ห้องสมุดยางพารา
กรมวิทยาศาสตร์บริการ คิดค้นพัฒนา เทคโนโลยีถ้วยดินเผารองรับน้ำยาง
กรมวิทยาศาสตร์บริการ จึงจัดทำโครงการพัฒนาถ้วยดินเผารองรับน้ำยางขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาถ้วยรองรับน้ำยางให้..
อัปเดท ( 17 กันยายน 2554 ) , แสดง (7,164) ,
ถ้วยรองน้ำยาง เซรามิค น้ำยางไม่ติดถ้วย

กรมวิทยาศาสตร์บริการ เสนอผลงานวิจัยจากการคิดค้นพัฒนา “เทคโนโลยีถ้วยดินเผารองรับน้ำยางช่วยเกษตรกร” หวังช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีภาชนะรองรับน้ำยางที่สามารถทนแดดทนฝน และใช้งานได้ดีในราคาไม่แพง

เนื่องจากยางพารา ถือเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่าปีละ 300,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีการปลูกยางพารารวม 18 ล้ายไร่ ใน 64 จังหวัด โดยภาคใต้มีพื้นที่เพาะปลูกหลักกว่า 10 ล้านไร่ และที่เหลือปลูกกระจายอยู่ในภาคต่างๆ ทั้ง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในกรรมวิธีการกรีดยางนั้น เดิมชาวสวนยางจะใช้กะลามะพร้าวเป็นภาชนะรองรับน้ำยาง เนื่องจากก่อนนี้พื้นที่ปลูกยางส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ ซึ่งมีการปลูกต้นมะพร้าวจำนวนมาก แต่เมื่อมะพร้าวมีราคาแพงขึ้นกะลามะพร้าวหายาก ชาวสวนยางจึงเปลี่ยนมาใช้ถ้วยพลาสติกที่มีราคาถูกกว่าแทน แต่ก็มีข้อเสีย คือ น้ำยางจะติดภาชนะ ไม่สามารถปาดออกได้หมด ทั้งยังไม่ทนทานต่อแดด ฝน จึงกรอบแตกได้ง่าย ทำให้ต้องเปลี่ยนถ้วยรองน้ำยางบ่อย ชาวสวนยางบางรายจึงหันไปใช้ถ้วยเซรามิก หรือ ถ้วยดินเผา หากเป็นถ้วยเนื้อขาวในลักษณะเดียวกับจานชาวเซรามิกก็จะใช้งานได้ดี แต่มีราคาแพง และ มีค่าขนส่งสูง เนื่องจากส่วนใหญ่มีการผลิตอยู่เฉพาะในจังหวัดลำปาง ขณะเซรามิกคุณภาพต่ำชนิดเนื้อดินแดง ก็จะมีความแข็งแรงน้อยกว่า แตกหักง่าย อีกทั้งสีน้ำมันที่ใช้ในการเคลือบผิว เมื่อใช้งานไปนานๆ สีก็จะหลุดลอกไม่สามารถ

กรมวิทยาศาสตร์บริการ จึงจัดทำโครงการพัฒนาถ้วยดินเผารองรับน้ำยางขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาถ้วยรองรับน้ำยางให้มีคุณภาพดี สามารถใช้งานในสวนยางได้จริง

เกษม พิฤทธิ์บูรณะ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวว่า นักวิจัยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเซรามิก ได้พัฒนาถ้วยเซรามิกเพื่อรองรับน้ำยาง ที่ทดสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติดีกว่ากะลามะพร้าว และถ้วยพลาสติก ทั้งอายุการใช้งานของถ้วยเซรามิกที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถใช้งานได้นานเท่ากับอายุต้นยาง เพราะมีความทนทานมาก จากต้นยางที่มีไม่ต่ำกว่า 640 ล้านต้น ขณะการใช้ภาชนะแบบเดิมยังไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดีพอ เทคโนโลยีถ้วยดินเผารองรับน้ำยางนี้จึงนับเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง

ด้าน อุราวรรณ อุ่นแก้ว ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีชุมชน กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ของกรมฯ ได้ศึกษาและพัฒนาถ้วยดินเผาตั้งแต่วัตถุดิบที่เป็นเนื้อดิน พัฒนาเทคนิคการขึ้นรูป รวมถึงพัฒนากรรมวิธีในการเคลือบ และได้นำเทคโนโลยีไปเผยแพร่ให้กับ กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านกลาง อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมแล้ว ด้วยชาวบ้านกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านกลาง มีอาชีพทำครกซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม การเผยแพร่เทคโนโลยีครั้งนี้จึงเป็นเสมือนการเพิ่มโอกาสทางด้านการตลาด เพิ่มกลุ่มลูกค้าให้ขยายกว้างมากยิ่งขึ้น ทั้งนักวิจัยยังได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านนำวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ดิน ขี้เถ้าจากเตาฟืนมาใช้ในการผลิต และด้วยการผลิตที่มีการเผาถ้วยเพียงครั้งเดียวจึงช่วยลดต้นทุนการผลิตจากเดิมลง ทำให้ชาวบ้านมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ด้วยจุดเด่นของผลงานวิจัยถ้วยดินเผารองรับน้ำยาง ที่เป็นภาชนะเนื้อแกร่ง มีความแข็งแรงสูง มีผิวเคลือบมันวาว เมื่อนำไปทดลองใช้รองน้ำยางในสวนยาง จึงทำให้สามารถเก็บน้ำยางออกได้ทั้งหมด ไม่มีน้ำยางติดถ้วย นอกจากนั้นยังทนแดด ทนฝน ใช้งานได้นาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติตามที่เกษตรกรต้องการ” อุราวรรณ กล่าว

อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ต้องการให้นำผลงานวิจัยถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จริง จากตัวอย่างการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จังหวัดนครพนม ชาวบ้านกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านกลางก็มีเป้าหมายจะผลิตถ้วยยางเพื่อจำหน่าย ให้ชาวสวนยางในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งกรมฯยังมีแผนที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากมีการปลูกต้นยางจำนวนมาก ที่กำลังเข้าสู่ช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยวน้ำยางอีกด้วย

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตกรมวิทยาศาสตร์บริการก็มีนโยบายที่จะนำผลงานวิจัยมาจดสิทธิบัตรให้มากขึ้น และหลังจากจดสิทธิบัตรแล้ว ก็จะได้นำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีเหล่านั้น ไปถ่ายทอดให้กับชุมชน ชาวบ้าน และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ SME เพื่อให้ผลงานนั้นเกิดผลเป็นประโยชน์อย่างสมบูรณ์

อ้างอิง: http://www.engineeringtoday.net

 



http://www.FarmKaset.ORG/contents/default.aspx?content=00542