server monitor check web page
FarmKaset.ORG :  The best of organic fertilizer
ชำระค่าสินค้าจากฟาร์มเกษตร ได้ที่ 7 ELEVEN ทุกสาขา
ขณะนี้: ท่านกำลังอยู่ในส่วนของ องค์ความรู้
Organic Fertilizer : Best fertilizer Thailand
ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร
หน้าแรก สินค้า การสั่งซื้อ ซื้อขายที่ดิน ความรู้เกษตร เว็บบอร์ด FK Radio บริการ ค้าส่ง เป็นคู่ค้า เป็นตัวแทน ติดต่อเรา FarmKaset.ORG Fan Page

 เกษตรน่ารู้
ไม้ไล่หนู ยี่โถ เป็นสมุนไพร
ใบยี่โถใช้เป็นยาเบื่อหนู และยาฆ่าแมลงได้ น้ำยางของยี่โถตามส่วนต่างๆ ของลำต้นเป็นพิษต่อสัตว์และมนุษย์
ฝาดดอกขาว
ฝาดดอกขาวเป็นไม้ต้นกึ่งไม้พุ่มขนาดเล็ก - ขนาดกลาง สูง 5 - 10 เมตร ราก เป็นระบบรากแก้ว
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์อย่างหนึ่ง
ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก 10 อันดับ
นำเสนอ ต้นไม้จอมอึด ที่ยืนหยัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมีความสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ ทึ่งในรูปลักษณ์ อึ้งในอายุ
ต้นไผ่ยากันยุงไร้ควัน
ต้นไผ่ยากันยุงไร้ควัน งานวิจัยของคนไทยที่ได้นำมาพัฒนาเป็นยาจุดกันยุง
ยมหอม-เกษตรน่ารู้
ยมหอมเป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 35 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ช่อใบยาว 25-70 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก โคนใบเบี้ยว..
ไพน์เบอรี่ (pineberry) - เกษตรน่ารู้
ไพน์เบร์รี่ หรือ ไพน์เบอรี่ มีรูปร่างลักษณะคล้าย สตรอเบอรี่ แต่ไพน์เบอรี่เป็นสีขาวมีตั้งแต่โทนสีขาวไปถึงสีส้ม มีผลย่อย..
ขมิ้นต้น - เกษตรน่ารู้
ขมิ้นต้นเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นไม่มีหนาม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยไร้ก้าน ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกหรือ.
มะละกอ - เกษตรน่ารู้
มะละกอ เป็นพืชยืนต้น สูงประมาณ 3-4 เมตร ลำต้นตั้งตรง เนื้อลำต้นอ่อน ผลมีรูปร่างทั้งกลมและยาวรี มะละกอดิบเปลือกนอกมีสี...
เงาะ สีชมพู - เกษตรน่ารู้
เงาะ เป็นไม้ผลเมืองร้อน มีถิ่น กำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง..
บรอกโคลี - เกษตรน่ารู้
เป็นพืชผักตระกูลกะหล่ำ บริโภคส่วนของดอกอ่อนและก้าน ดอกจะมีสีเขียวประกอบด้วย ดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียว เป็นจำนวนมากรวมกัน...
ปวยเล้ง - เกษตรน่ารู้
ปวยเล้งเป็นไม้ล้มลุกอายุหนึ่งปี สูง 20-150 เซนติเมตร ใบกระจุกแบบกุหลาบซ้อน แผ่นใบรูปไข่ โคนใบเป็นพูกลม สีเขียวแก่หรือ...
บวบเหลี่ยม - เกษตรน่ารู้
รับประทานบวบเหลี่ยมในปริมาณ 100 กรัมจะได้พลังงาน 18 กิโลแคลอรีประกอบด้วย น้ำ 95.4 กรัม โปรตีน 0.7 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม ..
ทับทิม - เกษตรน่ารู้
ทับทิมเป็นไม้ยืนต้น หรือพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ลักษณะผิวเปลือกลำต้นเป็นสีเทา ส่วนที่เป็นกิ่งหรือยอดอ่อนจะเป็นเหลี่ยม หรือ..
แปรรูปเปลือกมะพร้าวแทนดิน
แปรรูป เปลือกมะพร้าว แทนดิน รองรับตลาดพืชผักออร์แกนิก กล่าวสำหรับ Coco substrates เป็นวัสดุปลูกพืชแทนดินที่นิยมใช้กัน...

