (Vietnamese) | Cymraeg (Welsh) | ייִדיש (Yiddish) | Laos (สปปลาว) | Cambodian (Cambodian)

สินค้า
Plantation
สารปรับปรุงดิน
สารปรับสภาพดิน
ปุ๋ย-ยา สำหรับ..
 -ยางพารา
 -อ้อย
 -ข้าว
 -มันสำปะหลัง
 -ปาล์มน้ำมัน
 -ข้าวโพด
 -สินค้าทั้งหมด
งาน Contents
ข่าวเกษตร
นิตยสารเกษตร
วารสารเกษตร
ลงโฆษณา นิตยสารเกษตร
ลงโฆษณา วารสารเกษตร
บริการ
Professional Services
ระบบน้ำหยด
Hotline เกษตร
ตรวจวิเคราะห์ดิน
สั่งซื้อออนไลน์
สั่งซื้อบนเฟสบุ๊ค
เกี่ยวกับฟาร์มเกษตร
ห้องหนังสือเกษตร
Knowledge
ทันข่าวเกษตร
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
ข้าวโพด
ปศุสัตว์
การปลูกพืช
ผักและการปลูกผัก
ไม้ดอก
ไม้ผล
สมุนไพร
ไม้มงคล
โสม
เกษตรกรตัวอย่าง
ออแกนิกส์
เกษตรน่ารู้
ฟาร์มเกษตรแนะนำ
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
เกษตร Tips
ห้อง Video
หนังสือทั้งหมด
กระดานซื้อขาย
Public Information
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปศุสัตว์
กระดานรวมด้านเกษตร
คำสำคัญ : เช่ารถตู้ เหมารถตู้ | horoscope | ปุ๋ย | Horoscope matching | การปลูกยางพารา | การปลูกมะนาว | ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ
เว็บไซต์ FarmKaset.ORG
โทร: 089-4599003 , Fax: 045-511273
ติดตามเราได้ที่
FKxTV บน YouTube
FKxTV บน FaceBook , เฟสบุ๊คกลุ่มฟาร์มเกษตร
ร้านฟาร์มเกษตรบนเฟสบุ๊ค , FKTrade.COM
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟาร์มเกษตร
18 หมู่ 6 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
ภายใต้การสนับสนุนจาก
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร: 089-4599003
Fax: 045-511273
FarmKaset Limited Partnership
18 Moo 6 Tambon Bung Amphur Mueng Amnat-Charoen Province 37000

Supported by Science Park, Ubonratchatani University.
Tel: +6689-4599003
Fax: 6645-511273

ข้อมูลบนเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลของฟาร์มเกษตร และข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ตามที่เราได้อ้างถึงไว้ท้ายบทความหรือข้อมูลนั้นๆ

สินค้าสั่งซื้อได้ที่ ร้านออนไลน์ฟาร์มเกษตร (089-4599003) หรือเกี่ยว กับเรา ติดต่อฟาร์มเกษตร

©2011 by FarmKaset.ORG All rights reserved