Agri live update
ยางพารา : สรุปภาวการณ์ผลิต ตลาดและราคา 29 สิงหาคม - 4 กันยายน 2554
ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกยางพาราในรูปของยางแปรรูปขั้นต้น อาทิ น้ำยางดิบและยางแผ่นรมควันเท่านั้น ซึ่งหากมีการเพิ่มการใช้ยา
อัปเดท ( 7 กันยายน 2554 ) , แสดง (5,207) ,
สรุปราคา ภาวการตลาด

29 สิงหาคม - 4 กันยายน 2554

ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ตลาดหาดใหญ่ สัปดาห์นี้ 128.98 บาท/กิโลกรัม

ยางพารา

1. สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาภายในประเทศ

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกยางพาราในรูปของยางแปรรูปขั้นต้น อาทิ น้ำยางดิบและยางแผ่นรมควันเท่านั้น ซึ่งหากมีการเพิ่มการใช้ยางธรรมชาติมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยางขั้นกลางและขั้นปลายมากขึ้น จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ขณะนี้ทางกระทรวงฯ เตรียมเสนอของบประมาณเบื้องต้น 10 ล้านบาทเพื่อดำเนินการจัดตั้งสถาบันพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพารา เพื่อใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางของไทยให้เกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราอย่างครบวงจร ตั้งแต่วิธีการกรีดยาง ไปจนถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรมและกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป ซึ่งถือเป็นความพยายามแนวทางหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการเห็นประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกยางพาราที่ใหญ่ที่สุดของโลกสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางและเป็นผู้กำหนดราคายางในตลาดโลกได้เองแต่เรื่องดังกล่าวต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างครบวงจรต่อไป

ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ

1. ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.88 บาท เพิ่มขึ้นจาก 124.03 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 0.85 บาท หรือร้อยละ 0.69
2. ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 2 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.38 บาท เพิ่มขึ้นจาก 123.53 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 0.85 บาท หรือร้อยละ 0.69
3. ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 123.88 บาท เพิ่มขึ้นจาก 123.03 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 0.85 บาท หรือร้อยละ 0.69
4. ยางก้อนคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 69.02 บาท เพิ่มขึ้นจาก 67.78 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 1.24 บาท หรือร้อยละ 1.83
5. เศษยางคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 61.63 บาท เพิ่มขึ้นจาก 60.55 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 1.08 บาท หรือร้อยละ 1.78
6. น้ำยางสดคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 119.78 บาท เพิ่มขึ้นจาก 116.58 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 3.20 บาท หรือร้อยละ 2.74
ในสัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคายางแผ่นดิบคุณภาพที่ 4 , ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 5 และ ยางแผ่นดิบคละ

ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี. ซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนตุลาคม 2554
ณ ท่าเรือกรุงเทพ
1. ยางแผ่นรมควันชั้น 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 142.09 บาท เพิ่มขึ้นจาก 139.88 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 2.21 บาท หรือร้อยละ 1.58
2. ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 140.94 บาท เพิ่มขึ้นจาก 138.73 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 2.21 บาท หรือร้อยละ 1.59
3. น้ำยางข้น ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 91.18 บาท เพิ่มขึ้นจาก 90.03 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 1.15 บาท หรือร้อยละ 1.27
ณ ท่าเรือสงขลา
1. ยางแผ่นรมควันชั้น 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 141.84 บาท เพิ่มขึ้นจาก 139.61 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 2.23 บาท หรือร้อยละ 1.59
2. ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 140.69 บาท เพิ่มขึ้นจาก 138.48 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 2.21 บาท หรือร้อยละ 1.59
3. น้ำยางข้น ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 90.93 บาท เพิ่มขึ้นจาก 80.78 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 10.15 หรือร้อยละ 12.56

2. สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาในตลาดต่างประเทศ

ตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ยังคงสดใส
ผลการสำรวจยอดขายรถยนต์ของสหรัฐอเมริกาโดยบริษัทออโต้ดาต้า คอร์ป พบว่า ยอดขายรถใหม่ประจำเดือนสิงหาคมมีจำนวน 1,072,283 คัน หรือ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ตรงกันข้ามกับบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นที่มียอดขายลดลง ซึ่งเจเนรัล มอเตอร์(จีเอ็ม) เป็นผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 218,479 คัน ด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 20.4 โดยมีฟอร์ด มอเตอร์ โตโยต้า มอเตอร์ และ ไครสเลอร์ กรุ๊ป ครองอันดับที่ 2 , 3 และ 4 ตามลำดับ ซึ่งยอดขายโดยรวมของผู้ผลิตรถยนต์กลุ่ม “ บิ๊กทรี ” ของสหรัฐฯ (จีเอ็ม ฟอร์ด และ ไครสเลอร์) เพิ่มขึ้นและมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึงร้อยละ 48.5

ราคาต่างประเทศซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนตุลาคม 2554
ยางแผ่นรมควันชั้น 3
ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 466.00 เซนต์สหรัฐ (138.68 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 460.47 เซนต์สหรัฐ (136.34 บาท) ในสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 5.53 เซนต์สหรัฐหรือร้อยละ 1.20
ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดโตเกียว เฉลี่ยกิโลกรัมละ 358.38 เยน ( 138.14 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 349.35 เยน (134.14 บาท) ในสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 9.03 เยน หรือร้อยละ 2.58

อ้างอิง :
http://www.oae.go.th
http://smce.doae.go.th



http://www.FarmKaset.ORG/contents/default.aspx?content=00517