*ทั้งหมดในหมวด

 หมวดหมู่ทั้งหมด
เกษตรกรตัวอย่าง
ห้องสมุดปาล์มน้ำมัน
ห้องสมุดอ้อย
ห้องสมุดยางพารา
ออแกนิกส์
สินค้าเกษตร
เกษตรน่ารู้
ห้องสมุดมันสำปะหลัง
FK Freestyle
ห้องสมุดข้าว
การปลูกพืช
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
ผักและการปลูกผัก
ห้องปศุสัตว์
Agri live update
ไม้ดอก
ไม้ผล
ชีวจิต
สมุนไพร
FK Talk
โสม
ไม้มงคล
ห้องสมุดข้าวโพด
ห้องสมุดกาแฟ
Review
Verified
Verified Plus
การใช้ SUN กับพืชต่างๆ
ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหภาพยุโรป
สินค้าเกษตร อินทรีย์ (Organic) หรือสินค้าเกษตรที่เพาะปลูก/เพาะเลี้ยงแบบไร้สารพิษได้รับความนิยมเพิ่มมาก ขึ้นในตลาดยุโรป
อัปเดท ( 25 สิงหาคม 2552 ) , เข้าชมแล้ว (8,625) , ความคิดเห็น (0) , สั่งพิมพ์คลิกที่นี่
ข้อมูลอย่างย่อ
ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหภาพยุโรป
พิมพ์หน้านี้

สินค้าเกษตร อินทรีย์ (Organic) หรือสินค้าเกษตรที่เพาะปลูก/เพาะเลี้ยงแบบไร้สารพิษได้รับความนิยมเพิ่มมาก ขึ้นในตลาดยุโรป ควบคู่กับการกระแสความนิยมการดูแลรักษาสุขภาพ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthiness) และการทำการเกษตรแบบยั่งยืน (Sustainability) ยุโรปถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งของโลก ควบคู่กับตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยไม่ว่าจะเป็นข้าว สินค้าประมง (โดยเฉพาะกุ้ง) หรือผักและผลไม้ล้วนเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีช่องทางและโอกาสที่ดีในตลาด ยุโรป

ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหภาพยุโรป

ตลาด สินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหภาพยุโรปเป็นตลาดใหม่ และเป็น ‘niche market’ ที่ยังมีส่วนแบ่งตลาดน้อย (เมื่อเทียบกับตลาดสินค้าเกษตรทั้งหมดในสหภาพยุโรป) กล่าวคือ ในปี 2004 ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ใน EU-25 มีมูลค่าประมาณ 11 พันล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นเพียงร้อยละ 1 ของตลาดสินค้าเกษตรทั้งหมด โดยมีเยอรมนีเป็นประเทศสมาชิกที่มีการค้าสินค้าอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 3.5 พันล้านยูโร หรือร้อยละ 30 ของตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งหมดในยุโรป ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร (1.6 พันล้านยูโร) อิตาลี (1.4 พันล้านยูโร) และฝรั่งเศส (1.3 พันล้านยูโร)แม้ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในยุโรปยังมีส่วนแบ่งตลาดที่น้อย

แต่ นักวิเคราะห์คาดว่าเป็นตลาดที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวและเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากแสความนิยมการรักษาสุขภาพและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพในหมู่ ผู้บริโภคยุโรปเป็นกระแสที่มาแรง และผู้บริโภคยุโรปมีกำลังซื้อสูงจึงสามารถซื้อหาสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มี ราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไปได้ ประกอบกับปัจจุบันสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ให้ความสำคัญของการส่ง เสริมการค้าเกษตรอินทรีย์และการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเพื่อขยายตลาดเพิ่ม ขึ้น โดยสหภาพยุโรปใช้งบประมาณจำนวนมาก (80 ล้านยูโรต่อปี) สำหรับการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าและหาช่องทางตลาดใหม่ของเกษตรอินทรีย์

ความต้องการของผู้บริโภค

หาก พิจารณาความต้องการของผู้บริโภค เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีผู้บริโภคจับจ่าย/ซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์มากที่สุด คิดเป็นจำนวน 60 ยูโรต่อหัว ตามมาด้วย สวีเดน (45 ยูโร) ออสเตรีย (41 ยูโร) และเยอรมนี (40 ยูโร) ในขณะที่ผู้บริโภคในประเทศยุโรปอีกหลายประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และอิตาลี จับจ่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่ที่ประมาณ 20-25 ยูโรต่อหัวในภาพรวม ประเทศยุโรปตะวันตกและยุโรปเหนือเป็นตลาดสำคัญในยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนการค้าสินค้าอินทรีย์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 1-2 ตั้งแต่ปี 1997 และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเดนมาร์ก ออสเตรีย และเยอรมนี เป็นตลาดหลัก แต่ประเทศยุโรปใต้และยุโรปตะวันออกยังเป็นตลาดที่เล็กมาก อาทิ สเปน กรีซ โปรตุเกส ฮังการี และเช็กยังมีความต้องการสินค้าอินทรีย์น้อยมาก กล่าวคือเพียงร้อยละ 0.1

โดย ทั่วไปราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดจะสูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไปอยู่มาก เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประมาณร้อยละ 30-40 (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักธุรกิจไทยและผู้นำเข้ายุโรปในงาน European Seafood Exposition 2007) อย่างไรก็ดี ราคาและส่วนต่างของราคาระหว่างสินค้าเกษตรทั่วไป-สินค้าเกษตรอินทรีย์จะแตก ต่างกันไปตามรายสินค้า นอกจากนั้น อาจยังอาจสังเกตได้ว่า ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศยุโรปใต้นั้นสูงกว่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ใน ประเทศยุโรปอื่นๆ มากในปี 2003 มีผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองในสหภาพยุโรป (EU-15) ทั้งหมด 1400 ราย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 160 เทียบกับจำนวนผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวในปี 1998 ซึ่งแสดงถึงการเติบโตและการขยายตัวของตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในยุโรป ในประเทศเบลเยียม เยอรมัน กรีซ ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และสเปน ตลาดเป็นลักษณะเป็นการขายตรงผ่านร้านที่ขายสินค้าอินทรีย์โดยเฉพาะ (Specialist Retailers)

ส่วน ในประเทศเดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน สหราชอาณาจักร ฮังการี และเช็ก สินค้าอินทรีย์กว่าร้อยละ 60 ขายผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ต และวางขายในร้านขายของทั่วๆ ไป ซึ่งนักวิเคราะห์ให้ข้อสังเกตว่า ในประเทศที่ขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ตจะมีอัตราการเจริญ เติบโตและการขยายตัวของตลาดสูงกว่าในขณะที่เกษตรกรและผู้ผลิตยุโรปเองก็ผลิต สินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่มาก (โดยยุโรปมีพื้นที่ทำการเกษตรแบบอินทรีย์คิดเป็นร้อยละ 23 ของการทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมดทั่วโลก และส่วนใหญ่ผลิตสินค้าเนื้อวัว นม ธัญพืช ผักและผลไม้เมืองหนาว) แต่สินค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ประเภทสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทย สินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยจึงน่าจะยังมีโอกาสที่ดีในตลาดยุโรปอีกมาก

กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กฎ ระเบียบสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตรอินทรีย์ในสหภาพยุโรป ได้แก่ 1) Regulation EEC N° 2092/91 ปรับใช้ตั้งแต่ปี 1992 และ 2) Regulation EC N° 1804/1999 http://ec.europa.eu/agriculture/qual/organic/reg/index_en.htm ซึ่งเป็นกรอบที่ครอบคลุมการเพาะเลี้ยง การผลิต การติดฉลาก และการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์เฉพาะในภาคปศุสัตว์และพืช (livestock and crops) เท่านั้น แต่ไม่รวมสัตว์น้ำ ซึ่งปัจจุบันสหภาพยุโรปยังไม่มีมาตรฐานร่วมสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อินทรีย์ ทำให้ต้องใช้มาตรฐานภาคเอกชนในแต่ละประเทศสมาชิกอยู่ล่าสุด สำนักงานที่ปรึกษาด้านการเกษตรต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2548 กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตร ได้เปิดเผยถึงการเตรียมการเสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตร อินทรีย์ใหม่ ซึ่งจะรองรับแผนปฏิบัติงานเกษตรอินทรีย์ของคณะกรรมาธิการยุโรปภายใต้ชื่อ “European Action Plan for Organic Food and Farming” โดยแผนการปฏิรูปดัวกล่าวได้กำหนดวัตถุประสงค์และหลักการของเกษตรอินทรีย์ กฎระเบียบการติดฉลากที่ชัดเจน และกฎระเบียบการนำเข้า เพื่อทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งนี้ หากกฎระเบียบใหม่ผ่านความเห็นชอบ คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป

กฎระเบียบใหม่ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกไทยสนใจส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์มายังสหภาพยุโรป อาทิ

- การวางมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้วัตถุประสงค์และหลักการของเกษตรอินทรีย์ มีการปรับใช้อย่างเท่าเทียมกันในทุกขั้นตอนและในทุกภาคของการผลิตสินค้า เกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่สินค้าที่ทำจากสัตว์และพืช การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สินค้าอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์ และรวมถึงในภาคการผลิตสินค้าอาหารเกษตรอินทรีย์

- การทำให้กฎระเบียบการปรับใช้เกี่ยวกับ GMO (การดัดแปรพันธุกรรม) มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเกณฑ์ระดับการปนเปื้อน โดยเน้นถึง สินค้า GMO ไม่สามารถติดฉลากอินทรีย์ได้ และระดับการปนเปื้อนโดยไม่ได้ตั้งใจไม่เกินร้อยละ 0.9

- การบังคับใช้เครื่องหมาย (โลโก้) สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือเลือกที่จะติดฉลากสิ่งชี้บ่งถึงเกษตรอินทรีย์ของ EU (EU-ORGANIC) โดยยังคงสามารถใช้เครื่องหมายหรือการติดฉลากของผู้ผลิตเองได้ต่อไป

ทั้ง นี้ สินค้าขั้นสุดท้ายจะต้องประกอบด้วยเกษตรอินทรีย์อย่างน้อย 95% และการกำหนดข้อบังคับอย่างเข้มงวดสำหรับติดฉลากและการโฆษณาเพื่อทำให้เกิด การส่งเสริม “แนวคิดร่วม” ของสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง

- การเสริมความสำคัญในด้านพื้นฐานความเสี่ยงและการปรับปรุงคุณภาพการควบคุม โดยวางระบบการควบคุมไปยังระบบที่เป็นทางการของ EU ที่จะปรับใช้กับอาหารและอาหารสัตว์ทั้งหมด

- การปรับปรุงการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดและการเสริมระบบการควบคุมอย่างยุติธรรม ซึ่งจะทำให้ระบบมาตรฐานเป็นที่รู้จักร่วมกันและลดปัญหาการควบคุมของกฎ ระเบียบเคร่งครัดที่แตกต่างกัน ในแต่ละประเทศสมาชิก

- การพัฒนากฎหมายการนำเข้าถาวร โดยใช้พื้นฐานของการนำเข้าโดยตรงสำหรับสินค้าที่มีการปรับใช้มาตรฐานอย่าง เต็มรูปแบบหรือจากพื้นฐานระบบความเท่าเทียม

การส่งเสริมของหน่วยงานราชการไทย

ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อจัดตั้งหน่วยงานเพื่อ การตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยเพื่อการส่งออก เพื่อจะเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกและรองรับการขยายตัวสินค้าเกษตรอินทรีย์ ของไทยมายังสหภาพยุโรปได้

ล่า สุด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2551 คณะผู้แทนไทย นำโดย นายมนตรี กฤษณีไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักรับรองมาตรฐานสินค้าและระบบคุณภาพ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้เข้าพบ Mr. Aldo LONGO ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ DG-Agriculture and Rural Development โดยได้ยื่นหนังสือขอสมัครขึ้นบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่สามารถส่งออก สินค้าเกษตรอินทรีย์ไปจำหน่ายยังสหภาพยุโรป โดยไทยสามารถมีระบบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ของตนเอง (และเป็นระบบตรวจสอบรับรองที่ EU ยอมรับว่าเท่าเทียมกับของ EU)

ภาย หลังการเข้าพบ ได้มีการประชุมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในส่วนสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ DG-Agriculture โดยไทยได้นำเสนอเกี่ยวกับระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยในปัจจุบัน แจ้งให้ DG-Agriculture ทราบว่า สินค้าศักยภาพของไทยในปัจจุบัน ได้แก่ ข้าว ผักผลไม้ และกุ้ง ทั้งนี้ DG-Agriculture ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากประเทศไทย เพื่อใช้ในการประเมินระบบการรับรองของไทย ซึ่งอาจต้องมีการปรับปรุงแก้ไข และจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับไทยจะมีความพร้อมและความสมบูรณ์ของระบบของไทย ในปัจจุบัน ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์มายังตลาดสหภาพยุโรปได้ หากแต่ต้องมีการตกลงกับประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ เป็นรายสินค้า โดยแต่ละสินค้ามีระยะเวลาที่สามารถจำหน่ายได้ 1 ปี โดยสินค้าเกษตรอินทรีย์แต่ละชนิดต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่ประเทศ สมาชิกนั้นๆ ให้การยอมรับ

สุรีรัตน์ฟาร์ม จังหวัดจันทบุรี ฟาร์มกุ้งกุลาดำแบบอินทรีย์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้ร่วมดำเนินธุรกิจกับบริษัท Yuu n’ Mee ประเทศออสเตรีย เพื่อส่งออกกุ้งกุลาดำอินทรีย์คุณภาพของไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรปเป็นเจ้าแรก และได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์จาก ‘Naturland’ ประเทศเยอรมนีเรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลจาก thaieurope.net


เขียนโดย : http://www.thaiinfonet.com/agri/5-europe-organic-market.html


กรุณา > ล็อคอิน หรือ สมัคร ก่อนจึงโพสคำตอบได้

ชื่อ  
อีเมล์    
ความเห็น | PC Mode | Mobile Mode |  เปิดการทำงาน Mobile Mode แล้ว

สินค้า
Plantation
สารปรับปรุงดิน
สารปรับสภาพดิน
ปุ๋ย-ยา สำหรับ..
 -ยางพารา
 -อ้อย
 -ข้าว
 -มันสำปะหลัง
 -ปาล์มน้ำมัน
 -ข้าวโพด
 -สินค้าทั้งหมด
งาน Contents
ข่าวเกษตร
นิตยสารเกษตร
วารสารเกษตร
ลงโฆษณา นิตยสารเกษตร
ลงโฆษณา วารสารเกษตร
บริการ
Professional Services
ระบบน้ำหยด
Hotline เกษตร
ตรวจวิเคราะห์ดิน
สั่งซื้อออนไลน์
สั่งซื้อบนเฟสบุ๊ค
เกี่ยวกับฟาร์มเกษตร
ห้องหนังสือเกษตร
Knowledge
ทันข่าวเกษตร
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปาล์มน้ำมัน
ข้าวโพด
ปศุสัตว์
การปลูกพืช
ผักและการปลูกผัก
ไม้ดอก
ไม้ผล
สมุนไพร
ไม้มงคล
โสม
เกษตรกรตัวอย่าง
ออแกนิกส์
เกษตรน่ารู้
ฟาร์มเกษตรแนะนำ
ฟาร์มเกษตรพาเที่ยว
เกษตร Tips
ห้อง Video
หนังสือทั้งหมด
กระดานซื้อขาย
Public Information
ข้าว
อ้อย
มันสำปะหลัง
ยางพารา
ปศุสัตว์
กระดานรวมด้านเกษตร
คำสำคัญ : ฟังเพลงลูกทุ่งออนไลน์ | Horoscope matching | การปลูกยางพารา | การปลูกมะนาว | Herb Herbs ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยน้ำ Herbal
คุณ ปริม ฟาร์มเกษตร คุณปิยะมาศ บัวแก้ว เว็บไซต์ FarmKaset.ORG
คุณ ปริม ฟาร์มเกษตร
( นางสาว ปิยะมาศ บัวแก้ว )
Marketing Manager และพิธีกรรายการ FK Talk
โทร: 089-4599003 , Fax: 045-511273
ติดตามคุณปริมได้ที่
FKxTV บน YouTube , เฟสบุ๊คคุณปริม
FKxTV บน FaceBook , เฟสบุ๊คกลุ่มฟาร์มเกษตร
ร้านฟาร์มเกษตรบนเฟสบุ๊ค , FKTrade.COM
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟาร์มเกษตร
18 หมู่ 6 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 37000
ภายใต้การสนับสนุนจาก
หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ
สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โทร: 089-4599003
Fax: 045-511273
FarmKaset Limited Partnership
18 Moo 6 Tambon Bung Amphur Mueng Amnat-Charoen Province 37000

Supported by Science Park, Ubonratchatani University.
Tel: +6689-4599003
Fax: 6645-511273

ข้อมูลบนเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูลของฟาร์มเกษตร และข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ตามที่เราได้อ้างถึงไว้ท้ายบทความหรือข้อมูลนั้นๆ

สินค้าสั่งซื้อได้ที่ ร้านออนไลน์ฟาร์มเกษตร (091-0167717) หรือเกี่ยว กับเรา ติดต่อฟาร์มเกษตร

©2011 by FarmKaset.ORG All rights reserved